ความเป็นครู การแสวงหาความรู้ใหม่ๆและการมีความสุขกับการถ่ายทอดความรู้ให้ลูกศิษย์อยู่ ในใจของอาจารย์เสมอ

วันนี้ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และวงการแพทย์ไทย ต้องสูญเสีย ครูแพทย์ คนหนึ่งของเราไป ครูธาดา ศ.นพ. ธาดา ยิบอินซอย

ผมต้องเกี่ยวข้องกับอาจารย์ธาดาทั้งในฐานะลูกศิษย์ ถึงจะไม่ได้เรียนกับอาจารย์โดยตรง แต่ก็เรียนจากการปฏิบัติของอาจารย์ ทั้งในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา สมัยอาจารย์เป็นคณบดีคณะแพทยศาสตร์ และอาจารย์ชอบพูดว่าผมเป็นเจ้านายของอาจารย์ สมัยผมเป็นหัวหน้าภาควิชารังสีวิทยาด้วย ทั้งในฐานะแพทย์ เพราะอาจารย์ดูแลคุณพ่อคุณแม่ของผม และสุดท้ายในฐานะที่ผมเองก็ไม่ค่อยอยากให้เกิดขึ้น แต่ก็ทำด้วยความเต็มใจ คือ การมีส่วนร่วมเป็นแพทย์ผู้ดูแลรักษาอาจารย์

ความเป็นครู การแสวงหาความรู้ใหม่ๆและการมีความสุขกับการถ่ายทอดความรู้ให้ลูกศิษย์อยู่ในใจของอาจารย์เสมอ แม้ตอนอาจารย์เจ็บป่วย อาจารย์ยอมและอนุญาตให้ลูกศิษย์ดูแลรักษาอาจารย์ ถ้าสิ่งนั้นจะก่อให้เกิดประโยชน์ เป็นการสร้างความรู้เพื่อประโยชน์สำหรับคนไข้คนอื่น ไม่ใช่เพื่อตัวอาจารย์เอง เพราะถ้าอาจารย์คิดถึงตัวอาจารย์เองก่อน ก็คงไม่ยอมรับการรักษาใดๆแล้วตั้งแต่ต้น และเรื่องนี้เป็นแนวทางหลักที่ในการประชุมร่วมทุกสัปดาห์ระหว่างทีมบุคลากรที่ดูแลกับครอบครัวของอาจารย์ยึดถือตลอดมา

การเป็นคนเรียบง่าย ไม่ชอบมีพิธีรีตอง ไม่ต้องการรบกวนใคร เป็นสิ่งที่ทำให้ในการปฏิบัติต่ออาจารย์ทุกเรื่อง จึงต้องมีการวางจุดสมดุลระหว่างความต้องการของอาจารย์กับความต้องการของผู้เกี่ยวข้อง

การให้ความช่วยเหลือผู้อื่น ทั้งด้านวิชาการ คำแนะนำในการดำเนินชีวิต รวมถึงด้านการเงิน เป็นสิ่งที่อาจารย์ทำอย่างต่อเนื่องเงียบๆ และคอยติดตามความคืบหน้าทุกเรื่องอย่างจริงจัง เรื่องหนึ่งที่ต้องบันทึกไว้ที่นี้ คือ โครงการอาสาสมัคร การให้ความช่วยเหลือคนไข้ที่ฐานะไม่ดี ที่อาจารย์ให้การสนับสนุนเป็นที่ปรึกษามาตลอด อาจารย์สอนเราว่า อย่าทำอะไรเป็นเรื่องใหญ่ เป็นทางการ แต่ขอให้ทำให้สนุก

เมื่อวานนี้ ผมได้จับมืออาจารย์ ขอขมาถ้าผมได้ทำอะไรล่วงเกิน ไม่ทำตามสิ่งที่อาจารย์ต้องการ ทำให้อาจารย์ไม่สบายใจหรือไม่สบายกาย และขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่อาจารย์มอบให้

วันนี้ผมได้กราบลาอาจารย์อีกครั้ง ในใจรู้ว่าอาจารย์คงไม่ชอบพัก ไม่ชอบอยู่เฉยๆ แต่ก็อยากให้อาจารย์มีความสุขอย่าง..ครูธาดา