วันนี้อากาศหนาวเย็นมาก  ฉันต้องใส่เสื้อแขนยาวเนื้อหาและเสื้อกันหนาวทับ  ผ้าพันคอ  หมวก ถุงเท้ารองเท้ารัดกุมที่สุด  นัดกับชาวบ้านเวลา ๑๐.๐๐ น.  แต่เดินทางไปถึง ๑๐.๐๕ น. ไม่คลาดเคลื่อนมากนัก

          ผู้ใหญ่บ้านและกรรมการรออยู่แล้ว เด็ก ๆ นักเรียนวิ่งออกมาดู “คุณครูคิมมาแล้ว” เหมือนเป็นการรอคอยสักอย่าง  น่าเห็นใจเพราะเด็กที่นี่ไม่เคยมีครูผู้หญิงอยู่ในโรงเรียนของเขาเลย  ชาวบ้านทั้งชายและหญิงมาช่วยถือข้าวของลงจากรถ

           ใต้ถุนอาคารหลังเก่าหลวงตากำลังสอนคณิตศาสตร์ให้เด็กชาย ๔ คนที่เรียนช้า  เด็กผละจากหลวงตา  กลับหันมาสนใจฉัน  “คุณครูคิมมาครับหลวงตา” และวิ่งมาทักทาย “สวัสดีครับคุณครูคิม”  เด็กแต่ละคนใส่เสื้อซ้อนข้างในมาคนละตัว  แต่ไม่มีเสื้อกันหนาวใส่ทับ  ทำให้ดูไม่เรียบร้อย  หน้าตาเลอะเทอะเนื่องจากอากาศหนาวเย็น  รองเท้าไม่สวมใส่ ฉันได้ช่วยจัดเสื้อให้เข้าที่พร้อมกับบอกเด็กว่า “ต่อไปน้องต้องส่องกระจกและจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แบบนี้นะครับ  และต้องใส่ถุงเท้า รองเท้าด้วย  ร่างกายจะได้อบอุ่น

           เด็ก ๆ ทั้งโรงเรียนต่างวิ่งมาหาทักทายกันแล้วกลับเข้าห้องเรียนไป เพราะทั้งโรงเรียนมีนักเรียนอยู่เพียง ๒๗ คนเท่านั้น  สภาพของเด็กเหมือนกันคือไม่ใส่ถุงเท้าและรองเท้า  ทราบจากคุณครูว่า “แต่ละคนมีไม่เกิน ๑ คู่  ในวันจันทร์จะดูแต่งกายเรียบร้อยกว่าทุกวัน เพราะได้หยุดซักในวันเสาร์อาทิตย์

          ฉันได้นำอาหารไปถวายเพลแก่หลวงตา  เป็นการอุทิศส่วนกุศลไปให้บรรพบุรุษและเพื่อนฝูงที่ได้เสียชีวิตจากไป  ผู้อำนวยการโรงเรียนและครอบครัว  พร้อมทั้งคณะครู  กรรมการสถานศึกษา  และชาวบ้านที่มาร่วมรอประชุม ได้รับพร จากหลวงตา  กรวดน้ำร่วมกัน

           หลักจากการทำบุญสิ้นสุดลง  แม่บ้านและภารโรงได้ทำทำอาหารมื้อกลางวันสำหรับพวกเราและนักเรียนมีลาบหมู และต้มจืด

            ผอ.ณัฏฐ์ ชาคำมูล เปิดประชุมแบบไม่เป็นทางการ  โดยการนั่งล้อมวงพูดคุยในประเด็นของ “การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กให้ดำรงอยู่”  พฤติกรรมโดยรวมของกรรมการมีความแข็งขัน ให้ความสนใจโรงเรียน และแสดงความต้องการมีส่วนร่วมเป็นอย่างมากมาก

           แม้ว่า ผอ.ณัฏฐ์ ฯ จะไม่ได้ชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายของรัฐให้ที่ประชุมทราบ แต่สามารถสรุปได้จากการแย่งกันพูด แย่งกันเสนอว่า “พวกเขาเต็มใจที่จะทำทุกวิถีทางที่จะให้โรงเรียนดำรงอยู่

           ฉันไม่ได้ออกความคิดเห็นอะไร  ได้แต่เก็บสิ่งที่เขาบอกมาตั้งคำถามเป็นการเรียนรู้เพื่อนำไปสู่เป้า  สำนึกเตือนฉันว่า "เป็นก้าวแรก" ของการไต่ขึ้นทางลาดชัน  เพื่อนำไปสู่การระดมความคิดสู่การวางแผนนำไปสู่กระบวนการสร้างการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Participation)

        เมื่อได้โอกาส ผอ.ณัฏฐ์ ได้มอบบทบาทให้ โดยบอกแก่วงสนทนาว่า “ผมจะให้พี่คิมนำทางคุยกับพวกเราว่าเราพอจะมีวิธีการใดบ้าง ”  บรรยากาศไม่เป็นที่อึดอัด  เพราะทุกคนได้สนิทสนมคุ้นเคยสามารถเรียกฉันว่า “พี่คิมมากกว่าคิม”  ฉันน้อมรับบทบาทด้วยความเต็มใจเริ่มด้วย “การกล่าวสวัสดีปีใหม่ มอบสบู่ให้เป็นของขวัญท่านละ ๑ ก้อน น้ำปลาครอบครัวละ ๑ ขวด”  และพักรับประทานอาหารกลางวัน  ก่อนที่จะสนทนากันต่อไป

          ฉันต้องกลับมากางตำราอีกครั้งพบความสอดคล้องว่า  ผู้บริหารโรงเรียนมีศักยภาพในการบริหารจัดการ โดยคำนึงถึงนโยบายของรัฐทั้ง ๓ ด้านโดยคำนึงถึงสภาพปัญหาความพร้อมเพรียงกับปัจจัยสนันสนุน  ปัญหาการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา  สภาพความสำเร็จโดยเน้นการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนและการบริหารจัดการ  ยุทธศาสตร์ในการพัฒนา  เสริมสร้างความพร้อมและความเข้มแข็งของชุมชน  และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในการจัดการศึกษา

๑๘ มกราคม ๒๕๕๔