สมัชชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา ครั้งที่ 9
การประชุมนี้จัดโดย สวทน. ที่ไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 10 - 12 ม.ค. 54 โดยมีเป้าหมาย รับฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น สร้างเครือข่าย สร้างความตระหนัก ในบทบาทของ วทน. ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ ดูรายละเอียดได้ที่นี่
ในวันที่ 10 หลังจาก 3 รายการหลัก คือ (1) ปาฐกถาโดยท่านนายกรัฐมนตรี (2) นำเสนอร่างแผน 10 ปี วทน. โดยเลขาธิการ สวทน. ดร. พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ (3) เสวนาเรื่อง วทน. กับการปฏิรูปประเทศไทย โดย ศ. นพ. ประเวศ วะสี และนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ตอนบ่ายมีการแบ่งกลุ่มย่อย 5 กลุ่ม เพื่อวิพากษ์แผน วทน. แห่งชาติ
ผมได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ประธานกลุ่มที่ 2 เรื่อง สังคม ชุมชน ท้องถิ่น โดยที่ก่อนหน้านี้ผมเคยเขียนบันทึกเรื่องความหวังของผมต่อแผน วทน. ต่อการพัฒนาประเทศด้านสังคมไว้ที่นี่
เพื่อให้การเตรียมการณ์รับฟังความคิดเห็นในห้อง สังคม ชุมชน ท้องถิ่น ในวันที่ ๑๐ ม.ค. ๕๔ ได้ผลดี ผมจึงไปหารือที่ สวทน. เมื่อวันที่ ๒๙ ธ.ค. ๕๓ และได้ให้ความเห็นภาพใหญ่ว่า ผลของสมัชชาต้องไม่ใช่แค่เพื่อนำไปเสนอต่อรัฐบาล เราต้องคิดใหญ่กว่านั้น สมัชชาใหญ่กว่ารัฐบาล หรืออย่างน้อยก็มีความสัมพันธ์กันในแนวราบ ไม่ใช่สมัชชาเป็นลูกน้องของรัฐบาล ที่จริงรัฐบาลเป็นลูกน้องของสมัชชา หรือของประชาชน
ผลจากสมัชชาจึงต้องเผยแพร่และเสนอแนะต่อสังคมอย่างกว้างขวาง รวมทั้งเสนอต่อรัฐบาล โดยที่เรื่องสำคัญบางเรื่องหากรัฐบาลไม่ปฏิบัติ สังคมจะเรียกร้องเอง สวทน. ไม่ต้องทำหน้าที่เรียกร้อง ซึ่งถ้าทำ ก็จะมีลักษณะเป็นการร้องขอ หรืออ้อนวอน เป็นทำนองลูกน้องเสนอต่อนาย ซึ่งจะไม่ได้ผล
การทำงานเชิงนโยบายของหน่วยงานของรัฐในปัจจุบันนี้มีข้อจำกัดมาก เนื่องจากความอ่อนแอของฝ่ายการเมือง อันมาจากความอ่อนแอฉ้อฉลของนักการเมืองจำนวนมาก การจัดสมัชชาเพื่อเสนอรัฐบาลจึงเป็นแนวทางที่ผิด ต้องเพื่อเสนอแนะต่อสังคม และให้สังคมมอบหมายให้รัฐบาลนำไปปฏิบัติ
พอดีตอนนี้ผมกำลังอ่านหนังสือ The Idea of Justice เขียนโดยนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล อมาตยา เซน ทำให้ได้รู้จีกคำว่า Social Contract ซึ่งเป็นหัวใจของประชาธิปไตย ว่าพลเมืองมอบอำนาจให้รัฐบาลปกครองเพื่อให้ดำเนินการให้เกิดความราบรื่นเพื่อผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่เพื่ออำนาจของผู้ปกครอง ดังนั้นในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนจึงมีอำนาจรวมตัวกันบอกความต้องการแก่รัฐบาล และ สวทน. ควรทำหน้าที่จัดสมัชชา วทน. เพื่อเป็นกลไกให้ประชาชนบอกความต้องการแก่รัฐบาล ในเรื่องการสร้างและใช้ วทน. เพื่อความสุขสันติ และความสามารถในการอยู่ในโลกอย่างมีศักดิ์ศรี ของประเทศไทย
ผมมีความเห็นว่า รัฐบาลมีหน้าที่ทำให้ วทน. เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคม ชุมชน ท้องถิ่น ต้องทำให้ สังคม ชุมชน ท้องถิ่น มีความสามารถพัฒนา วทน. ขึ้นใช้เอง โดยปัจจัยสำคัญคือการเรียนรู้ของคนในท้องถิ่น “ตั้งแต่เกิดถึงเชิงตะกอน” คือมากกว่า “การศึกษา” ตามที่เราเข้าใจกัน รวมทั้งเรื่องการศึกษาก็ต้องปฏิรูปอย่างขนานใหญ่ ในผู้เรียนได้ฝึกฝนตนเองให้เกิด 21st Century Skills ซึ่งจะเป็นทักษะพื้นฐานในการดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีและเป็นพลเมืองดี อันเป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝนไปตลอดชีวิต
วิจารณ์ พานิช
๓๑ ธ.ค. ๕๓
กราบสวัสดีปีใหม่ท่านอาจารย์คะ
แนวคิดเรื่องการรับฟังความเห็นของประชาชน ทางสรพ. ริเริ่มทำในปีนี้ด้วยคะ
ว่าโรงพยาบาลที่ผ่านการรับรองแล้วนั้น ประชาชน มีความเห็นอย่างไร
อยากศึกษากระบวนการที่ให้ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการรับรองด้วยคะ