แต่ละวันแต่ละคืนที่ผ่านไปก็ยุ่งเหยิงพัวพันอยู่กับการอ่านหนังสือ

กฏแห่งกรรม : หลักเกณฑ์ธรรมดา-3

โสภณ  เปียสนิท

...................................

 

                สมหมายชอบอ่านหนังสือ เช้าอ่านหนังสือ บ่ายอ่านหนังสือ เย็นอ่านหนังสือ แต่ละวันแต่ละคืนที่ผ่านไปก็ยุ่งเหยิงพัวพันอยู่กับการอ่านหนังสือ ยิ่งนานวันเข้าหนังสือก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของสมหมาย วันไหนไม่ได้อ่านหนังสือก็จะรู้สึกกระวนกระวายใจคอหงุดหงิด นานเข้า แม้ไปไหนก็ต้องมีหนังสือติดมือไปด้วย อ่านไม่อ่านไม่รู้แต่ต้องถือหนังสือไปด้วย เกรงว่าหากมีเวลาว่างแม้นิดหน่อยก็ตาม จะไม่มีหนังสือให้อ่าน บางครั้งไม่มีเวลาว่าง วันทั้งวันได้แต่ถือหนังสือไปมาอยู่อย่างนั้นจนเคยชิน

                สายสมร ชอบรับประทานอาหาร เช้ารับประทาน บ่ายรับประทาน เย็นรับประทาน ว่างก็เสริมระหว่างมือตามแต่ “ใจจะอยากและปากจะต้องการ” วันเวลาที่ผ่านไปก็จะสาละวนอยู่กับการรับประทาน ไปไหนก็จะต้องถืออาหารติดมือไปด้วยเสมอ นั่งอยู่ก็ตาม ยืนก็ตาม นอนก็ตาม เดินก็ตามต้องมีอาหารติดมือไปให้หยิบใส่ปากได้ไม่ขาดแคลน

                ศรสถิตย์ ชอบทำอาหาร เช้าทำอาหาร บ่ายทำอาหาร เย็นทำอาหาร มีงานที่ไหนต้องไปช่วยทำอาหาร เขาไม่เชิญก็ยังไปขอเขาทำ ขอไปช่วยทำอาหาร แต่ละวันก็จะผ่านไปด้วยการได้ฝึกได้ทำอาหารร้อยแปดพันเก้าชนิด เดินเข้าร้านอาหาร ต้องเข้าไปดูอาหารแต่ละชนิด เมื่อรับประทานอาหารก็ต้องหมกมุ่นครุ่นคิดถึงรสชาติของอาหารว่าจะประกอบด้วยอะไรบ้าง อะไรมาก อะไรน้อย รสไหนจะดีกว่ารสไหน ต้องเติมรสเปรี้ยวนิด รสหวานหน่อย

                คุณยายจิตสมาน ชอบตักบาตรทุกเช้า (คงไม่ต้องต่อด้วยคำว่า บ่ายตักบาตร เย็นตักบาตรนะครับ) เหตุที่ชอบก็เพราะใส่บาตรกับคุณแม่ของยายมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ถามคุณยายว่าตักบาตรมาตั้งแต่อายุเท่าใด ยายเองก็ตอบไม่ได้ว่าตักบาตรมาตั้งแต่เมื่อใด จำความได้ก็รู้ว่าช่วยแม่ของยายตักบาตรแล้ว หลังจากแม่ของยายสิ้นชีวิตแล้ว ก็สืบทอดเจตนารมณ์ต่อมามิได้ขาด วันไหนป่วยก็มอบหมายให้ลูกหลานตักบาตรแทน วันไหนฝนตกพระไม่มาบิณฑบาต (ห้ามใส่ ร เรือตรงนี้นะครับ) ก็ต้องให้ลูกหลานนำอาหารไปส่งที่วัดจนได้ กล่าวได้ว่าต้องตักบาตรทุกวัน