หลังจากที่ผูซี ได้คิดค้นฉักลักษณ์พื้นฐานจาก
การตั้งคำถามและสังเกตธรรมชาติรอบตัวแล้ว
มาเป็นการอธิบายการเปลี่ยนแปลงภาวะต่าง ๆ
แล้ว ได้มีการพัฒนาอี้จิงให้เป็นคำพยากรณ์โดย
จักพรรดิ์โจว หรือที่เรียกตำราในชื่อหนึ่งว่า โจวอี้
ท่านไ้ด้ขบคิดและค้นคว้าจากการถูกคุมขังอยู่ในคุก
จนได้กระจ่างแจ้งถึงคำตอบของธรรมชาติ ต่อมาท่าน
ได้ใช้วิธีการของอี้จิงในการดำเนินชีวิต ส่งผลให้ได้เป็น
จักรพรรดิ์โจว และคำพยากรณ์ต่าง ๆ มาให้ได้ศึกษากัน
จนถึงปัจจุบัน และคัมภีร์นี้รอดพ้นจากการถูกทำลายกัน
หลายสมัยด้วยกัน

การทีเขียนภาวะต่าง ๆ เป็นฉักลักษณ์ก็เพราะว่าข้อจำกัด
ทางภาษา ที่จะสื่อความหมายแห่งการเปลี่ยนแปลง จึงใช้
ฉักลักษณ์แทน ในตอนหลังนั้นได้ใส่คำอธิบายเข้าไปใน
ฉักลักษณ์ไปด้วย อี้จิงเป็นภาษาเชิงปริมาณ คล้ายเลขฐาน
สองในคณิตศาสตร์ หรือเลขคู่กับเลขคี่

การพยากรณ์อี้จิง มักจะใช้ เสี่ยงทายไม้ เซียมซี หรือเหรียญ
โดยจะเสี่ยงทายจากขีดล่าง ไปหาขีดบน จำนวนหกขีดแล้ว
ก็จะอ่านสภาวะนั้น ๆ ซึ่งสภาวะนั้น ๆ ก็ไม่อยู่ไม่นาน เพราะว่า
มันหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามเหตุปัจจัย

จักรพรรดิ์ นักการทหาร ขุนพล นักยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ได้แก่
จักรพรรดิ์โจว ขงเบ้ง ขุนพลหลี่จิ้ง เจียงจื่อหยาง เตียวเหลียง
ได้ใช้อี้จิง ในการจัดการบริหารให้เกิดสภาพการณ์ที่เรียบร้อย
หลีกเลี่ยงความเสียหาย โดยทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่
สอดคล้องกับสภาพธรรมชาติ