การสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วมทางด้านการจัดการศึกษา
การจัดการศึกษาให้มีมีคุณภาพ มีประสิทธิผล มีประสิทธิภาพ จำเป็นที่สถานศึกษาต้องอาศัยการมีเครือข่ายและการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ ครุภัณฑ์ต่างๆ ไม่จำกัดอยู่เพียงแค่งบประมาณของแผ่นดินที่ได้รับการจัดสรร สถานศึกษาสามารถระดมได้ทุกภาคส่วน นอกจากนี้ สถานศึกษาสามารถระดมทั้งความคิดสติปัญญา แรงกาย แรงใจ พลังสมอง ของทุกองค์และชุมชนในท้องถิ่นมาทำการพัฒนาการศึกษาของชาติให้เจริญก้าวหน้าต่อไปได้สู่ความเป็นสากลต่อไป และพระราชบัญญัติการศึกษาของชาติซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทในการบริหารและจัดการศึกษา ยังได้กำหนดไว้ให้มีการส่งเสริมการเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาไว้ว่า ให้สถานศึกษาร่วมกับบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการและสถาบันสังคมอื่น ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน จะเห็นได้ว่า การสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วม มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการจัดการศึกษามาก
1. ระดับของการสร้างเครือข่าย แบ่งได้เป็น 3 ระดับ ดังนี้
1.1 ระดับองค์การ (Organizational Level)
ได้แก่ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์การเพื่อรองรับการบริหารงานแบบมีส่วนร่วม
เช่น ตั้งหน่วยงาน บุคลากร นโยบาย งบประมาณ ด้านการบริหารแบบมีส่วนร่วม เป็นต้น
1.2 ระดับสถาบัน (Institutional Level)
ได้แก่ การสร้างวัฒนธรรมการปฏิบัติงานแบบใหม่ของการบริหารแบบมีส่วนร่วม
การปรับเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติงาน การปรับกระบวนทัศน์ของคนในองค์การให้สามารถปฏิบัติงานกับประชาชนในลักษณะเป็นหุ้นส่วน และการปฏิบัติงานในลักษณะเครือข่าย มีการออกกฎเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติงานให้เป็นที่รับรู้และเข้าใจ จนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของคนในองค์กร
1.3 ระดับบุคลากร (Individual Level)
ได้แก่ การสร้างบุคลากรและฝึกทักษะบุคลากรในองค์การให้เชี่ยวชาญในการ
ปฏิบัติงานกับประชาชน เช่น ทักษะการสื่อสาร ทักษะการมีส่วนร่วมของประชาชน ทักษะการวิเคราะห์การมีส่วนได้ส่วนเสีย ทักษะการบริหารความขัดแย้ง การจัดหลักสูตรอบรมด้านการบริหารแบบมีส่วนร่วม เป็นต้น
2. ระดับของการมีส่วนร่วม แบ่งได้เป็น 5 ระดับ ดังนี้
2.1 ระดับที่ 1 การมีส่วนร่วมในระดับให้ข้อมูลข่ายสาร (To Inform)
การให้ข้อมูลข่าวสาร อาจใช้วิธีการต่างๆ หลากหลายรูปแบบเช่น เอกสารสิ่งพิมพ์ของสถานศึกษา การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านทางสื่อต่างๆ เช่น วิทยุชุมชน จัดนิทรรศการ จดหมายข่าว จัดงานแถลงข่าว การติดประกาศ การให้ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของสถานศึกษา
2.2 ระดับที่ 2 การมีส่วนร่วมในระดับการปรึกษาหารือ (To Consult)
เป็นการเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลข้อเท็จจริงและความคิดเห็นเพื่อ
ประกอบการตัดสินใจของสถานศึกษาด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การรับฟังความคิดเห็น การสำรวจความคิดเห็น การจัดเวทีสาธารณะ การแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ เป็นต้น
2.3 ระดับที่ 3 การมีส่วนร่วมในระดับให้เข้ามามีบทบาท (To Involve)
เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงาน หรือร่วมเสนอแนะ
แนวทางที่จะนำไปสู่การตัดสินใจ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ว่าข้อมูลแนวคิดนั้นจะถูกนำไปพิจารณาเป็นทางเลือกในการบริหารงานของสถานศึกษา เช่น การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพิจารณาประเด็นนโยบายสาธารณะ ประชาพิจารณ์
2.4 ระดับที่ 4 การมีส่วนร่วมในระดับสร้างความร่วมมือ (To Collaborate)
เป็นการให้กลุ่มประชาชนผู้แทนภาคสาธารณะมีส่วนร่วม ในทุกขั้นตอนของการตัดติดใจและมีการดำเนินกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เช่น คณะกรรมการสถานศึกษาที่มีฝ่ายประชาชนร่วมเป็นกรรมการสถานศึกษา
2.5 ระดับที่ 5 การมีส่วนร่วมในระดับให้เสริมอำนาจแก่ประชาชน (Empower)
เป็นขั้นตอนที่ประชาชนเข้ามามีบทบาทสูงสุด คือเป็นผู้ตัดสินใจ ได้แก่ การลง
ประชามติในประเด็นกิจกรรมทางการศึกษาต่างๆ เป็นต้น
3. องค์ประกอบของการสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วม
การดำเนินการสร้างเครือข่ยและการมีส่วนร่วม ควรมีองค์ประกอบต่างๆ ดังต่อไปนี้
3.1 วัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย ควรมีวิสัยทัศน์ที่เป็นเป้าหมายในอนาคตร่วมกัน
สามารถนำไปสู่การปฏิบัติภารกิจเพื่อตอบสนองความต้องการหรือแก้ปัญหาได้
3.2 สมาชิก ในเครือข่ายมีสมาชิกที่มีความสำคัญเท่าเทียมกัน มีความเป็นเอกภาพ
ในการบริหารจัดการในสถานศึกษา
3.3 ผู้ประสานงานและคณะกรรมการ เป็นคณะบุคคลที่คัดเลือกจากสมาชิกเครือข่าย มีการผลัดเปลี่ยนทำหน้าที่ในการประสานงานและบริหารจัดการเครือข่าย
3.4 กิจกรรม การจัดกิจกรรมต้องน่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกในเครือข่าย
3.5 ทรัพยากร เพื่อเป็นประโยชน์และเกิดประสิทธิภาพของเครือข่าย
อ้างอิง
คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2553). การสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วม. กรุงเทพฯ:กพร.
.....................................
สวัสดีค่ะ