ให้ความสุขแก่กัน ด้วยการไม่เบียดเบียนกัน และ ให้ของขวัญปีใหม่แก่แผ่นดินเกิดของเราเองด้วย มีสามัคคี ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ

เพียงแค่การส่งการ์ดก็สื่อสุข

คิดว่าจะทำการบ้านส่งอ.ขจิต ไม่เขียนอะไรแล้ว ปรากฎว่าข่าวจากรายการจอโลกเศรษฐกิจ ช่อง 3 ลอยมาปะทะหู แล้วโดนใจ เพราะเพิ่งเขียน “ของขวัญดีบางทีก็ (ต้อง )มีเหตุผล: ข้อคิดของขวัญปีใหม่”

http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.html

http://gotoknow.org/blog/global/414396

เรื่องนี้เพิ่งผ่านไปใหม่ๆ เลยต้องเขียนเพิ่มต่ออีก

ข่าวย่อความได้ว่า สถานธนานุบาลแห่งหนึ่งเตรียมสำรองเงิน 10 ล้านบาท สำหรับช่วงเทศกาลปีใหม่เพราะตอนนี้พบว่ามีการนำของมาจำนำเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะสร้อยทอง เพื่อไปจัดซื้อของขวัญ และเที่ยวปีใหม่

 โดยทั่วไปของขวัญปีใหม่จะเป็นอะไรก็ได้ ที่แสดงและสื่อแสดงความระลึกถึง ความปรารถนาดี ความเป็นมิตรต่อกัน แต่ในปัจจุบันอาจเป็นมากกว่านั้นเมื่อโลกสมัยเปลี่ยน สังคมที่ต่างต้องตอบแทน จึงมีการมอบของขวัญปีใหม่กัน ด้วยเหตุผลความจำเป็น นอกเหนือจากความรู้สึกฉันท์มิตร

 สื่อที่แสดงความระลึกถึง ความเป็นมิตรต่อกัน แท้จริงแล้วทำได้ง่ายเพียงแค่การ์ดส.ค.ส ใบเล็กๆ คำอวยพรที่เต็มไปด้วยความปรารถนาดี แค่นี้ก็สุขใจ เพราะมิตรภาพที่แท้จริง ไม่มีราคา หรือมูลค่าเป็นตัววัด หากอยู่ไกลถ้าไม่ว่ากัน ก็โทรไป happy new year ตอนเที่ยงคืนกับหนึ่งนาที (ตอนเที่ยงคืนตรง happy กันเองในบ้านก่อน) เท่านี้

ของขวัญอีกประเภทที่เห็นใจผู้ให้คือ ของขวัญเรี่ยไรที่ต้องให้ ยังไงก็ทำกันพอเหมาะแก่กำลังอย่าให้ถึงกับต้องลำบากกู้หนี้ยืมสิน จำนองของกันเลย

เพิ่งได้ฟังมาเมื่อวานนี้เองที่ระดับหัวหน้าโปรแกรมมาบ่นให้ฟังว่า ระดับหัวหน้าขึ้นไปมาบอกว่าให้ช่วยไปขอของขวัญจากพวกเซลล์ขายสารเคมี สัก3-4 ชิ้นเพื่อจัดงานปีใหม่ของคณะ  ปีที่แล้วบางหน่วยงานขอโทรทัศน์ เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ปีนี้ก็คงไม่แตกต่าง (นี่ขนาดในวงการศึกษาที่น่าจะมีสำนึกสูงกว่าหลายๆที่เพราะเป็น “ครู” ที่ต้องเป็นผู้ให้ ทำไมมันกลับมาเป็น “ผู้ขอ” ได้ง่ายๆเช่นนี้  และคนบ่นนี่เขาบอกว่าไม่สบายใจและอายด้วยหากจะต้องทำ  ความละอายเป็นสำนึกที่ต้องเกิดเองจริงๆกระมัง ?? เพราะคนสั่งยังไม่ละอายเลย  หากใครได้ของขวัญ “ชิ้นขอ” นี่ไป จะรู้ไหมหนอว่า ของขวัญที่ได้น่ะ อยู่บนความทุกข์ของคนๆหนึ่ง เฮ้อ !! (อาจ 2 คน เซลล์แมนด้วย)

หากจะพูดว่าผู้ใหญ่ หรือหัวหน้า ไม่เคยขอ หอบหิ้วกันมาเองแล้วล่ะก็  ผู้ใหญ่ก็ควรแสดงออกเอ่ยปากให้ของขวัญแก่ผู้น้อยด้วยคำพูดง่ายๆว่า "ปีใหม่ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆนะ และจะมีความสุขมากเลยถ้าพวกเราไม่ต้องเดือดร้อนหอบหิ้วของขวัญมาฝาก " หรือ "เก็บไว้ไปซื้อของทำบุญปีใหม่กันนะ" และอื่นๆที่สามารถแสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่ ที่ใหญ่จริงๆ 

หากเอาใจเขามาใส่ใจเราสักนิดว่าทุกครอบครัวมีภาระแตกต่างกัน อย่าให้ไกล้ปีใหม่ทุกทีหลายคนเครียด ต้องเป็นหนี้ หาของจำนำเพราะจะต้องเจียดเงินไปซื้อของขวัญให้หัวหน้ากันเลย ให้เขาซื้อของให้ลูก พ่อแม่ ในครอบครัว มองหันกลับไปยุคก่อนโน้น ที่เพียงการส่งการ์ดก็สื่อสุข  แต่หากใครจะคิดว่านานทีปีหนก็ไม่ว่ากัน กระเป๋าสตางค์ใคร ก็ดูแลกันเอง หลังปีใหม่ค่อยจ่ายดอก (เบี้ย) ให้ตรงงวดก็แล้วกัน นะคะ

 ให้ความสุขแก่กัน ด้วยการไม่เบียดเบียนกัน

และ ให้ของขวัญปีใหม่แก่แผ่นดินเกิดของเราเองด้วย มีสามัคคี ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ

 (หมายเหตุ ๑๑ เรื่องที่เขียนนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัว และไม่เหมาะกับผู้มีเงินทองเหลือใช้ จับจ่ายสบาย )

Meepole เองก็ให้ของขวัญปีใหม่ หนังสือ แก่ ครูอาจารย์ น้องๆที่ทำงาน   และของถวายพระ เสมอมา