เมื่อสัญญาณมือถือถูกตัด เมื่อเงินเหลือในระบบถูกยึด เราจะทำอย่างไรในฐานะผู้บริโภค
คุณพงศธร จันทรัศมี เจ้าหน้าที่ สบท.(สำนักงานคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ได้ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันมีคนใช้โทรศัพท์ 80 กว่าล้านหมายเลข และ ร้อยละ แปดสิบเปอร์เซ็นต์ เป็นระบบเติมเงิน ในอดีตการใช้โทรศัพท์ เพียงรับสายและโทรออก ปัจจุบัน รับสาย โทรออก และรับข้อมูลข่าวสาร ในอนาคต คือโทรศัพท์ ระบบ 3 G ที่กำลังเป็นข่าวในบ้านเราเมืองไทย
(จุดมุ่งหมายของการพัฒนามาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2G ขึ้น ก็เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานระบบสื่อสารไร้สายส่วนบุคคล (Personal Communication) ในลักษณะไร้พรมแดน (Global Communication) โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการสามารถนำเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปใช้งานในที่ใด ๆ ก็ได้ทั่วโลกที่มีการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ดังกล่าว และยังเป็นยุคของการนำมาตรฐานสื่อสารแบบดิจิตอลสมบูรณ์แบบมาใช้รักษาความปลอดภัย และเสริมประสิทธิภาพในการสื่อสารหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นบริการส่งข้อความแบบสั้น (Short Message Service หรือ SMS) และการเริ่มต้นของยุคสื่อสารข้อมูลผ่านเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นครั้งแรก โดยมาตรฐาน GSM และ CDMA ตอบสนองความต้องการสื่อสารข้อมูลด้วยอัตราเร็วสูงสุด 9,600 บิตต่อวินาที ซึ่งถือว่าเพียงพอเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราเร็วของการสื่อสารผ่านโมเด็มในเครือข่ายโทรศัพท์พื้นฐานเมื่อกว่าสิบปีก่อน) (ข้อมูลจากคุณ กู)
การใช้โทรศัพท์ในปัจจุบันหลายท่าน พบปัญหาเหล่านี้คือ
>เมื่อสัญญาณมือถือถูกตัด
>เมื่อเงินเหลือในระบบถูกยึด
เราจะทำอย่างไรในฐานะผู้บริโภค หรือจะมานั่งบ่นปรับทุกข์กันเหมือนที่ผ่านมา ถึงเวลาแล้วหรือไม่ ที่จะร่วมกันทวงคืนสิทธิ์ของเรา ศบท. ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมช่วยท่านได้
คุณ สำเริง สุดสาวท(กำลังโทร คือ ศบท พัทลุง.)
คุณ จรัส บำรุงเสนา นักสื่อสารชำนาญการ สวท.พัทลุงมาบรรยาย
อาจารย์ ชัยพร จันทร์หอม ถ่ยทอดประสบการณ์ ภาคประชาชน
DJ สาว ลำปำ วรรณ๊ บุญนวล ก็มาร่วมเรียนรู้
หรือเขากำลังปรับปรุง จึงเปลี่ยนเลขหมายของเราไป
แต่ไม่แจ้งให้ลูกค้าทราบ เสียเงินโดยไม่ใช้บริการทั้งค่าบำรุงคู่สายและค่าอินเตอร์เน็ต
ขอบคุณค่ะ
มาสวัสดีปีใหม่ 2554 ครับ คุณวอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
มีความสุขตลอดปี อย่าเจ็บ อย่าจนนะครับ...
สวัสดีปีใหม่ครับ
สวัสดีครับน้องน้ำชา รายการอย่างนี้ ศบท. พัทลุง เขาเกาะติด เพียงแต่เรานำข้อมูล การถูกเอาเปรียบ การละเมิดสิทธิ์ กรรมการจะติดตามถามทวงให้ ครับ
ยังมีอีกหลายกรรณี เช่น บัตรเติมเงินที่พ่อแม่เราเติมไปแล้วไม่เคยได้โทรออก ถึงเวลาเงินถูกยึด เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างเห็น ๆ แปดสิบล้านหมายเลข เดือนหนึ่งมีเงินเหลือในระบบสักล้านหมายเลข บริษัทรับไปเท่าไหร ต้องหยิบเรื่องเหล่านนี้มาเป็นประเด็นหารือร่วมกันแล้ว
สวัสดีปีใหม่เช่นกันครับท่านอาจารย์ ยูมิ
ขอให้อาจารย์ มีความสุข มีโชคมีชัยในสิ่งหวังทุกประการ
มาคารวะท่านพี่ เป็นคนอาสา เป็นคนกล้า เพื่อฟันฝ่าสู่ความดีงาม ประทับใจทุกบันทึกของพี่ครับ
สวัสดีปีใหม่ครับคุณ เพชร
ขอให้มีความสุขตลอดไปครับ
สวัสดีครับท่านผอ.พรชัย กำไรบริษัทโทรศัพท์ จากผู้บริโภค ได้เห็นตัวเลขที่เอามาโชว์แล้ว น่าตกใจมาก
เราทำได้แค่บอกข้อมูลให้รู้เท่าทันเพื่อป้องตัวเอง
สวัสดีปีใหม่ค่ะบัง
ได้เรียนรู้ระบบ 3G เพิ่มขึ้นค่ะ
"วอญ่าท่านผู้เฒ่า"
ขอบคุณครับครูดาวเรืองที่ส่งข่าว
น้องกานต์ได้กำลังใจ คงปลอดภัยครับ ขอเอาใจช่วยครับ
แล้วเราจะทำงั้ยกันดี..หนูโทรไม่กี่ที....มันบอกเงินหมดอีกล่ะ
สรุปค่าโทรเดือนนีงไม่เคยต่ำกว่า 300 บาท
สวัสดีครับคุณ ระพี คุ้มครองผู้บริโภค ผู้บริโภคต้องรู้ทัน ช่วยกันร้องทุกข์ ในสิ่งที่ถูกเอาเปรียบครับ
สวัสดีวันครูค่ะคุณตา
สนับสนุนให้ทำ รวมกลุ่มกันแล้วทำเป็นตัวอย่างสิคะ
สวัสดีครับคุณ อรพันธ์ เหมือนอย่างคุณ หนุ่ย ว่า ต้องรวมตัวกันโดยใช้ข้อมูลผู้ถูกเอาเปรียบมาขับเคลื่อน ภายใต้การคุ้มครองผู้บริโภคครับท่าน
ขอบคุณ คุณยาย ดอกไม้วันครู
ขึ้นเหนือไปน่าน อยากแวะผ่านสารคาม โกสุมบ้านเสี่ยว
สวัสดีครับคุณ nui ภาคใต้ 5 จังหวัดแล้วครับที่ชาวบ้านรวมตัวกันคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
นางชโลม เกตุจินดา ที่ปรึกษาเครือข่ายผู้บริโภค
นางสาวสิรินา เพชรรัตน์ ผู้ประสานงานโครงการบริโภคสร้างสรร จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายสุชานนท์ สินธิทันยา ผู้ประสานงานพื้นที่เฝ้าคลื่นเอฟเอ็ม 105.25 MHz จ.ตรัง
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - เครือข่ายผู้บริโภคภาคใต้ กระทุ้งสาธารณสุขจังหวัดเร่งจัดการโฆษณายาอาหารเสริมที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงระบาดในสื่อวิทยุชุมชน ภายหลังจากที่องค์กรที่เป็นเครือข่ายใน 5 จังหวัด มีการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์อาหารและสุขภาพทางสื่อวิทยุชุมชน และเคเบิลทีวี ซึ่งผลิตภัณฑ์บางตัวนั้นทำผิดซ้ำซากแต่ถูกปรับเพียงเล็กน้อย
วันนี้ (21 มิ.ย.) เมื่อเวลา 11.00 น.ณ โรงแรมคริสตัล อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคใต้รายงานผลการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์อาหารและสุขภาพทางสื่อวิทยุชุมชน และเคเบิลทีวี ที่มีการโฆษณาเกินจริง ขณะที่หน่วยงานรัฐรับร้องเรียนแต่ติดปัญหาการกำกับดูแลส่งข้อมูลปัญหาให้สาธารณสุขจังหวัด แต่ติดขัดไม่มีอำนาจดำเนินการเบ็ดเสร็จต่อสถานีวิทยุและเคเบิลทีวีเนื่องจาก กสทช.ที่ต้องทำหน้าที่หลักยังไม่มีการจัดตั้ง ผู้ประกอบการจึงไม่กลัวบทลงโทษ
นางสาวจุฑา สังขชาติ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคใต้ กล่าวว่า ปัญหาด้านอาหารและผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ นับวันจะรุนแรงมากขึ้น เห็นได้จากข่าวไก่เน่า ท้องเสียเป็นกลุ่มขายตรง โฆษณาเกินจริง ซึ่งในภาคใต้เคยประสบปัญหาปลากระป๋องเน่า แต่การดำเนินการเป็นได้เพียงส่งเรื่องร้องเรียน เหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้จึงเกิดอย่างต่อเนื่อง
เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคทั้งประเทศ 5 ภูมิภาค โดยภาคใต้มีพื้นที่ปฏิบัติการ 5 จังหวัด คือสุราษฎร์ธานี สงขลา ตรัง สตูล พัทลุง ขณะนี้มีเป้าหมายที่การโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพ และยาผ่านช่องทางวิทยุชุมชน และเคเบิลทีวี ซึ่งมีการถกเถียงก่อนหน้านี้ในเครือข่ายว่าเป็นปัญหาหนัก เพราะขณะนี้มีความถี่และเข้าถึงชาวบ้านในพื้นที่ผ่านการขายตรงโดยชักชวนคนในชุมชนเป็นสมาชิกขายตรง แต่โฆษณานั้นไม่ได้รับอนุญาตและมีเนื้อหาที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง
การเฝ้าระวังในพื้นที่ นางสาวสิรินา เพชรรัตน์ ผู้ประสานงานโครงการบริโภคสร้างสรรค์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า จากการเฝ้าฟังวิทยุชุมชน 3 สถานี คือคลื่นเอฟเอ็ม 98.25 MHz, 103.25 MHz, 106 .00 MHz ซึ่งโฆษณาตัวผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจนมีทั้งที่เป็นสปอตโฆษณาและการจัดรายการพูดคุยเป็นช่วงๆ ทั้งวัน ผลิตภัณฑ์ยา 15 ตัว มีตัวหนึ่งที่เน้นเรื่องความน่ากลัวของกินทำให้เป็นมะเร็งโดยผลิตภัณฑ์นี้จะช่วยถอนพิษได้ ไปจนถึงการโฆษณาว่าเพิ่มแรงจูงใจทางเพศ
สอดรับกับสงขลาโดย นางสาวบารีย๊ะ ยาดำ สมาคมผู้บริโภคสงขลา เล่าว่า มีการเฝ้าฟัง 2 คลื่น คือ เอฟเอ็ม 87.75 MHz, 91.25 MHz น่าสังเกตว่า เป็นตัวผลิตภัณฑ์เดียวกันกับที่โฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกิดจริงใน จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีการจัดรายการพูดคุย 2 ช่วงเวลาใช้บุคคลที่อ้างอิงว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องมดลูก และมีสปอตถี่ทั้งวัน ขณะที่จังหวัดตรัง นายสุชานนท์ สินธิทันยา ผู้ประสานงานพื้นที่เฝ้าคลื่นเอฟเอ็ม 105.25 MHz ให้ข้อมูลเป็นทิศทางเดียวกัน
ทั้งนี้ นางอภิญญา แก้วจันทร์ อาสาสมัครในจังหวัดสงขลาให้ข้อมูลเพิ่มเติมปัญหาการใช้ผลิตภัณฑ์ในอำเภอรัตภูมิ โดยว่ามีเซลล์บอกขายตรงกับญาติ ซึ่งมีปัญหาเส้นเลือดขอด กินไป 3 เดือน มีอาการปวดท้องจึงหยุด อีกผลิตภัณฑ์ คือ เจนิฟูด ลูกหลานดูเคเบิลทีวี ซื้อให้ย่าวัย 80 ปี กินมีปัญหาต้องส่งโรงพยาบาล หมอสั่งให้หยุดและนำผลิตภัณฑ์ส่งต่อให้โรงพยาบาลรัตภูมิ ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าสาเหตุของอาการป่วยนั้นมาจากการใช้ผลิตภัณฑ์หรือไม่
จากการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสาธารณสุขจังหวัด นางชโลม เกตุจินดา ที่ปรึกษาเครือข่ายผู้บริโภค ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การบังคับใช้กฎหมายของ อย.จะมีความแตกต่างกันตามตัวผลิตภัณฑ์ถ้าเป็นอาหารก็จะเป็น พ.ร.บ.อาหาร เครื่องสำอางจะเป็น พ.ร.บ.เครื่องสำอาง ซึ่งยาจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เข้มงวดต้องมีการส่งข้อมูลการโฆษณา เพื่อขออนุญาตก่อนนำไปใช้ในสื่อต่างๆ และมีการดำเนินการจับปรับทั่วประเทศโดยบทลงโทษไม่หนัก ทำให้ผู้ประกอบการไม่เกรงกลัวมีการกระทำซ้ำซาก ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่ามีการรับรองโดยสามารถสื่อในสาธารณะอย่างต่อเนื่อง
“ที่น่าสนใจผลิตภัณฑ์ตัวนี้ชื่อ ซันคาร่า และมีการดำเนินการแพร่หลายทั้งที่ถูกดำเนินการโดยตลอด รวมถึง กสทช.โดยศูนย์เฝ้าฟังยังไม่สามารถดำเนินการใดกับสถานีวิทยุที่ทำการโฆษณา ซึ่งทำได้เพียงส่งเรื่องกลับมาสาธารณสุขจังหวัด” นางชโลมจิต กล่าว
ทั้งนี้ เครือข่ายมีข้อเสนอให้มีมาตรการขั้นเด็ดขาดในการปิดสถานีใช้หลักเกณฑ์วิทยุกระจายเสียงชุมชน 2552 ข้อ 8(3) (ค) ข้อ 12(4) ข้อ 12(5) และเงื่อนไขตามข้อกฎหมาย (ไม่มีโฆษณา) โดยจะมีการดำเนินการร่วมมือกับสาธารณสุขจังหวัด โดยเครือข่ายจะจัดทำข้อมูลส่งต่อเทปเสียงที่บันทึกไว้เพื่อให้สาธารณสุขจังหวัด และ กสทช.(ศูนย์เฝ้าฟังในพื้นที่) ดำเนินการจัดการสถานีที่กระทำผิดชัดเจนเพื่อเตรียมการเมื่อมี กสทช.จริง และระยะจากนี้เครือข่ายจะดำเนินการเฝ้าระวังฉลากอาหาร และอาหาร ขนมหน้าโรงเรียนที่มีความไม่ปลอดภัย และเป็นปัญหาที่ไม่สามารถจัดการแก้ปัญหาได้เช่นกัน
หลังจากนี้ เครือข่ายผู้บริโภคภาคใต้จะทำการรณรงค์อย่างต่อเนื่องร่วมกับเครือข่ายผู้บริโภคทั้งประเทศ และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเพื่อเตรียมความพร้อมองค์การอิสระผู้บริโภคที่อยู่ในวาระค้างคาในวุฒิสภาต่อไปเมื่อผ่านการเลือกตั้งครั้งนี้
สวัสดีครับคุณ คุณ นัส ขอบคุณที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในกิจกรรมเครือข่ายผู้บริโภค
มีอะไรให้รับใช้ก็ยอนดีครับ
ในส่วนของประธานสภาองค์กรชุมชนท้องถิ่นเทศบาลตำบลปากพะยูน ขอนำข้อมูลนี้ไปบอกต่อให้กับสมาชิกสภาฯในเบื้องต้น