ศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคนเรา คือ ตัวเอง
คน เราส่วนใหญ่มักนึกว่า คนที่ไม่ดีกับเรา คือศัตรูของเรา แต่ว่าโดยความเป็นจริงแล้ว ศัตรูที่สำคัญที่สุดไม่ใช่คนอื่น แต่เป็นตัวเราเองเพราะว่า ศัตรูนอกกายเรามองเห็นได้ง่าย ง่ายที่จะป้องกัน แต่สำหรับตัวเองแล้ว ยากที่จะรู้จักตัวเองอย่างถ่องแท้ยากที่จะบังคับตัวเองได้ ตัวเราไม่สามารถจะห้าม ความโกรธแค้นก็ไม่สามารถระงับได้ เลยกลายมาเป็น ตัวเองเป็นศัตรูกับตัวเอง
สิ่งที่ทำให้เราทุกข์กังวลที่สุดในชีวิตของ คือ กิเลส
มี คนบอกว่าโลกของเราเต็มไปด้วยความทุกข์ เศร้า กังวลอะไรคือความทุกข์ที่สุดหรือ? บางคนบอกว่า ปากท้อง บางคนบอกว่าความรักแต่แท้จริงแล้ว สิ่งที่ทำให้เราทุกข์กังวลมากที่สุดคือ กิเลส ทรัพย์สินเงินทอง รูปร่างหน้าตา อาหารการกิน ลาภยศ วาสนา สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ทำให้เราอยากมี อยากเป็น เมื่ออยากได้ไม่รู้จักพอย่อมเกิดความทุกข์กังวล จึงเป็นเหตุให้เราทุกข์ไม่มีสิ้นสุด
สิ่งที่ทำให้เราไม่รู้ที่สุด คือ ความโกรธแค้น
ไม่ รู้คือความไม่เข้าใจในเหตุผลต่างๆ เมื่อประสบกับสิ่งที่ไม่สมหวังดังใจ ก็โกรธ เพ่งโทษผู้อื่น โกรธเคืองฟ้าดิน แม้แต่แม้กับคนในครอบครัว สังคม หรือประเทศชาติหรือขณะที่เคืองแค้นก็ขว้างปา ทำลายสิ่งของของตัวเองนี่คือความไม่รู้ที่สุดของคนเรา ไม่เคยโทษตัวเอง ได้แต่โทษผู้อื่น
โรคประจำตัวที่ร้ายแรงที่สุดของเรา คือ ความเห็นแก่ตัว
ร่าง กายของคนเรามีเลือดเนื้อ ย่อมจะหลีกหนีไม่พ้นที่จะมีการแก่ ป่วย ตาย แต่ว่าความเจ็บป่วยในใจร้ายแรงกว่าความเจ็บป่วยในใจคืออะไร คือความเห็นแก่ตัว เพราะความเห็นแก่ตัวจึงทำให้มีจิตใจคับแคบดังนั้น นอกจากเราจะต้องดูแลรักษาสุขภาพ ไม่ให้เจ็บป่วยแล้วยังต้องรักษาความเห็นแก่ตัวในใจให้หายด้วย
สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดของคนเรา คือ ความไม่รู้
คน เราไม่ใช่ไม่มีทรัพย์สินเงินทอง ไม่มีอำนาจวาสนาไม่มีงานทำ แต่เป็นความไม่รู้ ไม่เข้าใจความเป็นจริงของโลกไม่รู้ว่าสิ่งต่างๆในโลก ล้วนเกิดจากเหตุและปัจจัย มีเหตุต้นผลกรรม
สิ่งที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตของคนเรา คือ การมีมุมมองที่ผิด
คน เราเมื่อทำความผิดแล้ว หากเป็นความผิดพลาดเรื่องงาน ยังทำการแก้ไขได้มุมมองที่ผิด ความคิดที่ผิด ไม่แต่ไม่รู้จักแก้ไขให้ถูก แต่ยังคิดว่าตัวเองคิดถูกทำถูกนี่เป็นสิ่งที่คนในสังคมยุคปัจจุบันเป็นกัน
ความพ่ายแพ้ที่ยิ่งใหญ่ของคนเรา คือ ความเย่อหยิ่ง
ดัง คำที่ว่า ?ความอ่อนน้อมถ่อมตนมักจะนำผลประโยชน์มาให้ แต่ความเย่อหยิ่งจองหองมักจะนำโทษมาให้? คนเราไปไหนหากนึกแต่ว่าตัวเองเก่ง ตัวเองเลอเลิศไม่ว่าจะไปที่ไหน ย่อมไม่ได้การต้อนรับจากที่นั่นดังนั้นความเย่อหยิ่ง จองหอง จึงเป็นความพ่ายแพ้ที่ยิ่งใหญ่
สิ่งที่ลำบากใจที่สุดในชีวิตของคนเรา คือ ถูกผิด
มี คนพูดว่าอยู่ที่ไหนก็ต้องมีถูกผิด ถูกหรือผิดสร้างความลำบากใจให้เราได้ไม่มากก็น้อย ความถูกผิดมีได้ทุกที่หากเราไม่ไปฟังเรื่องราวของผู้อื่น ก็ย่อมจะไม่เกิดอะไรขึ้น เพียงแต่เราไม่ไปฟังเรื่องราวของผู้อื่น ไม่ไปต่อความยาวสาวความยืดของผู้อื่นก็ไม่ต้องนำความลำบากใจให้กับตนเอง จึงเป็นความพ่าย แพ้ที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของคนเรา
คุณธรรมอันดีงามที่สุดของคนเรา คือ ความเมตตา
ความ ดีงามของคนเราไม่ได้อยู่ที่ความสวยงามการมีทรัพย์สินมากมาย มีความสามารถล้นเหลือดังนั้นยอมที่จะเป็นคนไม่มีความสามารถอะไรไม่มีการ ศึกษา แต่จะไม่ยอมให้ขาดความเมตตาเพราะความเมตตา คือ คุณธรรมอันแท้จริง
ความกล้าหาญที่สุดของคนเรา คือ กล้ายอมรับผิด
คน เราต้องมีความกล้า ความกล้าไม่ใช่กล้าชกต่อยกับผู้อื่นและก็ไม่ใช่ไปชิงดีชิงเด่นกับผู้อื่น เอาชนะคะคานกับผู้อื่นแต่เป็นการรู้สำนึกว่าบางสิ่งตัวเองไม่ควรพูด ไม่ควรทำอย่างนั้นไม่ควรไปขัดขวางอย่างนี้ คนที่สามารถรู้สำนึกว่าตัวเองผิดจึงจะเป็นผู้กล้าหาญที่สุด
สิ่งที่คนเราควรมีให้มากที่สุด คือ ความรู้สำนึกในบุญคุณของผู้อื่น
คน ประเภทไหนร่ำรวยที่สุด คนประเภทไหนยากจนที่สุดคนยากจนคือคนที่อยากจะได้อยู่ร่ำไป คนมั่งมีคือคนที่มีแต่ความรู้สึกขอบคุณและคิดแต่จะเจือจานช่วยเหลือผู้อื่น ดังนั้น ผู้ที่มีความรู้สึกสำนึกในบุญคุณ ถนอมสิ่งที่ตนมีอยู่ จึงเป็นผู้ที่มีมากที่สุด
สิ่งที่ควรบ่มเพาะให้มีมากที่สุด คือ ความใจกว้าง
ทุก คนก็หวังจะให้ตัวเองเป็นผู้มีการศึกษาอบรมดังมีคำกล่าวว่า ?ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความนุ่มนวล แต่จะต้องเคร่งครัดต่อตัวเอง? คนอื่นจะปฏิบัติต่อเราดีหรือไม่ เราก็สามารถเข้าใจ และยอมรับได้ นี่คือสิ่งที่ควรบ่มเพาะให้มีมากที่สุดความปลื้มปีติที่มากที่สุดของคนเรา คือ ความสุขจากรสพระธรรม
คน ส่วนใหญ่มักจะหาความสุขจากสิ่งล่อที่เป็นกิเลสและวัตถุ เช่นจากคำชมเชยเพียงคำเดียว ก็เป็นปลื้มไปเสียครึ่งวัน แต่ความสุขจากคำชมเชยเดี๋ยวเดียวก็ผ่านไปแล้ว ความสุขที่ได้จากการมีทรัพย์สิน แต่ว่าทรัพย์สินก็เหมือนสายน้ำไหล ชั่วประเดี๋ยวก็ใช้หมดแล้ว ความสุขที่ได้จากการท่องเที่ยว แต่ว่าพันลี้หมื่นลี้กระพริบตาผ่านไป ความสุขก็ผ่านไปมีความปลื้มปีติเพียงสิ่งเดียวที่จะยังอยู่ตลอดไปคือความสุข จากรสพระธรรม ปีติสุขจากธัมมะ ได้จาก ปัญญา ตัวรู้ และการภาวนา เป็นสิ่งที่สามารถมีได้ตลอดชีวิต ไม่สูญสลายตลอดไป



คน เราส่วนใหญ่มักนึกว่า คนที่ไม่ดีกับเรา คือศัตรูของเรา แต่ว่าโดยความเป็นจริงแล้ว ศัตรูที่สำคัญที่สุดไม่ใช่คนอื่น แต่เป็นตัวเราเองเพราะว่า ศัตรูนอกกายเรามองเห็นได้ง่าย ง่ายที่จะป้องกัน แต่สำหรับตัวเองแล้ว ยากที่จะรู้จักตัวเองอย่างถ่องแท้ยากที่จะบังคับตัวเองได้ ตัวเราไม่สามารถจะห้าม ความโกรธแค้นก็ไม่สามารถระงับได้ เลยกลายมาเป็น ตัวเองเป็นศัตรูกับตัวเอง
สิ่งที่ทำให้เราทุกข์กังวลที่สุดในชีวิตของ คือ กิเลส
มี คนบอกว่าโลกของเราเต็มไปด้วยความทุกข์ เศร้า กังวลอะไรคือความทุกข์ที่สุดหรือ? บางคนบอกว่า ปากท้อง บางคนบอกว่าความรักแต่แท้จริงแล้ว สิ่งที่ทำให้เราทุกข์กังวลมากที่สุดคือ กิเลส ทรัพย์สินเงินทอง รูปร่างหน้าตา อาหารการกิน ลาภยศ วาสนา สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ทำให้เราอยากมี อยากเป็น เมื่ออยากได้ไม่รู้จักพอย่อมเกิดความทุกข์กังวล จึงเป็นเหตุให้เราทุกข์ไม่มีสิ้นสุด
สิ่งที่ทำให้เราไม่รู้ที่สุด คือ ความโกรธแค้น
ไม่ รู้คือความไม่เข้าใจในเหตุผลต่างๆ เมื่อประสบกับสิ่งที่ไม่สมหวังดังใจ ก็โกรธ เพ่งโทษผู้อื่น โกรธเคืองฟ้าดิน แม้แต่แม้กับคนในครอบครัว สังคม หรือประเทศชาติหรือขณะที่เคืองแค้นก็ขว้างปา ทำลายสิ่งของของตัวเองนี่คือความไม่รู้ที่สุดของคนเรา ไม่เคยโทษตัวเอง ได้แต่โทษผู้อื่น
โรคประจำตัวที่ร้ายแรงที่สุดของเรา คือ ความเห็นแก่ตัว
ร่าง กายของคนเรามีเลือดเนื้อ ย่อมจะหลีกหนีไม่พ้นที่จะมีการแก่ ป่วย ตาย แต่ว่าความเจ็บป่วยในใจร้ายแรงกว่าความเจ็บป่วยในใจคืออะไร คือความเห็นแก่ตัว เพราะความเห็นแก่ตัวจึงทำให้มีจิตใจคับแคบดังนั้น นอกจากเราจะต้องดูแลรักษาสุขภาพ ไม่ให้เจ็บป่วยแล้วยังต้องรักษาความเห็นแก่ตัวในใจให้หายด้วย
สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดของคนเรา คือ ความไม่รู้
คน เราไม่ใช่ไม่มีทรัพย์สินเงินทอง ไม่มีอำนาจวาสนาไม่มีงานทำ แต่เป็นความไม่รู้ ไม่เข้าใจความเป็นจริงของโลกไม่รู้ว่าสิ่งต่างๆในโลก ล้วนเกิดจากเหตุและปัจจัย มีเหตุต้นผลกรรม
สิ่งที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตของคนเรา คือ การมีมุมมองที่ผิด
คน เราเมื่อทำความผิดแล้ว หากเป็นความผิดพลาดเรื่องงาน ยังทำการแก้ไขได้มุมมองที่ผิด ความคิดที่ผิด ไม่แต่ไม่รู้จักแก้ไขให้ถูก แต่ยังคิดว่าตัวเองคิดถูกทำถูกนี่เป็นสิ่งที่คนในสังคมยุคปัจจุบันเป็นกัน
ความพ่ายแพ้ที่ยิ่งใหญ่ของคนเรา คือ ความเย่อหยิ่ง
ดัง คำที่ว่า ?ความอ่อนน้อมถ่อมตนมักจะนำผลประโยชน์มาให้ แต่ความเย่อหยิ่งจองหองมักจะนำโทษมาให้? คนเราไปไหนหากนึกแต่ว่าตัวเองเก่ง ตัวเองเลอเลิศไม่ว่าจะไปที่ไหน ย่อมไม่ได้การต้อนรับจากที่นั่นดังนั้นความเย่อหยิ่ง จองหอง จึงเป็นความพ่ายแพ้ที่ยิ่งใหญ่
สิ่งที่ลำบากใจที่สุดในชีวิตของคนเรา คือ ถูกผิด
มี คนพูดว่าอยู่ที่ไหนก็ต้องมีถูกผิด ถูกหรือผิดสร้างความลำบากใจให้เราได้ไม่มากก็น้อย ความถูกผิดมีได้ทุกที่หากเราไม่ไปฟังเรื่องราวของผู้อื่น ก็ย่อมจะไม่เกิดอะไรขึ้น เพียงแต่เราไม่ไปฟังเรื่องราวของผู้อื่น ไม่ไปต่อความยาวสาวความยืดของผู้อื่นก็ไม่ต้องนำความลำบากใจให้กับตนเอง จึงเป็นความพ่าย แพ้ที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของคนเรา
คุณธรรมอันดีงามที่สุดของคนเรา คือ ความเมตตา
ความ ดีงามของคนเราไม่ได้อยู่ที่ความสวยงามการมีทรัพย์สินมากมาย มีความสามารถล้นเหลือดังนั้นยอมที่จะเป็นคนไม่มีความสามารถอะไรไม่มีการ ศึกษา แต่จะไม่ยอมให้ขาดความเมตตาเพราะความเมตตา คือ คุณธรรมอันแท้จริง
ความกล้าหาญที่สุดของคนเรา คือ กล้ายอมรับผิด
คน เราต้องมีความกล้า ความกล้าไม่ใช่กล้าชกต่อยกับผู้อื่นและก็ไม่ใช่ไปชิงดีชิงเด่นกับผู้อื่น เอาชนะคะคานกับผู้อื่นแต่เป็นการรู้สำนึกว่าบางสิ่งตัวเองไม่ควรพูด ไม่ควรทำอย่างนั้นไม่ควรไปขัดขวางอย่างนี้ คนที่สามารถรู้สำนึกว่าตัวเองผิดจึงจะเป็นผู้กล้าหาญที่สุด
สิ่งที่คนเราควรมีให้มากที่สุด คือ ความรู้สำนึกในบุญคุณของผู้อื่น
คน ประเภทไหนร่ำรวยที่สุด คนประเภทไหนยากจนที่สุดคนยากจนคือคนที่อยากจะได้อยู่ร่ำไป คนมั่งมีคือคนที่มีแต่ความรู้สึกขอบคุณและคิดแต่จะเจือจานช่วยเหลือผู้อื่น ดังนั้น ผู้ที่มีความรู้สึกสำนึกในบุญคุณ ถนอมสิ่งที่ตนมีอยู่ จึงเป็นผู้ที่มีมากที่สุด
สิ่งที่ควรบ่มเพาะให้มีมากที่สุด คือ ความใจกว้าง
ทุก คนก็หวังจะให้ตัวเองเป็นผู้มีการศึกษาอบรมดังมีคำกล่าวว่า ?ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความนุ่มนวล แต่จะต้องเคร่งครัดต่อตัวเอง? คนอื่นจะปฏิบัติต่อเราดีหรือไม่ เราก็สามารถเข้าใจ และยอมรับได้ นี่คือสิ่งที่ควรบ่มเพาะให้มีมากที่สุดความปลื้มปีติที่มากที่สุดของคนเรา คือ ความสุขจากรสพระธรรม
คน ส่วนใหญ่มักจะหาความสุขจากสิ่งล่อที่เป็นกิเลสและวัตถุ เช่นจากคำชมเชยเพียงคำเดียว ก็เป็นปลื้มไปเสียครึ่งวัน แต่ความสุขจากคำชมเชยเดี๋ยวเดียวก็ผ่านไปแล้ว ความสุขที่ได้จากการมีทรัพย์สิน แต่ว่าทรัพย์สินก็เหมือนสายน้ำไหล ชั่วประเดี๋ยวก็ใช้หมดแล้ว ความสุขที่ได้จากการท่องเที่ยว แต่ว่าพันลี้หมื่นลี้กระพริบตาผ่านไป ความสุขก็ผ่านไปมีความปลื้มปีติเพียงสิ่งเดียวที่จะยังอยู่ตลอดไปคือความสุข จากรสพระธรรม ปีติสุขจากธัมมะ ได้จาก ปัญญา ตัวรู้ และการภาวนา เป็นสิ่งที่สามารถมีได้ตลอดชีวิต ไม่สูญสลายตลอดไป



