โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านด่าน ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอำเภอเฉลิมพระเกียรติ อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดน่านเป็นระยะทาง 175 กิโลเมตร(เส้นทางอำเภอเมือง-อำเภอปัว-อำเภอทุ่งช้าง-อำเภอเฉลิมพระเกียรติ) ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ห่างจากที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติเป็นระยะทาง 40 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาในการเดินทาง 2 ชั่วโมง
เนื่องจาก หมู่บ้านในเขตตำบลขุนน่านเดิมขึ้นอยู่กับตำบลบ่อเกลือเหนือ ซึ่งมีสถานบริการสาธารณสุขชุมชนบ้านบ่อหยวก ให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชน ต่อมาตำบลบ่อเกลือเหนือได้รับงบประมาณสร้างสถานีอนามัยขึ้นอีก 1 แห่ง ที่ตำบลบ่อเกลือเหนือ ในพื้นที่ของสถานบริการสาธารณสุขชุมชนบ้านบ่อหยวกเดิม ทางราชการจึงได้ย้ายสถานบริการสาธารณสุขชุมชนบ้านบ่อหยวกมาตั้งที่บ้านด่าน เมื่อปีพ.ศ. 2532 ต่อมาตำบลบ่อเกลือเหนือได้แยกตำบลเป็นตำบลขุนน่านอีก 1 ตำบล เมื่อปี พ.ศ. 2534
เมื่อปลายปี พ.ศ. 2533 มีเจ้าหน้าที่จากองค์การนิกโก้ ซึ่งเป็นองค์การเอกชนจากประเทศญี่ปุ่น ได้มาสำรวจภาวะสุขภาพอนามัยของประชาชนในเขตตำบลขุนน่าน แล้วจึงดำเนินการก่อสร้างสถานีอนามัยแห่งนี้ พร้อมบ้านพักข้าราชการระดับ 1–2 หนึ่งหลัง, บ้านพักข้าราชการระดับ 3-4 หนึ่งหลัง, บ้านพักข้าราชการระดับ 5-6 หนึ่งหลัง โดยได้รับเงินบริจาคจากคุณยูคิโอะ ยามาโมโต้ ภายใต้การร่วมมือของรัฐบาลญี่ปุ่นและองค์การนิกโก้ เมื่อปี พ.ศ. 2534 และให้บริการแก่ประชาชนตำบลขุนน่าน ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2534
ต่อมา เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2553 สถานีอนามัยบ้านด่าน ได้ยกระดับการพัฒนาคุณภาพบริการเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านด่าน (รพ.สต.) ตามประกาศนโยบายของรัฐบาลในการปรับปรุงระบบบริการสาธารณสุขให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการพัฒนาระบบบริการสุขภาพภาครัฐทุกระดับให้ได้มาตรฐานตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งภายใต้แผนการลงทุนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 (ปี 2553-2555)
เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านด่าน ประกอบด้วย
1. นายธีระวัฒน์ คำมงคล ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ
2. นางสาวภิษัชฌรัชต์ ศรีคำ ตำแหน่ง เจ้าพนักงานสาธารณสุขปฏิบัติงาน
3. นางสาวปิยะนุช ใจปิง ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพ
4. นางสาวรวี มีสา ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพ
5. นางจิรภิญญา บุญอินทร์ ตำแหน่ง พนักงานช่วยเหลือคนไข้
6. นายณรงค์ ใจปิง ตำแหน่ง พนักงานทั่วไป
พื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านด่าน มีลักษณะเป็นเทือกเขาสูงชันทอดตัวยาวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ ที่ตั้งของหมู่บ้านอยู่บนภูเขาสูง และที่ราบสูงตามไหล่เขาขนานกับแม่น้ำน่าน มีที่ราบเชิงเขาเพียงร้อยละ 5 ของพื้นที่สำหรับที่ประชาชนอาศัยและประกอบอาชีพ มีสภาพป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ มีที่ราบลุ่มตามแม่น้ำ ที่เกิดจากการไหลรวมของลำห้วยเล็ก ๆ ที่มีอยู่ตามหุบเขา ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำน่าน พื้นที่ทั้งหมดประมาณ 216,126 ไร่ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคามียอดเขาที่สูงที่สุดคือยอดดอยภูแว
จำนวนประชากรพื้นที่ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านด่าน มีทั้งสิ้น 443 หลังคาเรือน 1,712 คน โดยแยกเป็นเพศชาย 862 คน เพศหญิง 850 คน ชาวพื้นเมือง ประมาณร้อยละ 30และเป็นชาวเขาเผ่าลัวะ(Lua) หรือถิ่น(H’tin, Kha T’in) ประมาณร้อยละ 70 ซึ่งชาวเขาเผ่าลัวะเป็นลัวะปรัย(Play) จะมีการเรียกชื่อตระกูลหรือฮีตจะออกเสียงอะห์ ซึ่งตระกูลที่เก่าแก่ที่สุดของลัวะปรัยคือตระกูลอะห์ชาลว์
โครงการ/นวัตกรรมเด่น
เรื่อง “การศึกษาชุนชนโดยใช้เครื่องมือ 7 ชิ้น เพื่อดูแลผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง”
“ต.” ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง เพศชาย อายุ 26 ปี เป็นบุตรคนที่ 4 มีอาชีพเกษตรกรรม/ทำไร่ เช่นเดียวกับบิดา มารดา เมื่อเดือนมีนาคม 2553 พบว่าต่อมมีเลือดกำเดาไหล ตรวจพบความดันโลหิตสูง ส่งตัวไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ แพทย์วินิจฉัยเป็นโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการรักษาโดยให้ทานยาลดความดันโลหิต ต่อมาเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2553 ต่อมมีอาการบวมตามใบหน้า มีไข้ ส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลบ่อเกลือ และส่งต่อไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลน่าน แพทย์วินิจฉัยว่าต่อมเป็นโรคไตวายเรื้อรัง แพทย์ได้ให้การรักษาโดยการผ่าตัดทางหน้าท้องเพื่อใส่ท่อล้างไต ต่อมจะต้องล้างไตผ่านทางหน้าท้องด้วยตนเองที่บ้านทุกวัน ๆ ละ 4 ครั้ง
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้เข้ามาเยี่ยมบ้านของ ต. อีกครั้ง พบ ต. รวมทั้งครอบครัวมีสภาพจิตใจที่หดหู่ ท้อแท้ เนื่องมาจากการเจอเรื่องร้ายๆหลายเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนในครอบครัว ต. ล้างไตทางหน้าท้องด้วยตนเองที่บ้านดังเช่นที่เคยทำทุกๆวัน แต่วันนี้น้ำยาที่ออกจากทางช่องท้องมีสีขุ่น เป็นอาการแสดงว่าเกิดการติดเชื้อ ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลน่าน และหลังจากนั้น ต.ได้เกิดการติดเชื้อขึ้นอีกครั้ง ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว แพทย์ผู้รักษาบอกว่าสาเหตุการติดเชื้ออาจเนื่องมาจากการล้างมือที่ไม่ถูกวิธี เนื่องจากการล้างไตในแต่ละครั้งจะต้องล้างมือก่อนเตรียมน้ำยา, ก่อนทำการล้างไต และหลังการล้างไต จึงได้เสวนาในกลุ่มของญาติ ผู้นำชุมชน อสม. และครูประจำศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านห้วยปูด คิดหาวิธีจัดสภาพแวดล้อมภายในห้องล้างไต และบริเวณบ้าน จัดเวทีประชาคมหมู่บ้านขึ้นเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนตำบลขุนน่าน ซึ่งชาวบ้านก็มีความเห็นอกเห็นใจ มีความเอื้ออาทรต่อครอบครัวของ ต. สมาชิกอบต.หมู่บ้านห้วยปูด รับเป็นผู้ประสานงานเรื่องการของบประมาณให้ เสนอเรื่องถึงองค์การบริหารส่วนตำบลขุนน่าน แต่มีปัญหาผิดระเบียบการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลขุนน่านจึงสนับสนุนเงินส่วนตัว จำนวนเงิน 2,500 บาท ให้มาจัดซื้ออ่างล้างมือ แสตนเลสพร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ครู กศน. และญาติของต่อมได้ช่วยกันติดตั้งอ่างล้างมือ และสร้างเตียงสำหรับล้างไต โดยประยุกต์ใช้วัสดุไม้ในหมู่บ้าน จึงได้ห้องล้างไตที่ประยุกต์เข้ากับบริบทของพื้นที่ที่อยู่บนภูเขาสูง จากการไปติดตามเยี่ยมบ้านครั้งต่อมา พบว่า ต. มีจิตใจที่สดใส ร่าเริงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อาการติดเชื้อก็ไม่มีอีกเลย
ด้วยบ้านของ ต. ตั้งอยู่หมู่บ้านห้วยปูด เดินทางโดยเดินเท้าหรือรถจักรยานยนต์จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านด่านถึงบ้านของ ต. เป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร น้ำยาล้างไตที่ต่อมใช้ล้างไตด้วยตนเองที่บ้านเป็นประจำทุกวัน บริษัทจะส่งน้ำยาล้างไตมาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านด่าน เนื่องจากรถยนต์ไม่สามารถไปส่งน้ำยาล้างไตถึงที่บ้านของ ต. ได้ ระยะแรกญาติพี่น้องของ ต. รวมถึงชาวบ้านผู้มีน้ำใจ ได้ช่วยกันแบกน้ำยาล้างไตเดินทางขึ้นเขาสูงชันไปให้ต่อมที่บ้าน ระยะต่อมาหลังจากที่ต่อมไม่มีอาการติดเชื้อ ต่อมสามารถทำงานเล็กๆน้อยๆได้ ต. จึงใช้รถจักรยานยนต์บรรทุกน้ำยาล้างไตขึ้นไปที่บ้านเอง
เดือนธันวาคมที่ผ่านมา สถานีโทรทัศน์ทีวีไทย ได้มาถ่ายทำรายการข่าวเช้าทีวีไทย เรื่องการจัดสภาพแวดล้อมในห้องล้างไตของผู้ป่วยให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่อยู่บนภูเขาสูงชัน ดูแลโดยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านด่าน
การปรับปรุงสภาพแวดล้อมบริเวณบ้านและห้องผู้ป่วยให้เหมาะสมกับการล้างไตนั้นนับว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ทำให้ผู้ป่วยสามารถล้างไตด้วยตนเองที่บ้านโดยไม่มีการติดเชื้อ ประกอบกับการติดตามดูแลผู้ป่วยที่บ้านอย่างสม่ำเสมอ การให้คำแนะนำ รวมถึงกำลังใจ น้ำใจจากผู้คนรอบข้าง ทำให้ ต. มีจิตใจที่เข้มแข็ง มีกำลังใจจะต่อสู้กับโรคเรื้อรังนี้ต่อไปได้
................................................................
นี่เป็นภาระกิจการบริการสุขภาพด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ แม้จะอยู่ห่างไกลเพียงใด เดินทางยากลำบากแค่ไหน แต่หัวจิตหัวใจของบุคลากรสาธารณสุขที่นี่กลับมีพลังที่เต็มเปี่ยมด้วยที่จะสร้างความร่วมมือกับชุมชนและภาคีเครือข่ายในการประยุกต์รูปแบบการดูแลผู้ป่วยที่บ้านให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่
ขอบคุณความงดงามของบุคลากรและทีมงาน ที่งดงามไม่น้อยไปกว่าภูแวที่ตั้งตระหง่านรอคอยผู้มาเยือน
.........................................................
ขอขอบคุณ บุคลากร รพ.สต.บ้านด่าน, ทีมบูรณาการเชิงรุก อ.เฉลิมพระเกียรติ ที่เอื้อเฟื้อบทความและรูปภาพ
อ้างอิง ทีมบูรณาการเชิงรุกอำเภอเฉลิมพระเกียรติ. สรุปบทเรียนการพัฒนารพ.สต.ตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 รพ.สต.ต้นแบบ, 2554
สวัสดีค่ะ