การศึกษาในระบบปัจจุบันกับทุนนิยมมักแยกกันไม่ออก โลจิสติกส์กับทุนนิยมก็แยกกันไม่ออกเหมือนกัน
โลจิสติกส์คืออะไร คือกระบวนการทั้งหมดของการผลิตสินค้าและบริการ ตั้งแ่ต่การผลิต ไปจนถึงกระบวนการขนส่งและกระจายสินค้าไปสู่ผู้บริโภค
โลจิสติกส์เป็นต้นทุนหนึ่งของการผลิต หากมีการใช้จ่ายในการเคลื่อนย้าย สินค้ามาก ต้นทุนการผลิตก็จะสูงไม่อาจจะแข่งขันในระบบตลาดได้ ดังนั้น ค่าใช้จ่ายในการขนส่งเคลื่อนย้ายจึงเป็นเรื่องสำคัญของธุรกิจ
หันมาดูการศึกษา การศึกษาเป็นการผลิตชนิดหนึ่ง เป็นกระบวนการมีการ นำเข้าวัตถุดิบ มีกระบวนการผลิตและควบคุมการผลิต และมีผลออกมา เป็นเป้าหมาย
กระบวนการนำเข้า ประกอบด้วย 4 m คือ man money material management การเคลื่อนย้ายบุคคลเพื่อปฏิบัติงาน การทุ่มเทงบประมาณและทรัพยากร การบริหารการปฏิบัติการ
กระบวนการผลิต มีแผนการดำเนินงาน การควบคุมแผน และทุ่มเททรัพยากร เพื่อให้แผนดำเินินการไปได้
ผลผลิต ผลลัพท์ คุณภาพของกระบวนการในการดำเนินงาน เมื่อมีกระบวนการนำเข้า และผลิต แล้ว ผลที่ได้จากกระบวนการผลิตเป็นอย่างไรสะท้อนกระบวนการนำเข้า และการจัดการผลิต
ปัจจุบันที่พูดกันมากที่สุดก็คือโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ห่างไกล เป็นจุดบอดของผลลัพท์ เมื่อวิเคราะห์ตามโลจิสติกส์ มักจะพบว่า การเคลื่อนย้ายและการเดินทางของครูเป็น ปัญหาหลัก มักพบว่าครูที่อยู่ตามโรงเรียนขนาดเล็กที่ห่างไกล มักจะไม่ใช่คนในพื้นที่ ใช้เวลาในการเดินทางมาก การเคลื่อนที่ของครูหนึ่งคนส่งผลต่อเด็กจำนวนมาก ไม่ว่า จะเดินทางไปส่งงาน ติดต่อราชการ การเคลื่อนที่ก็ใช้เงิน ใช้ทรัพยากรมาก และระยะ เวลาที่ครูคนหนึ่งย้ายไปแล้วนั้น ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 4 เดือน จึงจะได้ครูคนใหม่มาแทน การเคลื่อนย้ายของเงินทุนและทรัพยากร แม้ว่าภายหลังจะมีการเคลื่อนย้ายเงินทุนและ ทรัพยากรไปยังโรงเรียนเหล่านี้อยู่บ้าง แต่สภาพที่ขาด man แม้จะมี material ก็มี ประโยชน์น้อย หากเพิ่ม man มาก ๆ ก็ไมุ่คุ้มค่า แต่ก็อาจได้ผลผลิตผลลัพท์ที่ดีได้ นอกจากนี้โรงเรียนที่ห่างไกลกันดารเหล่านี้ ยังขนส่ง material ที่ราคาแสนแพงทำให้ ต้องมีค่าใช้จ่ายในการขนส่งอุปกรณ์อาหาร ทำให้เงินที่จะใช้ในการบริหารคุณภาพนั้น ลดลง
ในการสัมนาโรงเรียนในพื้นที่สูง ได้สะดุดคำหนึ่งของท่านโกศล ปราคำ ผอ.เขตเชียงใหม่ และเคยดำรงตำแหน่ง เป็น ผอ.เขตที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ขายความคิดไว้ว่า โรงเรียน ขนาดเล็กที่อยู่ในที่กันดาร ห่างไกล เดินทางไกล ต้องแก้ด้วยการรับเหมาของเอกชน ผู้เขียนคิืดว่า ถ้าต้องการคุณภาพจริง ๆ ก็ต้องย้ายครูในโรงเรียนเหล่าีนี้ไปเสริมยังโรงเรียน ขนาดกลางและขนาดใหญ่ แล้วให้บริษัทรับเหมาของเอกชนเป็นผู้ดำเนินการ โดยการดำเนินการ ก็เอา บุคคลสำคัญที่มีส่วนในการผลักดันปฏิรูปการศึกษานี่แหละเป็นผู้ตั้งบริษัทรับเหมาใน โรงเรียนเหล่านี้ และก็วิจัยอย่างจริง ๆ กำหนดให้ปีที่ 1 มีผลผลิตและผลลัพท์เท่ากับ คะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ ปีที่สองการสอบระดับชาติต้องขึ้นถึงระดับเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ไม่ว่า จะอยู่ในพื้นที่ไหน เพราะเอกชนรับเหมานั้นจะต้องทำได้ และงบประมาณในการรับเหมาการศึกษา นั้น จะต้องได้เท่า ๆ กับอัตราโรงเรียนขนาดเล็ก แต่อัตราครูต้องคิดเท่าระดับปริญญาตรีไ่ม่มีการขึ้น เงินเดือน การจ้างเหมาจ้างคราวละ 3 ปี และผู้เรียนจะต้องสอบผ่านระดับชาติเป็นไปตามเกณฑ์ ทุกคน หากไม่ผ่านตามเกณฑ์ให้เลิกจ้างและระบุชื่อบริษัทและผู้รับผิดชอบอยู่ในแบ็คลิสต์ ถ้าเล่นกับระบบทุนนิยมและโลจิสติก ก็ต้องทำตาม
ทุกวันนี้เราใช้งบประมาณให้คนอื่นเอากระจกมาส่องกระบวนการผลิตเป็นจำนวนมาก วันนี้ให้คนเหล่านั้นที่มีบทบาทในการแสดงความคิดเห็นผลักดันสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับการศึกษา โดยให้แสดงฝีมือในการบริหารจัดการจุดอ่อนที่สุดของการศึกษาประเทศ คือโรงเรียนขนาดเล็ก ถ้าดำเนินการแล้วจะพบว่า ครูในโรงเรียนต่าง ๆ ก็จะไม่ขาดแคลนอีกต่อไป สองได้เอกชนเข้ามา บริหารงานในพื้นที่กันดาร จุดบอด และบุคคลต่าง ๆ ที่รับเหมาก็เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงกับการปฏิรูป คงไม่ต้องการให้เสียชื่อในการบริหารที่ได้เงินเท่ากับโรงเรียนขนาดเล็ก ต้นทุนการผลิตทาง โลจิสติกส์ ก็จะลดลง และเป็นแนวทางในการบริหารจัดการการศึกษาของประเทศโดยใช้แบบอย่าง ผู้รับเหมาทางการศึกษานี้ต่อไป