งาน ทำชีวิต ให้สดใส ใจเบิกบาน

                 มีบทกลอนสอนใจจากปฏิทินธรรม  พุทธศักราช  2537-2549 ของท่านพุทธทาสภิกขุ  ที่รุ่นพี่ให้เป็นของขวัญวันปีใหม่มาหลายปีแล้ว  ประทับใจในความหมาย  จึงคัดลอกมาฝากทุกคนค่ะ

     การงานนั้น       น่ารัก           เพราะเป็นครู

สอนให้รู้               ให้ฉลาด       ไปทุกสิ่ง

ยิ่งทำแล้ว             ยิ่งฉลาด        มิหวาดประวิง

เป็นผู้ดิ่ง               พ้นผิด           จิตเจริญ

    ยิ่งกว่านั้น         ดูให้ดี             มีค่าลึก

เป็นการฝึก            ธรรมะกล้า       น่าสรรเสริญ

มี  สติ  ฉันทะ       ทมะ ฯลฯ          เกิน

แสนเพลิดเพลิน     จิตวาง            ทางนิพพาน

     ยิ่งประเสริฐ       ก็คือว่า            ท่าสนุก

ไม่มีทุกข์             เป็นการทำ         กรรมฐาน  

ทำชีวิต               ให้สดใส            ใจเบิกบาน

ในการงาน            ประจำวัน           นั่นเอง     เอย   

           ผ่านพ้นเทศกาลปีใหม่ 2554 มาแล้ว  ทุกคนได้หยุดพักผ่อนหลายวัน  ถึงเวลานี้เป็นเวลาที่ต้องดำเนินชีวิตตามปกติ  งานที่เกี่ยวกับการเรียนการสอนก็ต้องรีบเร่งเพื่อสอนให้ครบตามหลักสูตร  ให้เด็กทุกคนได้รับความรู้ อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อให้เขาทุกคนได้นำความรู้ไปใช้ในชีวิตข้างหน้า  เพราะเด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า  ประเทศชาติจะต้องพึ่งพาเด็กเหล่านี้  ทดแทนคนรุ่นเก่าที่ต้องจากไปตามกาลเวลา

       ถ้าเปรียบเด็กเหมือนต้นไม้ในป่าใหญ่  ครูทุกคนมีหน้าที่ในการขัดเกลาให้เขาเป็นต้นไม้ที่สมบูรณ์  ลำต้นตั้งตรงไม่คดงอ  มีกิ่งก้านใบเป็นร่มเงาที่พักผิงของสิ่งมีชีวิตต่อไป

        ครูทุกคนไม่เคยเบื่อหน่ายในการสอนศิษย์ของเขา  ยิ่งสอนยิ่งได้  ไม่ใช่เฉพาะเงินทองของตอบแทน  แต่สิ่งที่ครูทุกคนต้องการคือความเป็นคนดี  ประกอบอาชีพสุจริต

        แต่การทำงานในแต่ละวัน ผลตอบแทนจากการเหนื่อยล้า คือความน่ารัก  ใสบริสุทธิ์  จากความไร้เดียงสา ของเด็กๆ  คำพูดที่เขาเอ่ยทักทายครูช่างฟังแล้วชื่นใจ

        ตอนปีใหม่ครูดาวเรือง ไปกรุงเทพฯเพื่อพักผ่อนกับครอบครัว แล้วลาต่อไปอีก 2 วันเพราะน้องกานต์ ทำ MRI ที่โรงพยาบาลจุฬา ฯ กลับมาถึงโรงเรียน วันนั้นเป็นวันฝนตกหนัก เด็กเคารพธงชาติหน้าห้องเรียน  บนอาคารเรียน  ครูดาวเรืองเข้ามามีเด็กๆหลายคนวิ่งเข้ามากอด (เด็กอนุบาล) รวมทั้งเด็กโตๆถามกันเซ็งแซ่  คุณครูครับ-คุณครูขา  คุณครูไปไหนมา  พวกเขาคิดถึง  ครูดาวเรืองฟังแล้วน้ำตาจะไหลให้ได้ ซึ้ง..จริงๆ

       

 

        นายบันลือ..ภารโรง    เล่าว่า ถ้ามีรถเข้ามาในโรงเรียนสีเหมือนกับรถของครูดาวเรืองเขาจะวิ่งไปถามว่าครูดาวเรืองมาแล้วๆๆๆ  หรือ?  ภารโรงว่าครูดาวเรืองเด็กรักมากๆนะ  น่าปลื้มใจจริงๆๆ

        ครูดาวเรืองเป็นครูมาหลายปี แต่ไม่เคยคิดเบื่อในเรื่องการจัดกิจกรรมการเรียนให้กับนักเรียน สาระวิทยาศาสตร์ เป็นรายวิชาที่เด็กชอบเรียนเพราะมีเรื่องท้าทายให้เขาคิด  เขาทดลอง  ไม่ต้องท่องจำ  เขาได้เรียนปนเล่น จึงสนุกสนานไม่เบื่อ ครูก็ได้เรียนได้ทดลองไปกับเด็กทำให้เพลิดเพลินไปกับเขาด้วย

       

         ถ้าโรงเรียนปิดหลายๆวัน ครูดาวเรืองจะบ่นคิดถึงเด็กเสมอ หาเรื่องนัดเด็กไปทำกิจกรรมหลากหลาย เช่น วันที่อยู่เวรยาม  เป็นต้น  เด็กๆก็ชอบเพราะเขาคิดว่าไปเล่นสนุกไม่ใช่การเรียน  เราจึงได้ประโยชน์ร่วมกัน