เหตุผลและอารมณ์



และนักบวชสตรีพูดขึ้นอีกว่า
ได้โปรดบอกเราถึงเรื่องของ เหตุผลและอารมณ์
และท่านตอบว่า

บ่อยครั้งที่วิญญาณของเธอเป็นสมรภูมิ
อันเหตุผลและการตัดสินใจของเธอ
ต่อสู้กับอารมณ์และตัณหา
เรานี้อยากจะได้เป็นผู้ไกล่เกลี่ยในดวงวิญญาณของเธอ
เพื่อว่าจะได้เปลี่ยนแปรความขัดแย้งและรบพุ่ง
ของปฐมธาตุในเธอให้กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว
และเป็นทำนองไพเราะ
แต่เราจะทำได้อย่างไร
ถ้าเธอไม่ช่วยไกล่เกลี่ยด้วย
และไม่รักปฐมธาตุทั้งหมดของตนเองด้วย

เหตุผลและอารมณ์ของเธอนั้นเป็นดุจหางเสือและใบเรือ
ของวิญญาณของเธอซึ่งจรไปในทะเล
ถ้าหากใบเรือหรือหางเสือเสียไป
เรือก็จะโคลงเคลงและล่องลอยไป
หรือไม่ก็ลอยเฉยอยู่กลางทะเล
เพราะการใช้เหตุผลแต่อย่างเดียว
เป็นดุจแรงอันถูกล้อมกรอบอยู่
ส่วนอารมณ์ไร้สิ่งเหนี่ยวรั้ง
คือเปลวเพลิงย่อมเผาผลาญแม้ตนเองให้พินาศไป


ดังนั้นจงให้วิญญาณของเธอ
ยกเหตุผลขึ้นสู่ระดับสูงของอารมณ์ เพื่อมันจะได้ร้องเริง
และขอให้มันนำแนวทางของอารมณ์ด้วยเหตุผล
เพื่อว่าอารมณ์ของเธอนั้นจักได้ดำรงอยู่นิรันดร์
โดยการฟื้นคืนชีพของตนเองทุกวัน
และผุดลอยขึ้นเหนือเถ้าถ่านของตนเองดุจปักษีอมตะ
เราอยากให้เธอคิดเสียว่า
การวินิจฉัยและความอยากใคร่ของเธอนั้น
เป็นดุจผู้เยี่ยมเยียนที่รักสองคนอันมาสู่บ้าน

แน่ละว่า เธอย่อมไม่ยกคนใดเหนืออีกคนหนึ่ง
ด้วยเจ้าของบ้านที่เอาใจใส่เฉพาะแขกคนหนึ่งมากไปนั้น
ย่อมจะสูญความรักและความเชื่อถือจากทั้งสอง

ในท่ามกลางเนินเขา
ขณะเมื่อเธอนั่งอยู่ภายใต้ร่มเงาเย็นของทิวสน
ร่วมรับสันติสุขและความสงบดื่มด่ำกับท้องทุ่งโน้น
ก็ขอให้ดวงใจของเธอรำพึงในความสงัดว่า
พระเป็นเจ้าประทับนิ่งอยู่ในเหตุผล

และเมื่อพายุอุบัติขึ้น
กระแสลมแรงกล้าเขย่าป่าสั่นสะท้าน
และห้วงเวหาคำรณ
และประกาศิตอานุภาพด้วยอสุนีบาต
ก็ขอให้ดวงใจเธออุทานในความพรั่นพรึงว่า
พระเป็นเจ้าเสด็จดำเนินผ่านไปในอารมณ์


และเนื่องจากเธอเป็นลมหายใจในแดนด้าวของพระองค์
และเป็นใบไม้ใบหนึ่งในสวนพฤกษาของพระองค์
เธอจึงควรพักสงบในเหตุผล
และเคลื่อนไปในอารมณ์ด้วยเช่นกัน