ความรักผูกพันธ์ของสองพี่น้องแน่นแฟ้นมาก

วันนี้มีโอกาสได้ฟังข้อคิดในวิชาสมรรถนะฯ ของอาจารย์  ดร.พชรวิทย์ เรื่อง สองพี่น้องชาวเกาหลีเรียนหนังสือเก่งแต่ยากจน  ทั้งสองคนต้องอดทนเดินฝ่าพายุหิมะที่หนาวเย็น   แล้วมีอยู่วันหนึ่งพ่อแม่ก็จับได้ว่าเงินที่เก็บไว้ได้หายไป  พ่อแม่ก็ไม่มีใครตอบ   พ่อก็บอกว่าจะลงโทษทั้งคู่  แล้วในที่สุดน้องชายก็ยอมรับว่าเป็นคนขโมยพ่อจึงลงโทษโดยการตีอย่างหนัก   งินมาส่งพอตกกลางคืนเด็กชายก็นอนครวญครางเพราะพิษไข้จากการตีของพ่อ  แต่คนที่นอนร้องไห้หนักที่สุดคือ  พี่สาว   อยู่มาวันหนึ่งน้องชายได้ยินพ่อแม่คุยกันว่าไม่มีเงินส่งให้ลูกเรียน  พ่อจึงตัดสินใจไปขอกู้เงินมา  รุ่งเช้าเด็กชายก็มาบอกพ่อว่าเขาไม่เรียนแล้ว  พ่อถามเหตุผล  เขาก็ตอบว่าเขาขี้เกียจเรียนพ่อก็ตีเขาอีก  หลังจากวันนั้นเขาก็หายออกจากบ้าน   เพื่อทำงานก่อสร้างในเมือง   ต่อมาพี่สาวก็เข้าเรียนมหาวิทยาลัย  มีวันหนึ่งมีเพื่อนมาบอกว่ามีคนมาหาหน้าตามอมแมม  พี่สาวออกไปพบปรากฏว่าเป็นน้องชายที่มาหาด้วยความคิดถึง  เพื่อนำกิ๊บมาฝากเพราะเห็นที่ตลาดแล้วคิดถึงพี่สาว  พี่บอกว่าทำไมไม่บอกว่าเป็นน้องชายของพี่   น้องบอกว่ากลัวพี่อายเพื่อนในมหาวิทยาลัย   ต่อมาพี่สาวมีแฟนและจะพาแฟนไปพบทางบ้าน   เขากลับบ้านมาเพื่อซ่อมแซมบ้านเมื่อพี่สาวกลับมาบ้านก็พบบ้านที่ทาสีใหม่จัดได้สวยงามกว่าเดิม  พี่สาวบอกพ่อแม่ว่าทำไมต้องปรับปรุงบ้านให้สิ้นเปลือง  แม่บอกว่าให้ไปถามน้องชายเขาเป็นคนจัดการหลังจากนั้นพี่สาวและแฟนได้แต่งงานกันและวันที่พี่สาวแต่งงานเขาก็บอกกับทุกคนว่าถ้าถามว่ารักใครมากที่สุดเขาตอบได้เลยว่ารักพี่สาวมากที่สุด  เพราะตอนเด็กวันหนึ่งขณะที่เดินฝ่าพายุหิมะที่หนาวเย็นเขาทำถุงมือข้างหนึ่งหาย   แล้วพี่สาวก็ถอดถุงมือข้างหนึ่งของเธอให้กับเขา  แล้ววันนั้นมือของพี่สาวก็บวมแดงทำให้ไม่สามารถกินข้าวได้หลายวัน  ต่อมาพี่สาวเปิดบริษัทเป็นเจ้าของบริษัทฮุนได  และต่อมาน้องชายก็เป็นเจ้าของบริษัทแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้  ชื่อบริษัทซัมซุง  จะเห็นว่าความรักและความเสียสละของสองพี่น้องความผูกพันธ์ที่ทั้งสองมีให้กันนั้นแน่นแฟ้นมาก สำหรับวันนี้พบกันแค่นี้ก่อนนะคะ  แล้ววันพรุ่งนี้ค่อยพบกันใหม่นะคะ