Appreciative Inquiry เพื่อสังคม..แห่งการพึ่งตนเอง..

พอเล่าเรื่องว่า AI คืออะไร...ก็มักได้ยินเสียงสะท้อนกลับว่า "...อ้อ..อันเดียวกับ Best Practice นั่นเอง..."

....

ใช่ไหมครับ..ผมตอบด้วยเรื่องเล่าดีกว่า..ถ้าคุณคิดว่ามันใช่ Best Practice อย่างที่เห็นๆกันอยู่..ก็ไม่ว่ากัน..ส่วนผมจะให้ความเห็นในมุมของผมครับ...

....

มีวันหนึ่งผมไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวร้านหนึ่งครับ..คนแน่นร้านเชียว..อร่อย...พอเก็บเงิน ก็ต้องตกใจครับ เพราะเจอศิษย์เก่าคนหนึ่ง...ที่ตกใจเพราะอะไรครับ...เพราะสมัยเรียน เธอช่างธรรมดา เพลนสุด เธอเป็นข้าราชการครับ ทำงานในหน่วยงานที่แสนธรรมดาๆ เช่นพัสดุ

.....

ตอนนั้นก็คิดอยู่..อืม มาเรียน MBA ทำไมน๊อ  ประมาณว่ามาเรียนก็อ่อน...งงๆ.เง๊งง๊างๆ..เกรดก็เป็นฐานคนอื่น

..แต่ตอนนี้เธอลาออกจากราชการมาเป็นเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวที่คนแน่นร้าน..แล้ว...

......

เธอจุดประกายผมทันที...เพราะนี่แหละ เป็นร่องรอย ล่ะ...ถ้าคุณจะสอนให้คนที่ดูไม่มีพื้นฐานทางธุรกิจเลย..ชนิดใส เหน่ง..ให้ทำ SME ได้ อาจต้องมาเรียนรู้จากเธอ....ว่าแล้วผมก็ถามเธอ...จุดเปลี่ยนคืออะไร..สุภาพสตรีท่านนี้เล่าให้ฟังว่า...เธอไปกรุงเทพ วันหนึ่งแวะทานก๋วยเตี๋ยว...รู้สึกอร่อยดี..เลยถามเจ้าของร้านว่า...ถ้าจะเอามาขายที่ขอนแก่นได้ไหม...ถามเล่นๆ เลยได้ Franchise มาจริงๆ ตอนนี้ขายดี จนต้องลาออกจากราชการมาเลย..

......

อีกคนเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุ ลาออกแล้วเช่นกัน มาทำโรงเรียนสอนพิเศษ ปรากฏว่าติดลมบนครับ..สอนภาษาไทยให้ฝรั่ง...ตอนนี้รายได้หลายแสนบาท...ไปถามดู เกิดจากการที่เธอนั่งทำการบ้าน เรียนอยู่กลุ่มเดียวกันเจ้าของโรงเรียนพิเศษชื่อดังในขอนแก่น..

.............

สอง Case นี้แสดงให้เห็นความหวัง ที่เราจะถอดบทเรียนมาพัฒนาหลักสูตรได้...

กรณีแรก...ควรมีการจัดให้ไปดูงาน Franchise ครับ และซื้อวารสาร Franchise มาครับ...เพราะบางคนยังงง ไม่รู้จะจับต้นชนปลายยังไงก็ทำ Franchise ไปก่อน ถูกๆ ดีๆมีเยอะครับ..(แม่ผมเคยซื้อสูตรทำน้ำเต้าหู้รสเด็ดมาในราคา 500 บาท)

กรณีที่สอง..ต้องจัดกลุ่มให้ทำงานร่วมกับคนที่ีกิจการ..ที่เริ่มต้นด้วยทุนไม่สูง ครับ..อาจเกิด KM แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้...

....................

นี่เป็นการมองโลก แบบ Appreciative Inquiry หรือ AI ศาสตร์นี้ เน้นการถาม ด้วยคำถามดีๆ มาจากสมมติฐานที่ว่า...ในทุกระบบ ทุกคน มีเรื่องดีๆ ซ่อนเร้นอยู่...นั่นหมายความว่า...ในบรรดาคนที่ดูไม่น่าจะทำได้..ก็ย่อมมีคนที่ในที่สุดสร้างกิจการได้...นี่ถือเป็น Best Practice หนึ่งในแบบ AI ครับ...และน่าศึกษามากๆครับ...เป็นตำนานที่ไม่มีใครให้รางวัล Best Pracitice เพราะไม่ Grand... แต่ไม่ควรถูกลืม และปล่อยให้ผ่านไปครับ

...เพราะถ้าจับจุดได้หมายความว่า...เราอาจสร้างคน สร้างงานได้ ด้วยกลไก  ที่มีอยู่แล้ว เช่นสถาับันการศึกษานี่ ก็ดูงานอยู่แล้ว อาจเปลี่ยนไปดูงาน Franchise ที่จัดขึ้นทุกปีที่ Impact เมืองทองธานี ดูได้ทีเดียวเป็นพันธุรกิจ.. อาจเกิดไอเดียบรรเจิด แทนที่จะไปดูงานแต่องกรค์ใหญ่ๆ ที่เป็น Best Practice ด้านธุรกิจแสนล้าน..ที่ไปก็เจอแค่ Slide กับพนักงานต้อนรับ..(ที่มาพร้อมกับคำตอบ...อืมพอดีไม่ได้รับผิดชอบในส่วนนั้นค่ะ)...หรือการทำงานกลุ่มก็ทำอยู่แล้ว...แต่อาจปนคนที่ทำธุรกิจที่เริ่มต้นด้วยทุนไม่สูง ไปนั่งทำงานด้วยกัน อาจเหนี่ยวนำกันได้ในที่สุดครับ

......

นี่ละครับ Best Practice  แบบ AI ..คุณล่ะ คิดอย่างไร