การปรับปรุงสภาพแวดล้อมบริเวณบ้านและห้องผู้ป่วยให้เหมาะสมกับการล้างไตนั้นนับว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ทำให้ผู้ป่วยสามารถล้างไตด้วยตนเองที่บ้านโดยไม่มีการติดเชื้อ ประกอบกับการติดตามดูแลผู้ป่วยที่บ้านอย่างสม่ำเสมอ การให้คำแนะนำ รวมถึงกำลังใจ น้ำใจจากผู้คนรอบข้าง ทำให้ต่อมมีจิตใจที่เข้มแข็ง มีกำลังใจจะต่อสู้กับโรคเรื้อรังนี้ต่อไปได้

               การล้างไตทางช่องท้องอย่างต่อเนื่อง (Continuous Ambulatory Peritoneal Dialysis หรือ CAPD) เป็นวิธีการดูแลรักษาผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการยอมรับวิธีหนึ่ง ซึ่งผู้ป่วยไตวายเรื้อรังสามารถทำได้ด้วยตนเอง และในช่วงเวลาที่น้ำยาอยู่ในช่องท้องสามารถทำงานได้ตามปกติ ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพื่อพบแพทย์บ่อยครั้งเท่ากับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ซึ่งผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกเลือด ด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis-HD) ต้องเดินทางมารับ บริการฟอกเลือดที่หน่วยบริการที่มีเครื่องไตเทียมและแพทย์โรคไต สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งๆ ละ 4-5 ชั่วโมง แต่การล้างไตผ่านทางช่องท้อง ผู้ป่วยสามารถเปลี่ยนน้ำยาเข้าออกจากช่องท้องได้เองที่บ้าน (หลังจากได้รับการฝึกอบรมแล้ว) โดยใช้เวลาปล่อยน้ำยาเข้าออกรอบละ 30 นาที และต้องดำเนินการวันละ 4 รอบ รอบละ 4-6 ชั่วโมง ผู้ป่วยต้องไปพบแพทย์เพียงประมาณเดือนละครั้ง ทำให้ลดค่าใช้จ่ายการเดินทางพึ่งตนเองได้มากกว่าและคุณภาพชีวิตจะดีกว่า นอกจากนี้ต้นทุนการล้างไตผ่านทางช่องท้องจะมีแนวโน้มลดลงได้อีกมาก

                ต่อม ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง  เพศชาย  อายุ 26 ปี    เป็นบุตรคนที่ 4   มีอาชีพเกษตรกรรม/ทำไร่ เช่นเดียวกับบิดา มารดา   เมื่อเดือนมีนาคม 2553 พบว่าต่อมมีเลือดกำเดาไหล  ตรวจพบความดันโลหิตสูง  ส่งตัวไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ  แพทย์วินิจฉัยเป็นโรคความดันโลหิตสูง  ได้รับการรักษาโดยให้ทานยาลดความดันโลหิต  ต่อมาเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2553  ต่อมมีอาการบวมตามใบหน้า มีไข้  ส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลบ่อเกลือ และส่งต่อไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลน่าน  แพทย์วินิจฉัยว่าต่อมเป็นโรคไตวายเรื้อรัง  แพทย์ได้ให้การรักษาโดยการผ่าตัดทางหน้าท้องเพื่อใส่ท่อล้างไต  ต่อมจะต้องล้างไตผ่านทางหน้าท้องด้วยตนเองที่บ้านทุกวัน ๆ ละ 4 ครั้ง

ต่อมมีพี่น้องจำนวนทั้งหมด  5  คน

                คนที่  1  เพศหญิง  แต่งงาน มีบุตรด้วยกัน 2 คน  สามีภรรยาเกิดความไม่เข้าใจกัน  แยกกันอยู่  โดยแยกกันดูแลบุตรทั้งสอง  ปัจจุบันเพิ่งปรับความเข้าใจและย้ายกลับมาอยู่ด้วยกัน

                คนที่  2   เพศหญิง  แต่งงาน มีบุตรด้วยกัน 2 คน  สามีเป็นช่างไม้

                คนที่ 3  เพศชาย  แต่งงานแยกครอบครัวไปอยู่อีกหมู่บ้าน  มีบุตรด้วยกัน  1 คน  ประมาณเดือนกรกฎาคม 2552  ไปล่าสัตว์ในป่า  ถูกยิงที่เข่าซ้าย  ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลน่าน  แพทย์ตัดขาข้างซ้าย  ปัจจุบันเป็นผู้พิการ ขาซ้ายขาดเหนือเข่า  ใช้ขาเทียม

                คนที่  4  เพศชาย คือ ต่อม  ป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรัง

                คนที่  5  เพศหญิง  แต่งงาน มีบุตรด้วยกัน 1 คน    เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2553 เริ่มมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน มีไข้ แต่ไม่ได้มารับการรักษาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านด่าน อาศัยสมุนไพรพื้นบ้านรักษาโรคและทำพิธีสู่ขวัญเองที่บ้าน เมื่ออาการไม่ดีขึ้น วันที่ 2 กรกฎาคม 2553 ผู้ป่วยจึงมารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านด่าน เบื้องต้นได้ตรวจร่างกายสงสัย Appendicitis จึงเขียนหนังสือส่งตัวเพื่อรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลบ่อเกลือ โดยได้รับพักรักษาตึกผู้ป่วยใน ระยะเวลาจำนวน 3 วัน อาการทั่วไปยังทรงตัว วันที่ 4 กรกฎาคม 2553 เวลา 07.00 น. ผู้ป่วยหมดสติ วัดสัญญาณชีพไม่ได้ จึงใส่ท่อช่วยหายใจเพื่อส่งตัวรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

                หลังจากงานศพของน้องสาวหนึ่งวัน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้เข้ามาเยี่ยมบ้านของต่อมอีกครั้ง พบต่อมรวมทั้งครอบครัวมีสภาพจิตใจที่หดหู่ ท้อแท้ เนื่องมาจากการเจอเรื่องร้ายๆหลายเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนในครอบครัว ต่อมล้างไตทางหน้าท้องด้วยตนเองที่บ้านดังเช่นที่เคยทำทุกๆวัน แต่วันนี้น้ำยาที่ออกจากทางช่องท้องมีสีขุ่น เป็นอาการแสดงว่าเกิดการติดเชื้อ ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลน่าน  และหลังจากนั้นต่อมได้เกิดการติดเชื้อขึ้นอีกครั้ง ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว  แพทย์ผู้รักษาบอกว่าสาเหตุการติดเชื้ออาจเนื่องมาจากการล้างมือที่ไม่ถูกวิธี  เนื่องจากการล้างไตในแต่ละครั้งจะต้องล้างมือก่อนเตรียมน้ำยา , ก่อนทำการล้างไต และหลังการล้างไต  จึงได้เสวนาในกลุ่มของญาติ ผู้นำชุมชน อสม. และครูประจำศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านห้วยปูด คิดหาวิธีจัดสภาพแวดล้อมภายในห้องล้างไต และบริเวณบ้าน   จัดเวทีประชาคมหมู่บ้านขึ้นเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งชาวบ้านก็มีความเห็นอกเห็นใจ มีความเอื้ออาทรต่อครอบครัวของต่อม   สมาชิกอบต. รับเป็นผู้ประสานงานเรื่องการของบประมาณให้  เสนอเรื่องถึงองค์การบริหารส่วนตำบลขุนน่าน แต่มีปัญหาผิดระเบียบการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ  นายกองค์การบริหารส่วนตำบลขุนน่านจึงสนับสนุนเงินส่วนตัว จำนวนเงิน 2,500 บาท ให้มาจัดซื้ออ่างล้างมือ แสตนเลสพร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง  เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ครู กศน. และญาติของต่อมได้ช่วยกันติดตั้งอ่างล้างมือ และสร้างเตียงสำหรับล้างไต โดยประยุกต์ใช้วัสดุไม้ในหมู่บ้าน  จึงได้ห้องล้างไตที่ประยุกต์เข้ากับบริบทของพื้นที่ที่อยู่บนภูเขาสูง  จากการไปติดตามเยี่ยมบ้านครั้งต่อมา พบว่าต่อมมีจิตใจที่สดใส ร่าเริงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อาการติดเชื้อก็ไม่มีอีกเลย

            ด้วยบ้านของต่อมตั้งอยู่หมู่บ้านบนภูเขาสูง เดินทางโดยเดินเท้าหรือรถจักรยานยนต์จากรพ.สต.บ้านด่านถึงบ้านของต่อม เป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร   น้ำยาล้างไตที่ต่อมใช้ล้างไตด้วยตนเองที่บ้านเป็นประจำทุกวัน  บริษัทจะส่งน้ำยาล้างไตมาที่รพ.สต.บ้านด่าน  เนื่องจากรถยนต์ไม่สามารถไปส่งน้ำยาล้างไตถึงที่บ้านของต่อมได้  ระยะแรกญาติพี่น้องของต่อมรวมถึงชาวบ้านผู้มีน้ำใจ ได้ช่วยกันแบกน้ำยาล้างไตเดินทางขึ้นเขาสูงชันไปให้ต่อมที่บ้าน ระยะต่อมาหลังจากที่ต่อมไม่มีอาการติดเชื้อ ต่อมสามารถทำงานเล็กๆน้อยๆได้  ต่อมจึงใช้รถจักรยานยนต์บรรทุกน้ำยาล้างไตขึ้นไปที่บ้านเอง

            การปรับปรุงสภาพแวดล้อมบริเวณบ้านและห้องผู้ป่วยให้เหมาะสมกับการล้างไตนั้นนับว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ทำให้ผู้ป่วยสามารถล้างไตด้วยตนเองที่บ้านโดยไม่มีการติดเชื้อ  ประกอบกับการติดตามดูแลผู้ป่วยที่บ้านอย่างสม่ำเสมอ  การให้คำแนะนำ  รวมถึงกำลังใจ น้ำใจจากผู้คนรอบข้าง ทำให้ต่อมมีจิตใจที่เข้มแข็ง มีกำลังใจจะต่อสู้กับโรคเรื้อรังนี้ต่อไปได้