เมื่อคืนทำงานดีๆ ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังเข้ามา เลยหยิบ HP รับสายพร้อมทักทายให้ สาลาม "อัสสาลามูอาลัยกูม" แต่ปรากฎว่าคนที่รับสาย ทักทายกลับด้วยคำว่า "สวัสดีครับ" แทน พอคุยไปสักพักเลยรู้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่จาก ศอ.บต. ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับระเบียบ เงื่อนไขของแรงงานที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ (มาเลเซีย) ของประชาชนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ วันก่อนท่านก็ได้มาพบปะและเยี่ยมเยือนทีมวิจัยที่มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา ที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับกฎหมายแรงงานมาเลเซีย ซึ่งจากงานวิจัยดังกล่าวมีข้อเสนอแนะทั้งหมด 7 ข้อ ส่วนหนึ่งได้พูดถึงเรื่องดังต่อไปนี้
- ควรจัดให้มีการทำคู่มือการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ หรือจัดให้มีการเผยแพร่กฎหมายแรงงานของมาเลเซียที่ต้องปฏิบัติโดยเฉพาะในเรื่องของเอกสารที่ต้องเตรียมในการยื่นขอใบอนุญาตทำงานเพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยจัดพิมพ์เป็นภาษาไทยและภาษายาวีเผยแพร่ต่อไป
- ในการเผยแพร่กฎหมายแรงงานของมาเลเซียดังกล่าวต้องได้รับความร่วมมือระหว่างจัดหางานจังหวัดและผู้นำท้องถิ่นในท้องที่นั้นๆ เพราะผู้นำท้องถิ่นย่อมรู้ดีว่าหมู่บ้านไหน มีกลุ่มแรงงานไปทำงานต่างประเทศกี่คน และทำงานประเภทไหนบ้าง
- จัดให้มีการอบรม ชี้แจงและทำความเข้าใจในเรื่องข้อมูลและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของแรงงานไทยในต่างประเทศให้กับผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา และอาสาสมัครแรงงานทุกพื้นที่ เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้ที่จะเดินทางเข้าไปทำงานในประเทศมาเลเซีย
ทางเจ้าหน้าที่ ศอ.บต. แจ้งว่าข้อเสนอแนะดังกล่าวกำลังเสนอให้กับผู้บริหารที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ดำเนินการตามที่ได้เสนอไว้ โดยเฉพาะในเรื่องของเอกสารเกี่ยวกับกฎหมาย กฎระเบียบการจ้างแรงงานที่ต้องมีการจัดพิมพ์เผยแพร่ทั้งที่เป็นภาษาไทยและภาษายาวี/มลายู ต้องเกิดขึ้นให้ได้ อีกประเด็นหนึ่งที่น่าจะทำเป็นนโยบายสำหรับแรงงานต่างด้าวที่จะเข้าไปทำงานที่มาเลเซียต้องมีความเข้าใจในเรื่องกฎระเบียบและเงื่อนไขต่างๆ เกี่ยวกับการเข้าไปทำงานในต่างประเทศ โดยเสนอให้มีการจัดอบรมก่อนเข้าไปทำงาน (ไม่ใช่มีความเข้าใจว่า เมื่อมีหนังสือเดินทางหรือใบผ่านแดนในมือแล้ว สามารถเข้าไปทำงานโดยไม่ต้องดำเนินการขออนุญาตใดๆ อีกต่อไป) จากการลงพื้นที่ กลุ่มแรงงานที่เป็นประชาชน ไร้การศึกษายังไม่มีความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
งานวิจัยคุณภาพครับ ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปสู่การใช้งานได้จริง ยินดีด้วยครับ