ณ เตียงตั่งในบ้านพักฯขอนแก่น

                                                            วันอังคารที่ ๒๘ ธันวาคม พ.. ๒๕๕๓

กราบสวัสดีค่ะครู

คืนนี้นั่งเขียนจดหมายหาครูใต้แสงเทียน จะว่าไปเทียนเล่มเล็ก ๆ ก็ให้ความสว่างได้นะคะ ในความมืดเช่นนี้ แถมยังให้ความอบอุ่นยามอากาศหนาวเช่นนี้ด้วย ในใจติ๋วก็ไม่ต่างจากบรรยากาศรอบกาย ณ ขณะนี้เหมือนมีประกายความสว่างเล็ก ๆ ท่ามกลางใจที่ยังมืด พยายามอย่างยิ่งที่จะประคับประคองความสว่างให้คงอยู่และมากขึ้น เมื่อเย็นหลังเลิกงานติ๋วไปวิ่ง เรื่องราวที่สะท้อนเข้ามาคิดในใจเป็นเรื่อง ความรักค่ะครูเพราะตอนท้ายของบันทึก เมื่อเป้าหมายถูกกำหนดขึ้น  ที่เอ่ยถึงความรู้สึกของนางเอก รับรู้กับตนเองว่า มันสะเทือนเข้าไปในใจ

ประกอบกับการนึกย้อนถึงเพื่อนที่พูดคุยกันก่อนเข้านอนว่า

เลิกกับแฟนแล้วเพราะความไม่ลงตัว

พอออกวิ่งเหมือนมีการกลอเทปนี้กลับมาทบทวนว่า ใจติ๋วรู้สึกยังไงกับความรัก

คำตอบมันชัดจนรับรู้ถึงใจและร่างกายที่โรยแรง “ใจติ๋วยังวิ่งไปเกาะที่คนเดิมค่ะครู

ติ๋วเห็นใจที่ทรุดฮวบและร่างกายที่คล้ายหมดแรง

แต่ก็เพียงรับรู้มาที่ลมหายใจแล้วก็วิ่งต่อไป ใจทวนสอบศีลข้อ ๓ คนที่เราไปชอบนั้นมีเจ้าของรึยัง

ตอนนั้นยังแต่ตอนนี้ไม่แน่ แล้วความรู้สึกที่มีนั้นเพียงปรารถนาให้เขามีความสุขหรืออยากครอบครอง

อืม........ก็ปรารถนาให้เขามีความสุขในสิ่งที่เขาเลือกนะ

แต่ถ้า.......ได้เคียงคู่ก็คงดี

เหมือนยังไม่ได้อนุโมทนากับการที่เขาจะมีคนอื่นเคียงข้างได้อย่างลงใจค่ะครู

พอนึกมาถึงตอนนี้ในใจมีเสียงว่า “กรรม โจทย์ยากจัง”

ครูค่ะ แล้วติ๋วก็ไม่กล้าใคร่ครวญต่อ มันเป็นอาการปวด ๆ หนึบ ๆ

ทำได้เพียงข่มใจ อดทน



ฟ้ามืดแล้ว ณ ตอนนั้น นึกย้อนเข้ามาในตนเอง

ถ้าป่วยเป็นมะเร็งจะรู้สึกอย่างไร

เหมือนความเศร้าไหลวูบเข้ามาจากที่สดชื่นกับการวิ่ง

ความรู้สึกเป็นหดหู่ขึ้นมาค่ะครู มันเร็วมาก ประคองตนเองมาที่ลมหายใจ แล้วก็ขับรถกลับบ้าน

การยึดมั่นในกิจวัตรตนเองได้มากขึ้น เห็นความหนักแน่นขึ้นมาในใจ

คล้ายแสงเทียนในความมืด

พอเข้าบ้าน น้องเหมียวมาเคาะประตูชวนกันทำกับข้าวไปวัดหลวงพ่อกล้วยพรุ่งนี้

รู้สึกดีใจค่ะครู ที่มีเพื่อน สิ่งที่เกิดคำถามกับตนเองวันนี้ตอนวิ่ง ช่วยตอกย้ำลงไปในใจว่า “ต้องฝึกอีกหนัก ๆ”

 รักครูค่ะ