สัญญาได้ไหม...
ว่าจะไปให้ถึงซึ่งที่หวัง
ด้วยความกล้าฝ่าทุกสิ่งอย่างจริงจัง
แม้พลาดพลั้งยังมีฉันนั้นปลอบใจ
 

 

ทุกย่างก้าวเธอสาวเท้าคงเหงาบ้าง
แต่อย่าอ้างว่าความหวังนั้นสูงใหญ่
เกินกว่าเธอจะคว้ามาแนบใจ
แต่อยากให้เธอสู้ทนบนหนทาง
 

 

อาจจะเหนื่อยจนท้อบ้างเป็นบางครั้ง
ขอเธอนั่งและตั้งใจคิดให้สร่าง
อย่าปล่อยให้จุดหมายหายเคว้งคว้าง
จงเกี่ยวมันไว้แนบข้างร่างของเธอ
 

 

อุปสรรคจักทลายหายลับตา
ถ้าเธอกล้าฝ่าฟันมันเสมอ
ฉันจะคอยอยู่ห่างห่างข้างกายเธอ
เป็นเพื่อนเกลอคอยให้น้ำกำลังใจ
 

 

ก้าวต่อไปอย่าหยุดนิ่งทิ้งความหวัง
ก้าวไปยังทางท้าทายที่หมายใฝ่
คงถึงวันที่เคยฝันนั้นสมใจ
อาจใกล้ไกลไปเถิดนะจะถึงเอง
 

 

สัญญาได้ไหม...
ว่าจะไปถึงหลักชัยแห่งคนเก่ง
ณ ที่นั่นเธอคงไม่วังเวง
เพราะฉันเองจะปรบมือให้แด่...เธอ
 
♩♫♬♪♩♫♬♪♩♫♬♪
 
ความเป็นมาของบทกลอนชิ้นนี้ :
นับเป็นผลงานชิ้นแรกของชีวิตผมที่ได้ลงวารสารครับ ตอนนั้นกำลังจะจบมอ 3 เพื่อน ๆ หลายคน ก็จะแยกย้ายกันไป เรียนต่อมอปลายที่อื่นบ้าง สอบตำรวจ  ทหาร  ไปเรียนสายศิลป์ และสายอาชีพบ้าง และเสียดายมาก ๆ เพื่อนบางคนจะต้องหยุดเรียน
 

 

ครูประจำชั้นและเพื่อน ๆ คงเห็นแวว ‘สุนทรภู่’ เปล่งประกายในตัวผม เลยให้ผมแต่งกลอนไว้หลังจากคำนำของทำเนียบรุ่น และความรู้สึกของ    เพื่อน ๆ แต่ละคน ผมจึงไม่พลาดที่จะรับปากตกลง นับเป็นเกียรติมากครับ และใช้เวลาไม่น่าถึงชั่วโมงก็แต่งกลอนเสร็จ...แอบคุณครูแต่งหลังห้อง
 

 

ผมจะแต่งกลอนเร็วมาก สมัยเด็ก ๆ ถ้ามีการประกวดแต่งกลอนสดที่โรงเรียน น้อยครั้งที่ผมจะพลาด  คุณครูประจำชั้นของผม มีส่วนผลักดันในแต่งกลอน ผมแต่งกลอนเร็วจึงไม่นุ่มนวล แต่ความเพราะพริ้งและสละสลวยต้องยกให้ครู  ครูบอกผมว่า อย่าทิ้งการแต่งกลอนนะ และจะรออ่านบทกวีของผมที่รวมเล่ม  ครูจะรอซื้อนะ...ครูครับผมขอโทษมากนะครับ ที่ทำตามฝันของตัวเองและครูไม่ได้ เพราะเงื่อนไขและโชคชะตาชีวิต คงกำหนดมาเป็นแบบที่ผมเป็นอยู่ครับ  
 

 

เพื่อน ๆ หลายคน ชอบกลอนบทนี้  และมีเพื่อนคนหนึ่งแอบส่งกลอนบทนี้ ไปลงวารสารแม็ค ม.ปลาย สายศิลป์ เพราะเพื่อนไปเรียนสายศิลป์ (ส่วนผมมาเรียนสายวิทย์) ได้ลงเมื่อรายปักษ์เดือน สิงหาคม 2527 ผมเรียนอยู่มอ 4 เทอมแรก  เขายื่นวารสารและมีธนาณัติ จำนวน 150 บาท เลยเลี้ยงน้ำและขนมครูและเพื่อนวันนั้นเลย โดยยืมเงินครูก่อน 100 บาท สมัยนั้น เลี้ยงคนได้ทั้งห้องเรียนเลยนะครับ
 

 

ผมได้ลงวารสารหน้า 230 คอลัมน์อักษรศิลป์ โดยพี่ภัสสร เขียนถึงผมว่า ...พี่อ่านดูแล้วก็ชอบทุกบทเลย  นอกจากสำนวนดีแล้ว  ยังให้กำลังใจคนอ่านได้เป็นอย่างดี  ขอชมว่าน้องเก่งมากจริง ๆ น้องมีพรสวรรค์ทางด้านนี้ ถ้าคิดจะเอาดีทางนี้ต่อไป  พี่ขอทำนายไว้เลยว่าน้องต้องประสบกับความสำเร็จอย่างแน่นอน พี่จึงเลือกผลงานที่ถูกใจพี่มากที่สุดมาลง จะเห็นว่าพี่ไม่ได้พูดเกินความจริงเลยสักนิดเดียว...
 

 

หลังจากเป็นต้นมา  ผมก็เกิดแรงบันดาลใจแต่งกลอน  เขียนบทความสั้น และเรื่องสั้น ได้ลงวารสารและนิตยสารต่าง ๆ เช่น สตรีสาร  ขวัญเรือน สกุลไทย  แพรว  ต่วย’ตูน ขายหัวเราะ และมหาสนุก เป็นต้น  (ส่วนที่เขียนแล้วถูกทิ้งลงตะกร้าก็เพียบนะครับ)  
 

 

ผมขอโทษครูอีกสักครั้งนะครับ  ที่ปัจจุบันแทบไม่ได้แต่งกลอนเลยครับ  แต่ถึงอย่างไร ผมก็มีโอกาสเขียนเรื่องราว และมุมมองของตนเองใน โกทูโน  อาจจะเขียนดีหรือไม่ดีบ้าง  เพราะจินตนาการและความละเมียดละไมอาจลดน้อยลง แต่ผมก็กล้าที่จะเขียนลงไปร้อยกว่าบันทึกแล้วครับครู และเชื่อว่า ผู้อ่านบันทึกของผม อ่านแล้วไม่ได้อะไรกลับไปคงมี  แต่อ่านแล้วเกิดอาการรู้สึกแย่คงไม่มีแน่นอนครับครู
 

 

วันครูมาถึงคราใด  ผมอดคิดถึงครูทุกท่านที่สั่งสอนผมมาด้วยดีไม่ได้  เพื่อน ๆ คงเช่นกัน   กาลเวลาไม่อาจพลัดพรากไปจากความทรงจำ บางแห่งมีกลิ่นพิเศษที่หอมกรุ่นเมื่อหลับตานึกถึง
 

 

คารวะคุณครูด้วยดวงใจครับ......ระลึกถึงพระคุณครูเสมอครับ...
 
♩♫♬♪♩♫♬♪♩♫♬♪