คำสั่ง สำนักนายกรัฐมนตรีที่ ๓๐๖/๒๕๕๓
เรื่อง ปฏิบัติการ ประเทศไทยเข้มแข็ง ชนะยาเสพติดยั่งยืน ภายใต้ยุทธศาสตร์ ๕ รั้วป้องกัน ระยะที่ ๓
ได้กำหนดกรอบการกำกับติดตาม รายงานผลการดำเนินงาน โดยให้ยึดแนวทางเดียวกันกับการรายงานผลในแผนปฏิบัติการที่ผ่านมา ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ ๘๒/๒๕๕๒ กำหนดไว้ดังนี้
๑. การกำกับ ติดตามและประเมินผล
๑.๑ จัดตั้งกลไกตรวจราชการของสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้ตรวจราชการกระทรวง ตามที่เป็นเจ้าภาพหลัก เป็นกลไกตรวจงานด้านยาเสพติดตามภารกิจ รวมทั้งอนุกรรมการที่บริหารจัดการโครงการทั้ง ๗โครงการ ตามยุทธศาสตร์ สามารถแต่งตั้งกลไกการตรวจราชการของตนเองได้ตามเหมาะสม
๑.๒ การรายงานในระบบปกติ
๑.๓ การประเมินผลการปฏิบัติการ ให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานทั้งภายในและภายนอก โดยการประเมินครั้งแรก สิ้นเดือนมิถุนายน และช่วงสิ้นแผนเดือนกันยายน โดย
๑.๓.๑ การประเมินผลการปฏิบัติการแต่ละโครงการ/กิจกรรมหลัก เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์
๑.๓.๒ การประเมินผลการปฏิบัติการในภาพรวม เพื่อวัดระดับความพึงพอใจของประชาชน
๑.๓.๓ การประเมินผลกลไกทั้งในระดับอำนวยการ และปฏิบัติการ เพื่อประเมินผลในเชิง
ยุทธศาสตร์
๒. ตัวชี้วัดผลสำเร็จของปฏิบัติการ
การวัดผลสำเร็จของปฏิบัติการฯ นี้ จะเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานของยุทธศาสตร์ ๕ รั้วป้องกัน ระยะที่ ๒ เป็นสำคัญ ได้แก่
๒.๑ สถานการณ์ปัญหายาเสพติดในภาพรวมของประเทศลดการขยายตัวลง
๒.๒ ความรุนแรงของปัญหายาเสพติดในพื้นที่เป้าหมายตามแผนปฏิบัติการลดลง
๒.๓ การดำเนินงานตามมาตรการที่กำหนดส่งผลให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลการแก้ไขปัญหา ยาเสพติดสูงขึ้น
๒.๔ ความเข้มแข็งและความยั่งยืนของภาคประชาชน-ภาคประชาสังคมในการมีส่วนร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่เป้าหมายเพิ่มขึ้น
๒.๕ ความพึงพอใจของประชาชนต่อการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาลสูงขึ้น
คำอธิบายแบบรายงาน ศปป.๑ (ปี ๒๕๕๔)
รั้วที่ ๑ รั้วชายแดน : การสกัดกั้นการนำเข้ายาเสพติดตามแนวชายแดน
ข้อที่ ๑ ผลการจับกุมตามแนวชายแดน หมายถึง ผลการปฏิบัติงาน การจับกุมในพื้นที่ในจังหวัดหรืออำเภอเน้นหนัก ที่มีพื้นที่ติดกับแนวชายแดน
แนวทางการรายงาน ให้รายงานดังนี้
๑. ต้องกำหนดเป้าหมายเฉพาะ คดี ว่าจะดำเนินการจับกุมในพื้นที่ชายแดนให้ได้เท่าไร
๒. ชนิดของยาเสพติด ให้กรอกตามตัวยาที่กำหนดให้ ถ้าไม่มีให้เลือกให้กรอกในช่องอื่นๆ และให้เลือกหน่วยนับตามที่กำหนดไว้เช่นเดียวกัน
ข้อที่ ๒ จัดตั้งอาสาสมัครประชาชนในหมู่บ้านตามแนวชายแดน หมายถึง การคัดเลือก อาสาสมัครประชาชนในทุกหมู่บ้านตามแนวชายแดน ประมาณ หมู่บ้านละ ๑๐-๒๐ คนหรือตามความเหมาะสม ทำหน้าที่ เฝ้าระวัง ป้องปราม เฝ้าตรวจสอดส่อง ดูแล จัดเวรยามหมู่บ้าน ร่วมกับ กำลังปฏิบัติการของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการร่วมสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน
แนวทางการรายงาน ให้รายงานดังนี้
๑. ต้องกำหนดเป้าหมาย ของจำนวน อาสาสมัคร(เป็นคน) จำนวนหมู่บ้าน/ชุมชน ที่จะดำเนินการด้วย
๒. การรายงานให้ใส่ทั้ง จำนวนคน หมู่บ้าน ชุมชน(ถ้ามี) และจำนวนคนต้องมากกว่าจำนวนหมู่บ้าน/ชุมชน อาจจะเท่ากันได้ ในกรณีที่ดำเนินการเพียงหมู่บ้าน/ชุมชนละ ๑ คน
ข้อที่ ๓ การปิดล้อม ตรวจค้น จับกุม ยาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชนตามแนวชายแดน เป็นการดำเนินการของชุดปฏิบัติการทั้งหลายในพื้นที่ตามแนวชายแดน เพื่อดำเนินการปิดล้อม ตรวจค้น หรือสามารถจับกุมผู้ต้องหาจากการปฏิบัติการดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเท่านั้น
แนวทางการรายงาน ให้รายงานดังนี้
๑. ต้องกำหนดเป้าหมาย ของจำนวน ครั้ง ที่จะดำเนินการปิดล้อม ตรวจค้นด้วย
๒. สำหรับคดีและจำนวนผู้ต้องหา ให้รายงานผลที่เกิดจากปฏิบัติการทั้งหมดที่ได้
ข้อที่ ๔ การประกาศหมู่บ้าน/ชุมชน เข้มแข็งตามแนวชายแดน เป็นการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของ กอ.รมน.ที่กำหนดไว้ เพื่อให้สามารถประกาศเป็นหมู่บ้าน/ชุมชน เข้มแข็งเสร็จเรียบร้อยแล้ว
แนวทางการรายงาน ให้รายงานดังนี้
๑. ต้องกำหนดเป้าหมาย ของจำนวน จำนวนหมู่บ้าน/ชุมชนที่จะดำเนินการด้วยกรณีที่ไม่มีชุมชนติดชายแดน ไม่ต้องกำหนดเป้าหมาย
๒. การรายงานให้ใส่จำนวน หมู่บ้าน/ ชุมชน(ถ้ามี)
ข้อที่ ๕ โครงการรั้วชายแดนที่สำคัญ เป็นการดำเนินการแก้ไข ป้องกัน หรือปราบปราม ยาเสพติดตามแนวชายแดนแล้วเกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมอย่างเด่นชัด หรือสามารถที่จะสรุปเป็นบทเรียนที่ดี (BEST PRACTICE) ให้กับพื้นที่อื่นๆได้
แนวทางการรายงาน ให้รายงานดังนี้
๑. ให้รายงานโครงการที่สำคัญ ไม่เกิน ๑๐ โครงการ แต่ละโครงการต้อง มีจำนวนเป้าหมายพื้นที่ดำเนินการให้รายงานเพียงระดับอำเภอเท่านั้น งบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการ และหน่วยงานที่ได้ดำเนินงาน
๒. ให้แนบภาพถ่ายพร้อมคำอธิบายใต้ภาพสั้นๆไว้ด้วย (ถ้ามี)
หมายเหตุ สำหรับพื้นที่อำเภอเน้นหนัก ๑๗๕ อำเภอนั้น ให้รายงานเฉพาะอำเภอที่มีพื้นที่ติดชายแดนเท่านั้น
รั้วที่ ๒ รั้วชุมชน : การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน ประชาสังคมป้องกันยาเสพติด
ข้อที่ ๑ การจัดประชุม ประชาคมหมู่บ้าน/ชุมชน หมายถึง ให้จัดทีมวิทยากรของอำเภอ/ตำบลหรือกลไกอื่นที่ปฏิบัติงานในหมู่บ้าน/ชุมชน เข้าประชุมประชาคมหมู่บ้าน/ชุมชน ที่กำหนดเป็นเป้าหมายลำดับแรก เพื่อสำรวจตรวจสอบผู้มีพฤติการณ์ด้านยาเสพติด ทั้งค้าและเสพ ด้วยกระบวนการประชาคม เป็นการคัดกรองปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชนขั้นต้น
๑.๑ ดำเนินการใหม่ คือ ผลที่ได้จากการทำประชาคมในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชน ที่ไม่เคยดำเนินการมาก่อน ถ้าหากว่าได้ผู้เสพ/ผู้ติด หรือผู้ค้า กี่คน ให้กรอกจำนวนตัวเลขที่ได้ด้วย
๑.๒ ดำเนินการซ้ำ คือ ผลที่ได้จากการทำประชาคมในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชนเกิน ๑ ครั้งขึ้นไป แล้วการดำเนินการดังกล่าวได้ผู้เสพ/ผู้ติด หรือผู้ค้า กี่คน ให้กรอกจำนวนตัวเลขที่ได้ด้วย
แนวทางการรายงาน ให้รายงานดังนี้
๑. ต้องกำหนดเป้าหมาย ของจำนวน ครั้ง หมู่บ้าน ชุมชน ที่จะดำเนินการทำประชาคมด้วย
๒. ให้กรอกจำนวนคนในช่องสี่เหลี่ยมที่ได้กำหนดไว้
ข้อที่ ๒ การปิดล้อม ตรวจค้นยาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน เป็นการดำเนินการของชุดปฏิบัติการทั้งหลายในพื้นที่กำหนดไว้ดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเท่านั้น
แนวทางการรายงาน ให้รายงานดังนี้
๑. ต้องกำหนดเป้าหมาย ของจำนวน หมู่บ้าน/ชุมชน ที่จะดำเนินการปิดล้อม ตรวจค้นด้วย
๒. ให้กรอกจำนวนหมู่บ้าน/ชุมชน ที่ได้ดำเนินการในแต่ละเดือน ว่าได้ดำเนินการใหม่ หรือเป็นพื้นที่ที่เคยดำเนินการมาก่อนเท่าไร และรายงานผลในยอดรวมทั้งหมดด้วย
ข้อที่ ๓ การอบรมให้ความรู้อาสาสมัครหมู่บ้าน/ชุมชนต้านยาเสพติด เป็นการให้ความรู้ ความเข้าใจกับอาสาสมัครหรือผู้มีจิตอาสาในหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อที่จะช่วยกันต่อต้าน เฝ้าระวังมิให้ยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ของตน
แนวทางการรายงาน ให้รายงานดังนี้
๑. ต้องกำหนดเป้าหมาย ของจำนวนอาสาสมัคร(คน) ที่จะดำเนินการอบรมให้ความรู้หรือบทบาทภารกิจที่มอบหมายให้ด้วย
๒. ให้กรอกจำนวนคน ที่ได้ดำเนินการในแต่ละเดือน ถ้าไม่เคยเข้ารับการอบรมมาก่อนเลย ให้รายงานในช่องดำเนินการใหม่ แต่ถ้าเคยอบรมมาก่อน ให้รายงานในช่องดำเนินการซ้ำ และรายงานยอดรวมทั้งหมดด้วย
ข้อที่ ๔ การส่งเสริมอาชีพให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง/เคยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เป็นการจัดหาหรือฝึกอาชีพ หรือสนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งที่เป็นผู้ผ่านการบำบัดฯ ผู้ผ่านกระบวนการทางกฎหมาย ฯลฯ เพื่อให้เลิกเกี่ยวข้องหรือมิให้กลับเข้าสู่วงจรของยาเสพติดอีกต่อไป
แนวทางการรายงาน ให้รายงานดังนี้
๑. ต้องกำหนดเป้าหมาย ของจำนวนผู้ที่เกี่ยวข้อง/เคยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด (คน) ที่จะดำเนินการส่งเสริม/ฝึก/จัดหาอาชีพให้
๒. ให้กรอกจำนวนคน ที่ได้ดำเนินการในแต่ละเดือน ถ้าไม่เคยได้รับการส่งเสริม/ฝึก/จัดหาอาชีพมาก่อนเลย ให้รายงานในช่องดำเนินการใหม่ แต่ถ้าเคยผ่านการส่งเสริม/ฝึก/จัดหา กิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งมาก่อนแล้ว ให้รายงานในช่องดำเนินการซ้ำ และรายงานยอดรวมทั้งหมดด้วย
ข้อที่ ๕ การสร้างหมู่บ้าน/ชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดินให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านยาเสพติด เป็นการยกระดับฐานะของหมู่บ้าน/ชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดินที่มีอยู่ ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ เพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน
แนวทางการรายงาน ให้รายงานดังนี้
๑. ต้องกำหนดเป้าหมาย ของจำนวนหมู่บ้าน/ชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดิน ที่จะยกระดับเป็นศูนย์เรียนรู้ (LC) ที่จะดำเนินการด้วย
๒. ให้กรอกจำนวนหมู่บ้าน/ชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดิน ที่สามารถยกระดับเป็นศูนย์เรียนรู้ (LC) ในแต่ละเดือน และให้รายงานเฉพาะในช่องดำเนินการใหม่ เท่านั้น เพราะหากยกระดับได้แล้ว ไม่ต้องไปยกระดับซ้ำอีก
ข้อที่ ๖ การสร้างองค์การบริหารส่วนตำบลให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านยาเสพติดในระดับตำบล เป็นการผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับตำบล ได้ดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดแล้วสามารถที่จะเป็นศูนย์เรียนรู้เพื่อให้พื้นที่อื่นมาศึกษาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้
แนวทางการรายงาน ให้รายงานดังนี้
๑. ต้องกำหนดเป้าหมาย ของจำนวน อบต. ที่จะยกระดับเป็นศูนย์เรียนรู้ (LC) ในระดับตำบลที่จะดำเนินการด้วย
๒. ให้กรอกจำนวน อบต. ที่สามารถยกระดับเป็นศูนย์เรียนรู้ (LC) ระดับตำบลในแต่ละเดือน และให้รายงานเฉพาะในช่องดำเนินการใหม่ เท่านั้น เพราะหากยกระดับได้แล้ว ไม่ต้องไปยกระดับ ซ้ำอีก
ข้อที่ ๗ หมู่บ้าน/ชุมชน ประกาศเป็นพื้นที่สีขาว หมายถึง การดำเนินงานให้หมู่บ้าน/ชุมชน ปลอดจากยาเสพติด หรือสามารถที่จะควบคุมปัญหายาเสพติดมิให้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนในพื้นที่ได้โดยกระบวนการ CLEAN & SEAL ที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้
แนวทางการรายงาน ให้รายงานดังนี้
๑. ต้องกำหนดเป้าหมาย ของจำนวนหมู่บ้าน/ชุมชน ที่จะดำเนินการประกาศให้เป็นหมู่บ้าน/ชุมชนสีขาวด้วย
๒. ให้กรอกจำนวน หมู่บ้าน/ชุมชน ที่สามารถประกาศเป็นหมู่บ้าน/ชุมชนในแต่ละเดือน หากไม่เคยประกาศมาก่อนให้กรอกในช่องดำเนินการใหม่ แต่ถ้าเคยประกาศมาก่อนแล้ว ต่อมาถูกยกเลิก แต่สามารถที่จะปรับปรุงแล้วประกาศใหม่ได้อีก ให้กรอกลงในช่องดำเนินการซ้ำ
ข้อที่ ๘ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการ/มีส่วนร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดให้กับประชาชนในพื้นที่ ให้ระบุกิจกรรมที่สำคัญในรอบเดือนที่ผ่านมา ให้ระบุกิจกรรมที่ อปท.ในพื้นที่ได้ดำเนินการแล้ว สามารถที่จะแก้ไข หรือป้องกันปัญหายาเสพติดในพื้นที่ได้
แนวทางการรายงาน ให้รายงานดังนี้
๑. ให้รายงานโครงการที่สำคัญของแต่ละ อปท. ไม่เกิน ๕ โครงการ แต่ละโครงการต้อง มีจำนวนเป้าหมายพื้นที่ดำเนินการให้รายงานเพียงระดับอำเภอเท่านั้น ยกเว้น อบต.ให้รายงานลงลึกถึงระดับหมู่บ้าน/ชุมชนได้ งบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการ ให้แนบภาพถ่ายพร้อมคำอธิบายใต้ภาพสั้นๆไว้ด้วย (ถ้ามี)
ข้อที่ ๙ โครงการรั้วชุมชนที่สำคัญ เป็นการดำเนินการแก้ไข ป้องกัน หรือปราบปรามยาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน ที่เป็นหน่วยงานอื่น ไม่ใช่หน่วยงานในข้อที่ ๘ ได้เข้าไปดำเนินการ แล้วเกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมอย่างเด่นชัด หรือสามารถที่จะสรุปเป็นบทเรียนที่ดี (BEST PRACTICE) ให้กับพื้นที่อื่นๆได้
แนวทางการรายงาน ให้รายงานดังนี้
๑. ให้รายงานโครงการที่สำคัญ ไม่เกิน ๑๐ โครงการ แต่ละโครงการต้อง มีจำนวนเป้าหมายพื้นที่ดำเนินการให้รายงานระดับชุมชน งบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการ และหน่วยงานที่ได้ดำเนินงาน
๒. ให้แนบภาพถ่ายพร้อมคำอธิบายใต้ภาพสั้นๆไว้ด้วย (ถ้ามี)
รั้วที่ ๓ รั้วสังคม : การจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการ
ข้อที่ ๑. การจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการของจังหวัด เพื่อดำเนินการตามมาตรการสังคมเพื่อเป็นการป้องปราม และใช้มาตรการทางกฎหมาย เป็นการดำเนินการในพื้นที่มีปัจจัยเชิงลบ เอื้อต่อการใช้/เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
๑.๑ สถานบันเทิง/สถานบริการ เน้นให้ปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนด ในด้านการควบคุมเวลาเปิด-ปิดบริการ ห้ามเด็กที่มีอายุต่ำกว่ากำหนดใช้บริการ ควบคุมมลภาวะทางเสียงห้ามจำหน่ายยาเสพติด ตรวจตราระบบการป้องกันอัคคีภัย ฯลฯ
๑.๒ หอพัก/ที่พักอาศัยเชิงพาณิชย์ เน้นให้จดทะเบียนหอพักให้ถูกต้อง ตรวจตรามิให้ใช้เป็นแหล่งมั่วสุมเสพยาเสพติด แยกประเภทหอพักหญิง-ชาย และสร้างแรงจูงใจให้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบ
๑.๓ โต๊ะสนุกเกอร์/ โต๊ะพนันบอล/ร้านค้าแฝง/ ร้านอินเตอร์เน็ต เน้นการปฏิบัติตามกฎหมาย ควบคุมการใช้บริการของเยาวชน จับกุม/เพิกถอนใบอนุญาตต่อผู้ฝ่าฝืน
๑.๔ แหล่งมั่วสุม/แก๊งค์มอเตอร์ไชค์ซิ่ง/กลุ่มแก๊งค์อื่นๆ ใช้การป้องปรามและปราบปรามตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แก๊งค์มอเตอร์ไซด์ซิ่ง ใช้การจับกุม ยึดรถแข่ง รวมทั้งดำเนินการต่อร้านที่ดัดแปลงสภาพรถ และนำเยาวชนบางส่วนไปเข้าค่ายอบรมปรับเปลี่ยนพฤตินิสัย
๑.๕ เด็กและเยาวชนที่ออกนอกบ้านในเวลาวิกาล ใช้มาตรการตรวจตรา และแจ้งผู้ปกครอง ครูมารับตัวกลับ ภายหลังพบเยาวชนดังกล่าว
แนวทางการรายงาน ให้รายงานดังนี้
๑. ต้องกำหนดเป้าหมายจำนวน ครั้ง ที่จะต้องออกทำการตรวจสอบในสถานที่ตามข้อ ๑.๑-๑.๔
๒. ให้กรอกจำนวน ครั้งที่ได้ออกตรวจในแต่ละเดือน หากสถานที่ใดไม่เคยตรวจมาก่อนให้กรอกในช่องดำเนินการใหม่ แต่ถ้าเคยตรวจมาก่อนแล้ว ให้กรอกลงในช่องดำเนินการซ้ำ
๓. ให้กรอกจำนวนครั้งที่ได้มีการดำเนินการทางสังคมเพื่อเป็นเชิงป้องปรามมิให้กระทำผิดอีก หรือได้มีการดำเนินการตามกฎหมาย ถ้าหากมีและเป็นสถานที่ที่ไม่เคยดำเนินการมาก่อน ให้กรอกในช่องดำเนินการใหม่ แต่ถ้าหากเคยดำเนินการมาก่อนแล้ว ให้กรอกลงในช่องดำเนินการซ้ำ
ข้อที่ ๒. การเพิ่ม/ขยายพื้นที่และปัจจัยเชิงบวก เป็นการจัดหาพื้นที่เชิงสร้างสรรค์ให้กับกลุ่มเด็ก/เยาวชน หรือกลุ่มคนวัยทำงาน ได้มีพื้นที่ดีในการทำกิจกรรมหรือการแสดงออกที่ถูกต้อง และไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
๒.๑-๒.๒ การจัดตั้งศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น และวัยทำงาน (TO BE NUMBER 1) เป็นการจัดตั้งกลุ่มที่ได้ดำเนินการตามโครงการ TO BE NUMBER 1 เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมของสมาชิกในชมรม
แนวทางการรายงาน ให้รายงานดังนี้
๑. ต้องกำหนดเป้าหมายจำนวน แห่ง ที่จะต้องจัดตั้งศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น และวัยทำงาน (TO BE NUMBER 1)
๒. ให้กรอกจำนวน ศูนย์ที่สามารถจัดตั้งได้ในแต่ละเดือน หากไม่เคยจัดตั้งมาก่อนให้กรอกในช่องดำเนินการใหม่ แต่ถ้าเคยจัดตั้งมาก่อนแล้ว ต่อมาถูกยกเลิก แต่สามารถที่จะปรับปรุงแล้วจัดตั้งใหม่ได้อีก ให้กรอกลงในช่องดำเนินการซ้ำ
๒.๓ การจัดกิจกรรมลานกีฬา อาศัยสถานที่ที่เหมาะสมจัดลานกีฬาให้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งจัดการแข่งขันกีฬา เช่น ฟุตซอล ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเป็นประจำ และต่อเนื่อง มีการจัดแข่งขันและประกวดในโอกาสต่างๆ
๒.๔ การจัดกิจกรรมลานดนตรี เป็นที่แสดงออกในด้านดนตรีของเยาวชน จัดให้มีการสอนดนตรี การประกวด การแสดงอย่างต่อเนื่อง
๒.๕ การจัดให้มีลานกิจกรรมสร้างสรรค์ของเยาวชน เป็นเวทีที่ให้เยาวชนได้แสดงออกถึงความสามารถ ความฝันของตนเอง ในกิจกรรมต่างๆ เช่น การประกวด ฝึกสอน แสดงผลงานในด้านศิลปะ ถนนเด็กเดิน ฯลฯ
แนวทางการรายงาน ให้รายงานดังนี้
๑. ต้องกำหนดเป้าหมายจำนวน ครั้ง ที่จะต้องออกทำกิจกรรมในข้อ๒.๓-๒.๕
๒. ให้กรอกจำนวน ครั้งที่ได้ออกทำกิจกรรมในแต่ละเดือน หากกิจกรรมใดไม่เคยทำมาก่อน ให้กรอกในช่องดำเนินการใหม่ แต่ถ้าเคยทำมาก่อนแล้ว ให้กรอกลงในช่องดำเนินการซ้ำ
๓. ในช่องจำนวนคน ให้กรอกในช่องดำเนินการใหม่ เท่านั้น
ข้อที่ ๓ โครงการรั้วสังคมที่สำคัญ เป็นการดำเนินการแก้ไข ป้องกัน ปราบปรามยาเสพติดหรือเป็นกิจกรรมเชิงบวก แล้วเกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมอย่างเด่นชัด หรือสามารถที่จะสรุปเป็นบทเรียนที่ดี (BEST PRACTICE) ให้กับพื้นที่อื่นๆได้
แนวทางการรายงาน ให้รายงานดังนี้
๑. ให้รายงานโครงการที่สำคัญ ไม่เกิน ๑๐ โครงการ แต่ละโครงการต้อง มีจำนวนเป้าหมายพื้นที่ดำเนินการให้รายงานระดับอำเภอ งบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการ และหน่วยงานที่ได้ดำเนินงาน
๒. ให้แนบภาพถ่ายพร้อมคำอธิบายใต้ภาพสั้นๆไว้ด้วย (ถ้ามี)
รั้วที่ ๔ รั้วโรงเรียน : โรงเรียนป้องกันยาเสพติด
โครงการรักษ์โรงเรียน เป็นแนวทางจุดเน้นการดำเนินงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์รั้วโรงเรียนปี ๒๕๕๔ โดยให้สถานศึกษาดำเนินกิจกรรม เพื่อการเฝ้าระวัง ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัญหา ทั้งนี้โดยการประสานความร่วมมือกับหน่วยงาน/องค์กรที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อการดำเนินการในสถานศึกษาเป้าหมาย โดยให้ครอบคลุมสถานศึกษาของรัฐและเอกชนในทุกระดับ ทั้งนี้ประกอบด้วยการดำเนินกิจกรรมต่างๆดังนี้
๑. โรงเรียน/สถานศึกษา คัดกรองนักเรียน นักศึกษา
๒. จัดกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนักเรียน นักศึกษากลุ่มเสี่ยง
๒.๑ โครงการสานสายใยครอบครัว (เป็นการจัดค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้กับนักเรียน นักศึกษาที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ด้วยการใช้หลักศาสนาในการกล่อมเกลาจิตใจนักเรียน นักศึกษา พร้อมทั้งส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีของสมาชิกในครอบครัว การละลายพฤติกรรม และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง พ่อ แม่/ผู้ปกครอง และนักเรียน นักศึกษา ตลอดจนการติดตามผลหลังการเข้าค่าย)
๒.๒ โครงการอบรมนักเรียนกลุ่มเสี่ยง
๓. นำนักเรียนที่เสพยาเข้าสู่ระบบการบำบัดรักษา
๔. มีการดูแลช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มเสี่ยงที่ผ่านกระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและนักเรียนที่ผ่านการบำบัดรักษา
๔.๑ การติดตามเยี่ยมบ้าน
๔.๒ การให้คำปรึกษาในโรงเรียน
๕. มีมาตรการลงโทษนักเรียน นักศึกษาที่ค้ายาเสพติด
๖. จัดกิจกรรมเฝ้าระวังสอดส่องความประพฤตินักเรียน นักศึกษา
๖.๑ ภายในสถานศึกษา
๖.๒ การให้คำปรึกษาในโรงเรียน
๗. จัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะชีวิต/ภูมิคุ้มกันให้กับนักเรียน นักศึกษา
๗.๑ โครงการอบรมลูกเสือต้านภัยยาเสพติด
๗.๒ โครงการพัฒนาคุณธรรม
๗.๓ โครงการห้องเรียนสีขาว (เป็นโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการให้สถานศึกษาทั่วประเทศดำเนินการโดยกำหนดกลยุทธ์ในการดำเนินงานภายในห้องเรียนจะต้องมีองค์ประกอบทั้ง ๔ ด้าน คือมีแหล่งเรียนรู้ มีนักเรียนแกนนำ/ครูที่ปรึกษาเป็นที่ปรึกษาดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีความเอื้อเฟื้อ และมีกิจกรรมที่สร้างสรรค์)
๗.๔ จัดตั้งกลุ่มเพื่อนปรึกษาเพื่อน/นักเรียนเพื่อนที่ปรึกษา (Young Counselor : YC)
๗.๕ โครงการอบรมครูแกนนำ
๗.๖ โครงการอบรมนักเรียนแกนนำ
๘. จัดกิจกรรมทางเลือก
๘.๑ โครงการบ้านหลังเรียน
๘.๒ ส่งเสริมกลุ่ม/ชมรม/สภานักเรียน นักศึกษาจัดกิจกรรมสร้างสรรค์
๘.๓ กิจกรรมอื่นๆ
๙. การจัดตั้งกลไกขับเคลื่อนงานคณะกรรมการรั้วระดับอำเภอ/จังหวัด (เป็นกลไกการบริหารจัดการในการพัฒนาประสิทธิภาพการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่มีสถานศึกษาในสังกัด และหน่วยงานสนับสนุนเพื่อการขับเคลื่อนงานรั้วโรงเรียนในแต่ละพื้นที่อย่างเป็นเอกภาพ)
แนวทางการรายงาน ให้รายงานดังนี้
๑. ต้องกำหนดเป้าหมายจำนวน โรงเรียน/สถานศึกษา ที่จะดำเนินการในข้อ ๑-๘
๒. ในช่องจำนวนคน ถ้าเป็นนักเรียน/นักศึกษา หรือ ครู ที่ไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมมาก่อนเลยให้ กรอกในช่องดำเนินการใหม่ แต่ถ้าเคยเข้าร่วมมาก่อนแล้วให้กรอกในช่องดำเนินการซ้ำ
โครงการรั้วโรงเรียนที่สำคัญ เป็นกิจกรรมที่ได้ดำเนินการแก้ไข ป้องกัน ช่วยเหลือ แล้วเกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมอย่างเด่นชัด หรือสามารถที่จะสรุปเป็นบทเรียนที่ดี (BEST PRACTICE) ให้กับโรงเรียนอื่นๆได้
แนวทางการรายงาน ให้รายงานดังนี้
๑. ให้รายงานโครงการที่สำคัญ ไม่เกิน ๑๐ โครงการ แต่ละโครงการต้อง มีจำนวนเป้าหมายพื้นที่ดำเนินการให้รายงานระดับอำเภอ งบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการ และหน่วยงานที่ได้ดำเนินงาน
๒. ให้แนบภาพถ่ายพร้อมคำอธิบายใต้ภาพสั้นๆไว้ด้วย (ถ้ามี)
รั้วที่ ๕ รั้วครอบครัว : โครงการครอบครัวสีขาว ครอบครัวเข้มแข็ง
ข้อที่ ๑. การจัดตั้งกลไกด้านการสร้างความเข้มแข็งครอบครัวในพื้นที่
๑.๑ การจัดตั้งศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน(ศพค.) ในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อเป็นกลไก สำรวจ เฝ้าระวัง ป้องกันและแก้ไขปัญหา รวมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถานบันครอบครัว โดยจัดทำแผนพัฒนา ป้องกันและแก้ไขปัญหาครอบครัว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาตำบล และให้หน่วยงานส่วนกลางที่ดูแลบุคคลเหล่านี้กับจังหวัดดำเนินการ
แนวทางการรายงาน ให้รายงานดังนี้
๑. ต้องกำหนดเป้าหมายจำนวน ศพค. ที่จะดำเนินการ โดยมีหน่วยวัด ๒ เรื่อง ได้แก่ ศพค.ที่ดำเนินการ มีหน่วยวัดเป็น แห่ง และกิจกรรมที่ดำเนินการ มีหน่วยวัดเป็น ครั้ง
๒. ในช่องจำนวน ถ้าเป็น ศพค. ที่ไม่เคยถูกจัดตั้งมาก่อนเลยให้กรอกในช่องดำเนินการใหม่ แต่ถ้าเคยถูกดำเนินการมาก่อนแล้ว แต่ถูกยกเลิกและมีการปรับปรุงใหม่จนสามารถจัดตั้งได้อีกครั้งให้กรอกในช่องดำเนินการซ้ำ
ข้อที่ ๒. การปฏิบัติต่อครอบครัวประเภทที่ ๑ (ถูกจับกุม/บำบัด) หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้กระทรวงยุติธรรม (กรมพินิจฯ กรมคุมประพฤติ กรมราชทัณฑ์) กระทรวงสาธารณสุข(สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย์ กรมอนามัย) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว) และกระทรวงมหาดไทย โดย จังหวัด/อำเภอ สำรวจ คัดเลือกครอบครัวของบุคคลที่ถูกจับในคดีเสพ/ครอบครองหรือจำหน่ายระดับย่อย และที่บำบัดรักษาแบบสมัครใจ หรือบังคับบำบัดฯ เพื่อกำหนดเป็นเป้าหมายที่จะดำเนินงาน
๒.๑ มีการสำรวจข้อมูลครอบครัวที่มีปัญหา ดำเนินการเพื่อแสวงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือกระบวนการอื่นๆเพื่อบ่งชี้จำนวนครอบครัวที่มีปัญหา และกำหนดครอบครัวเป้าหมายที่จะดำเนินการแก้ไขและช่วยเหลือ
๒.๒ การส่งเสริมให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการบำบัด/ปรับพฤติกรรม นำคนในครอบครัวตามที่กำหนดเป็นเป้าหมาย ได้แก่ พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ญาติพี่น้อง มารับการอบรมความรู้หรือทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อให้มีส่วนร่วมในการเยียวยา ประคับประคองสมาชิกในครอบครัว เพื่อให้เลิกมีพฤติการณ์ด้าน ยาเสพติด และป้องกันผู้ที่ยังเหลืออยู่ในครอบครัวไม่ให้มีพฤติการณ์ด้านยาเสพติด
๒.๓ การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ เป็นการให้ทางเลือก เพื่อป้องกันมิให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับวงจรการค้ายาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ
๒.๔ การดูแล ช่วยเหลือ/การรวมกลุ่มภายหลังการอบรม ให้ใช้เงื่อนไขที่เหมาะสมในการรวมกลุ่ม จัดตั้งกลุ่มครอบครัว-ผู้ปกครอง ตามเงื่อนไขทางสังคมที่มีอยู่ เช่น กลุ่มผู้ปกครองในโรงเรียน กลุ่มในชุมชน ฯลฯ และให้กลุ่มมีกิจกรรมสัมพันธ์ และมีการพบปะ จัดตั้งเป็นเครือข่ายช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
แนวทางการรายงาน ให้รายงานดังนี้
๑. ต้องกำหนดเป้าหมายจำนวน ครอบครัว ที่จะดำเนินการตั้งแต่ข้อ ๒.๑-๒.๓
๒. ในช่องจำนวนทั้งครอบครัวและคน ถ้าไม่เคยถูกดำเนินการมาก่อนเลยให้กรอกในช่องดำเนินการใหม่ แต่ถ้าเคยถูกดำเนินการมาก่อนแล้ว ให้กรอกในช่องดำเนินการซ้ำ
ข้อที่ ๓. การปฏิบัติต่อครอบครัวประเภทที่ ๒ (ครอบครัวกลุ่มเสี่ยง) ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงศึกษาธิการ (โรงเรียน/สถานศึกษา) กอ.รมน.และ กระทรวงพัฒนาสังคมฯ ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน(ศพค.) กระทรวงมหาดไทย (จังหวัด/อำเภอ)สำรวจ คัดเลือกครอบครัวจากเยาวชนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อปัญหายาเสพติด ที่ได้จากการสำรวจ การจัดทำประชาคม ฯลฯ และกำหนดเป็นเป้าหมายดำเนินการจำนวนหนึ่ง
๓.๑ การจัดกิจกรรมพัฒนาครอบครัวในพื้นที่เป้าหมาย นำคนในครอบครัวที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อปัญหายาเสพติดเข้ารับการอบรมในหลักสูตร การป้องกันภัยยาเสพติด เพื่อให้เกิดความตระหนักและไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือจัดกิจกรรมอื่นๆเช่น ค่ายครอบครัว คลินิกให้คำปรึกษ