ข้อกฎหมาย และขั้นตอนปฏิบัติการยื่นคำร้องขอลงรายการสัญชาติไทย ตาม ม. 23 พรบ.สัญชาติ (ฉบับ 4) 2551

ศึกษาข้อกฎหมาย สำหรับคนตาม ม.23 พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551

          พรุ่งนี้มีภารกิจสำคัญ จะต้องพา น้องชายคนหนึ่งไปยื่นคำร้องขอลงรายการสัญชาติไทย ตาม ม.23 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 แต่ด้วยความรู้อันน้อยนิดก็เลยต้องซักซ้อมข้อกฎหมายก่อนไป เพื่อเสริมความมั่นใจด้วยว่าพรุ่งนี้จะไปคุยกับเจ้าหน้าที่ทะเบียนได้รู้เรื่อง ไม่ต้องทำให้ฝันของน้องเขาสลาย

          มาเริ่มกันที่...

          ม.23 พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 วางหลักเกณฑ์คุณสมบัติของบุคคลที่จะได้รับสัญชาติไทยตามบทกฎหมายนี้ ได้แก่บุคคล 3 ประเภท คือ

          1. ผู้เกิดในประเทศไทยและเคยมีสัญชาติไทยโดยการเกิด แต่ถูกถอนสัญชาติไทยโดยประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 (ปว 337)

          2. ผู้ที่เกิดในประเทศไทยแต่ไม่ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดเพราะประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 (ปว 337)

          3. บุตรของบุคคลตามข้อ 1. และ 2. ที่เกิดในประเทศไทยก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 ซึ่งก็คือบุคคลที่ไม่ได้สัญชาติไทยตาม ม. 7ทวิ วรรค 1 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535

          >>>โดยบุคคลทั้ง 3 ประเภทต้องมีข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยติดต่อกันจริง คือ มีเอกสารทางทะเบียนราษฏร  และต้องเป็นผู้มีความประพฤติดี หรือทำคุณประโยชน์แก่สังคม

          >>>ทั้งนี้การยื่นคำร้องขอลงรายการสัญชาติไทยตามมาตรานี้นั้น ให้ยื่นได้ที่สำนักทะเบียนราษฎรท้องที่ที่ผู้ยื่นคำร้องมีภูมิลำเนาอยู่ในปัจจุบัน

         

อย่างไรก็ตามนอกจากศึกษา ม.23 พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 ซึ่งวางหลักเกณฑ์คุณสมบัติของผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอลงรายการสัญชาติไทยแล้ว ยังต้องศึกษาถึงวิธีการยื่นคำร้อง  ขั้นตอนปฏิบัติ และเอกสารซึ่งผู้ยื่นคำร้องจะต้องเตรียมไป เป็นส่วนที่จำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งรายละเอียดในส่วนนี้ สามารถค้นคว้าได้จาก

 

          หนังสือสั่งการ มท 0309.1/ว 1587 และหนังสือสั่งการ มท 0309.1/ว 9489

          และจากหนังสือสั่งการทั้งสองฉบับดังกล่าว สามารถสรุปได้ว่า ผู้ยื่นคำร้องขอลงรายการสัญชาติไทย ตาม ม. 23 นั้น ต้องใช้เอกสารดังต่อไปนี้เพื่อประกอบการยื่นคำร้องกับทางสำนักทะเบียนท้องที่ที่ผู้ยื่นคำร้องมีชื่อยู่ในทะเบียนบ้านหรือมีภูมิลำเนาอยู่ในปัจจุบัน

          “พยานเอกสาร”

1.เอกสารการทะเบียนราษฎร เช่น สำเนาทะเบียนบ้าน (ทร.13) ทะเบียนประวัติ (ทร.38ก) เพื่อพิสูจน์ว่าผู้ยื่นคำร้องอาศัยอยู่ในประเทศไทยจริง

2. หลักฐานที่แสดงว่าผู้ยื่นคำร้องเป็นผู้ที่เกิดในประเทศไทยจริง เช่น สูติบัตร หนังสือรับรอง หนังสือรับรองการเกิด ทร. 20/1 หนังสือรับรองสถานที่เกิด

3. รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 2 นิ้ว ของผู้ขอ จำนวน 2 รูป

4. หลักฐานอื่น ๆ เช่น บัตรประจำตัวของผู้ยื่นคำร้อง หลักฐานทางการศึกษา (ใช้เป็นหลักฐานได้ว่าเป็นผู้อยู่อาศัยในประเทศไทยจริง) หลักฐานการทำคุณประโยชน์ซึ่งออกโดยหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานที่รัฐรับรอง

>>>โดยการยื่นคำขอนี้หากผู้ยื่นคำร้อง เป็นเด็กที่อายุไม่เกิน 15 ปีบริบูรณ์จะต้องให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองเป็นผู้ยื่นคำขอแทน

“พยานบุคคล”

การยื่นคำร้องขอลงรายการสัญชาติไทยตาม ม. 23 นี้ จะต้องมีพยานบุคคลที่จะรับรองคุณสมบัติของผู้ยื่นคำร้อง โดยหนังสือสั่งการได้กำหนดลักษณะหรือคุณสมบัติของพยาน คือ จะต้องเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือ  คือ

1)    เป็นผู้มีชื่อและรายการบุคคลในทะเบียนบ้าน

2)    มีถิ่นที่อยู่เป็นหลักแหล่งในท้องที่ที่ผู้นั้นอาศัยอยู่เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี

3)    เป็นบุคคลที่ชุมชนให้การยอมรับนับถือ

4)    มีความประพฤติดี

5)    รู้จักคุ้นเคยกับผู้ขอลงรายการสัญชาติไทย

ทั้งนี้อาจจะเป็นพระภิกษุ เกษตรกร ก็ได้ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นข้าราชการ พนักงานของรัฐ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่ขอให้คำนึงถึงความเป็นไปได้ที่ประชาชนทั่วไปจะสามารถนำข้าราชการหรือพนักงานรัฐมาเป็นพยานรับรอง

         

โดยคร่าว ๆ เพียงเท่านี้ก่อน พรุ่งนี้จะมาเล่าต่อถึงการยื่นคำร้อง และ เรื่องราวของน้องชายคนนี้ต่อไป