แก๋งกะด้างเป็นอาหารที่ทำให้น้ำแกงกระด้างเป็นวุ้นนิยมทำกันในฤดูหนาวเมืองล้านนา

คนเรานี่ก็ช่างใช้ผะหญาภูมิปัญญาในการเยียะกิ๋นหรือปรุงอาหารให้อร่อยตามฤดูกาล  อย่างเช่นการปรุงอาหารที่เรียกกันเป็นภาษาล้านนาว่า " แก๋งกะด้าง"  คำว่า กะด้าง  หมายถึงแข็ง กว่าปกติที่เคยเป็น

เช่น  คนตุ๊ก(คนจน)นอนหนาวแข็งกะด้างจนตายคาตูบ(กระท่อม)   มือเป็นเหน็ด(เหน็บชา)จนกะด้าง    แมวนอนต๋าย(ตาย)กะด้างคาลมหนาว..น่าอินดูแต๊ๆ.....(น่าเอ็นดูจริงๆ)

คำว่ากะด้างตรงกับภาษาไทยกลางว่า  "กระด้าง"นั่นเองครับ หากเห็นแกงกะด้างแล้วบางท่านอาจเห็นว่ามันไม่แข็งเหมือนไม้หรือหินเลยนะเนี่ย...มันเป็นวุ้นใสๆเท่านั้นเองทำไมต้องเรียกกันว่า  กะด้าง

คำว่ากะด้างหรือกระด้างในแก๋งกะด้าง  ก็เพราะว่า  แกงทั่วๆไปมันมีน้ำแกงเหลวๆอย่างที่เห็นๆกัน........แต่พอมาถึงแกงกะด้าง  น้ำแกงมีลักษณะเป็นวุ้นใสๆ สามารถจับได้ หากอยู่ในหน้าหนาวอากาศหนาวเย็นยิ่งทำให้น้ำแกงแข็ง มีลักษณะกะด้างดียิ่งขึ้น

การทำแก๋งกะด้างนิยมทำกันตอนหัวค่ำหรือตอนใกล้เข้านอนเพราะต้องปล่อยทิ้งไว้ตลอดคืน    

ส่วนประกอบของแก๋งกะด้าง ประกอบด้วย หมูสามชั้นหรือขาหมูใส่พริกแห้ง ปัจจุบันนิยมใส่พริกน้อย(พริกไทย)และหอมเตียม(กระเทียม)เพื่อดับกลิ่นคาว หรือบางคนอาจใส่เครื่องปรุงเช่นในมะกรูด ฯ.ทำการต้มให้เปื่อยแล้วทิ้งไว้ ในหม้อท่ามกลางความหนาวเหน็บของฤดูกาลหน้าหนาว   เมื่อไม่มีเครื่องปรุงมากมายให้ยุ่งยากรสของแก๋งกะด้างจึงค่อนข้างจืด

รุ่งเช้าเจ้าของจะมาดูแก๋งกะด้าง พร้อมกับนำใบผักป้อมหรือหอมป้อม(ผักชี)มาหั่นเป็นฝอยใส่ลงหน้าแก๋งกะด้าง  นำไปขายหรือนำมาเป็นอาหาร

การรับประทานแก๋งกะด้างต้องรับประทานกับข้าวหนึ้ง(ข้าวเหนียว)มันถึงจะเปิง(เหมาะสม) เหมือนการรับประทานน้ำพริกอ่องคู่กับกระถิน......หรือดื่มน้ำเต้าหูกับปลาท่องโก๋.....นั่นเทียวครับ

 แก๋งกะด้างบางท้องถิ่นล้านนายังเรียกแตกต่างกันไปเช่นว่า   แก๋งก้าม   หรือ  แก๋งเกิ้ม.....ก็หมายถึงน้ำแกงกะด้างเป็นวุ้นนั่นเอง

การทำแก๋งกะด้างปัจจุบันทันสมัย  แม้แต่ในหน้าร้อน....ร้อนสุดขีดก็มีแก๋งกะด้างให้รับประทานอร่อยลิ้นเพราะว่าเมื่อปรุงแล้วก็นำแก๋งใส่ในตู้เย็น..โอ้โอ๊ะ...แก๋งกะด้างสมัยใหม่..แก๋งกะด้างยุคโลกาภิวัตน์..เน้อหมู่เฮา....