รัฐบาลเร่งแก้ปัญหายาเสพติดต่อเนื่อง ภายใต้ปฏิบัติการ 5 รั้วป้องกัน ระยะที่ 3
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 306/2553 เรื่อง ปฏิบัติการประเทศไทยเข้มแข็ง ชนะยาเสพติดยั่งยืน ภายใต้ยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน ระยะที่ 3 (พฤศจิกายน 2553 – กันยายน 2554) ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2553 เพื่อลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติดให้ได้ในระยะเวลาที่รวดเร็ว ตามเจตนารมณ์ของสังคมและประชาชน และสั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งรัดลดปัญหายาเสพติดและอบายมุขให้เห็นผลในระยะ 1 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2553 ขณะเดียวกัน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้มีคำสั่งเรื่อง ปฏิบัติการเร่งรัด 3 เดือนของรัฐบาล (มกราคม – มีนาคม 2554) รองรับนโยบายของนายกรัฐมนตรี ทุกหน่วย ทุกกลไก และทุกจังหวัด จะต้องสามารถแปลงคำสั่งไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยในวันนี้ เป็นการทำความเข้าใจในแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดและบูรณาการหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากผู้ว่าฯ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนกลไกการดำเนินงานยาเสพติดในพื้นที่ ทั้งในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัด (ผอ.ศตส.จ.) และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ผอ.รมน.จ.) ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะมีผลทำให้ปัญหายาเสพติดลดความรุนแรงลงอย่างมาก จึงได้กำชับให้มีการขับเคลื่อนใน 4 กลไกที่มีบทบาทสำคัญในปฏิบัติการแก้ไขปัญหายาเสพติด คือ
กลไกที่ 1 กลไกจังหวัด ได้แก่ ศูนย์ต่อสู้เอาชนะยาเสพติดจังหวัด (ศตส.จ.) และ กอ.รมน.จังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะ ผอ.ศตส.จ. /ผอ.รมน.จังหวัด เป็นผู้มีบทบาทสูงสุด ที่จะแปลงคำสั่งไปสู่การปฏิบัติในระดับจังหวัด โดยให้ทุกจังหวัดกำหนดเป้าหมายปฏิบัติการเร่งรัด 3 เดือน เป็นเป้าหมายที่แสดงถึงจุดที่เป็นปัญหาสำคัญ (Critical Points) ของจังหวัด ใช้การปราบปรามเป็นมาตรการนำ เพื่อให้สังคมและประชาชนได้รับรู้ถึงความตั้งใจของรัฐบาล ที่มุ่งตัดวงจรการค้า หรือ supply ยาเสพติดโดยตรง มีมาตรการลดจำนวนผู้เสพในจังหวัดอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม โดยจะต้องดำเนินการร่วมกับมาตรการปราบปรามที่ทุกจังหวัดจะต้องปฏิบัติ สร้างความพร้อมให้กับระบบบังคับบำบัด จัดทำการป้องกันกลุ่มเสี่ยงและผู้เสพยาเสพติดรายใหม่ โดยให้วิเคราะห์ ค้นหากลุ่มเสี่ยงและปัจจัยเสี่ยงในจังหวัดให้ได้อย่างชัดเจน และกำหนดกิจกรรมการป้องกันได้อย่างตรงเป้า ในห้วงปฏิบัติการเร่งรัด เป็นช่วงระยะใกล้สอบและปิดภาคเรียนของสถานศึกษาในทุกจังหวัด สร้างความเข้มแข็งในทุกพื้นที่เป้าหมายที่ได้มีการดำเนินการด้านปราบปรามแล้ว โดยมอบหมายให้นายอำเภอในฐานะ ผอ.ศตส.อ. สร้างความเข้มแข็งให้กับทุกรั้วป้องกันในทุกพื้นที่เป้าหมาย เพื่อสร้างกลไกเฝ้าระวัง มิให้ปัญหายาเสพติดหวนกลับขึ้นอีก
กลไกที่ 2 กลไกที่จัดตั้งขึ้นพิเศษตามคำสั่ง ที่ 306/53 รองรับการแก้ไขปัญหากลุ่มพื้นที่ ซึ่งได้มอบหมายให้ กอ.รมน.ภาคต่างๆ รับผิดชอบ แปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ให้ กอ.รมน.ภาค 3 รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคเหนือตอนบน (เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน) โดยจัดตั้ง ศูนย์อำนวยการประสานงานสกัดกั้นยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ (ศอ.ปชน.) ให้เพิ่มระดับความสำคัญในพื้นที่หลัก พื้นที่อิทธิพลที่ยังเป็นจุดอ่อน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า รับผิดชอบพื้นที่ จชต. โดยจัดตั้งศูนย์ประสานงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปส.จชต.) เป็นกลไกหลัก ให้เพิ่มระดับการบูรณาการในทุกมาตรการในพื้นที่ 500 หมู่บ้านเป้าหมาย และพิจารณาใช้อำนาจตามกฎหมายทั้งปวงที่มีอยู่ ลดทอนความรุนแรงของปัญหายาเสพติด ตามความต้องการของประชาชนให้เป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ให้ กอ.รมน.ภาค 1 และ 2 พิจารณาเพิ่มระดับการจัดตั้งกลไกที่เหมาะสม รองรับสถานการณ์นำเข้ายาเสพติดที่มีแนวโน้มมากขึ้น โดยให้ความสำคัญ พื้นที่ที่มีการนำเข้ามากของแต่ละภาค เช่น จ.หนองคาย นครพนม อำนาจเจริญ อุบลราชธานี สระแก้ว เป็นต้น สำหรับการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ กทม. ให้มีโครงสร้างการบริหารจัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ กทม.เป็นการเฉพาะ สอดคล้องกับลักษณะโครงสร้างอำนาจในพื้นที่ รวมทั้ง ให้เพิ่มระดับบูรณาการหน่วยปราบปรามที่เกี่ยวข้องทุกหน่วย กำหนดยุทธการปราบปรามร่วมกันในพื้นที่ ลดระดับปัญหา สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนมากขึ้น
กลไกที่ 3 กลไกนอกเหนือจังหวัดที่ปฏิบัติภารกิจเฉพาะ ได้แก่ การเร่งรัดปราบปรามเครือข่ายการค้ายาเสพติดระดับสำคัญ ทั้งที่เป็นเครือข่ายการค้าที่เชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติ เครือข่ายการค้าที่เชื่อมโยงกับชนกลุ่มน้อย เครือข่ายการค้าที่เชื่อมโยงกับเรือนจำ ฯลฯ โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยต่างๆ สำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยที่เกี่ยวข้องอื่น ร่วมกันจัดตั้ง คณะอำนวยการการข่าวและปราบปรามเครือข่ายการค้าระดับสำคัญ ทำหน้าที่บูรณาการกำลัง ภารกิจ งานข่าวและปฏิบัติการปราบปรามให้เกิดประสิทธิภาพ
กลไกที่ 4 กลไกกำกับ ตรวจสอบ ติดตาม รายงาน ได้มอบหมายให้สำนักงาน ป.ป.ส. และ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กอ.รมน. (ศปป.1) รวมทั้งอนุกรรมการต่างๆเป็นกลไกกำกับ ติดตาม เพื่อการนี้ ศปป.1 กอ.รมน.จึงได้กำหนดการรายงาน โดยผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ให้เกิดความรวดเร็ว ทันสมัย และสามารถเป็นเครื่องมือให้กับฝ่ายนโยบายในการกำกับ ติดตามอย่างมีประสิทธิภาพ
ปฏิบัติการเร่งรัด 3 เดือน เป็นภารกิจเร่งด่วน เพื่อลดระดับปัญหายาเสพติดของประเทศ สร้างความเชื่อมั่นและสร้างความพึงพอใจให้แก่ประชาชน หากทุกส่วนที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามแนวทางนี้ มั่นใจได้ว่า สถานการณ์ปัญหายาเสพติดจะดีขึ้นอย่างชัดเจน