“ทัศนศึกษา น่าน กับโรงเรียนบ้านคลองแคว 53”
พากเราชาวคลองแควร่วมออกเดินทางไปสู่จุดหมาย ณ จังหวัดน่าน โดยเริ่มออกเดินทางตั้งแต่เวลา 06.00 น. ของเช้าวันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม 2553 ด้วยความพร้อมเพรียงสนุกสนาน บ้างก็ไปกับครอบครัว บ้างก็ไปกับเพื่อน บ้างก็ไปคนเดียวแล้วแต่ความสมัครใจ เริ่มออกเดินทางจากโรงเรียนบ้านคลองแคว ผ่านสี่แยกเบญจม รับผู้ร่วมเดินทางอีก 1 คน (พี่ไก่) และผ่านสนามบินนครศรีธรรมราช รับอีก 1 คน (พี่นัน) จากนั้นเริมออกเดินทางเข้าสู่จังหวัดชุมพรเพื่อรับประทานอาหารเช้าและเที่ยงในมื้อเดียวกัน (ตามอัธยาศัย) เมื่อเรียบร้อยแล้วก็ออกเดินทางต่อเป็นเวลา 1 วันกับอีก 1 คืน ก็ถึงจุดหมายปลายทางสู่จังหวัดน่าน เวลา 05.30 น. ต่างคนก็ต่างเข้าที่พักตามห้องของตัวเองในรีสอทชื่อ ซึ่งเป็นรีสอทที่มีภูเขาเล็ก ๆ ล้อมรอบ มีหมอกขาวสวยงามมาก ทุกคนเมื่อทำภารกิจของตัวเองเรียบร้อย
เวลาประมาณ 07.00 น. ของวันเสาร์ ที่ 4 ธันวาคม 2553 ทุกคนพร้อมกันที่ห้องอาหารของรีสอท เพื่อรับประทานอาหารเช้าที่รีสอท ซึ่งเป็นอาหารเช้าตามปกติ มีกาแฟ ขนมปัง ข้าวต้ม จากนั้นก็นั่งรถตู้คันละ 12 คน เพื่อออกเดินทางสู้ภูคาและภูฟ้า แต่ก่อนที่จะขึ้นชมพูต่าง ๆ เราก็ได้แวะชมวัดหนองบัว ซึ่งเป็นวัดที่เก่าแก่ภายในวัดมีจิตกรรมฝาผนังที่งดงามด้วยเอกลักษณ์ซึ่งต่างจากวัดอื่น ๆ โดยภาพเหล่านั้นเขียนขึ้นเมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 ภายในวัดมีสินค้าผ้าทอลายน้ำไหลจำหลายรวมผ้าชนิดต่าง ๆ และสาหร่ายทำด้วยฝีมือของชาวงบ้าน จากนั้นนั่งรถสู่ภูคา ระหว่างทางมองเห็นภูเขาที่ปราศจากต้นไม้เป็นจำนวนมาก (ภูเขาหัวล้าน) ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายมากเมื่อมองไม่เห็นตัวไม้สักต้นที่มันน่าจะอยู่บนภูเขา มองเห็นเฉพาะต้นหญ้าเล็ก ๆ ขึ้นมาซึ่งขาดความชุ่มชื่น (ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมน้ำมันถึงได้ท่วมหนักทุกปี) ในการเดินทางชมพูคาและภูฟ้าต้องเดินทางเป็นระยะทาง 60 กิโลเมตร ระหว่างทางจะมองเห็นทิวทรรศ และถนนคดเคี้ยวตลอดเส้นทาง ก่อนที่จะถึงจุดหมายปลายทางก็ไดหยุดชักภาพอีกคนละ 2-3 ภาพกับสะพานแขวนที่เชื่อมระหว่างหมู่บ้าน จากนั้นก็ถึงจุดหมายปลายทางสักที อันดับแรกก็เช่นเคย คือเข้าห้องน้ำก่อน เตรียมตัวที่จะถ่ายภาพกันให้หนำใจ ใช้เวลาในการชมความสวยงามของวิวทิวทรรศภูคาและภูฟ้าประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ก็เริมออกเดินทางต่อเพื่อรับประทานอาหารเที่ยงที่ ร้านอาหารตำบลบ่อเกลือ จากนั้นชมบ่อเกลือสินเธาว์ภูเขา (หนึ่งเดียวในโลก) SALT PIT ซึ่งเป็นเวลาเที่ยงที่มีอากาศร้อนมาก จากนั้นก็เดินทางกลับโดยแวะถ่ายภาพกันเป็นระยะ ๆ เช่น ต้นชมพูภูคา (CHOMPOO PHU PHA) หนึ่งเดียวในโลก ต่อด้วยลานดูดาวของภูคา ซึ่งวาดลวดลายกับดอกลำโพงกันไปหลายภาพ สุดท้ายเดินทางกับที่พัก และรับประทานอาหารเย็นที่ตลาดในตัวเมือง (ตามอัธยาศัย)จากนั้นมีบางคนพักผ่อน แต่มีอีกกลุ่มโชว์เสียงกับคาราโอเกะ
เข้าสู่วันใหม่ ในวันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2553 ทุกคนตื่นกันตั้งแต่ตอนเช้าเพื่อรับอากาศที่บริสุทธิ์ พร้อมหมอกที่ขาวโพรนไปทั่วทั้งรีสอท และพร้อมรับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของรีสอท ซึ่งเป็นอาหารเช้าตามปกติ มีกาแฟ ขนมปัง ข้าวต้ม เหมือนวันที่ผ่านมา จากนั้นก็เริ่มออกเดินทางด้วยปากพนังทราวเวลเหมือนเคย เข้าสู่วัดพระธาตุแช่แห้ง เป็นพระธาตุปีเถอะ ที่งดงามมากทุกคนเข้าร่วมนมัสการพระธาตุแช่แห้งด้วยความดีใจและศรัทธา จากนั้นออกเดินทางต่อแวะชมแพะเมืองผี เป็นธรรมชาติที่แปลกอีกแบบหนึ่ง ต่อด้วยเส้นทางสู่จังหวัดแพร่ เข้าชมพระธาตุช่อแฮพระธาตุปีเสือและรับประทานอาหารเที่ยง ตามอัธยาศัย (เหมือนเดิม) จากจังหวัดแพร่เข้าสู่จังหวัดลำปาง ถึงเวลาพักผ่อนบนรถกันละคราวนี้ แต่ส่วนมากก็ไม่ได้หลับกับเสียงคาราโอเกะของกลุ่มรักเสียงดนตรีวัยละอ่อน (50 อัพ) เข้าสู่ลำปางในเวลา 16.00 น. เข้าพัก ณ โรงแรมทิพย์ช้างในตังเมืองลำปาง หลังจากนั้นก็ตามอัธยาศัยทั้งเรื่องอาหารการกินและการชมสถานที่รวมไปถึงสินค้าที่ชื่นชอม แต่ที่ลืมไม่ได้ คือ การนั่งชมเมืองด้วยรถม้า เมื่อเดินกันจนกระเป๋าเริมลีบบ้างเล็กน้อยรวมทั้งเท้าที่เริ่มจะก้าวกันไม่ค่อยจะทันก็อาบน้ำนอนพักเพื่อเก็บแรงไว้ในวันรุ่งขึ้น (แต่ต้องแบ่งกระเป๋าพร้อมเข้าพักเขาใหญ่)
เช้าของวันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม 2553 ทุกคนพร้อมกันที่ห้องอาหารของโรมแรมต่างเก็บพลังงานใส่ท้องกันเต็มที่พร้อมเตรียมตัวเข้าสู่เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างทางได้เข้าชมศูนย์อนุรักษ์ช้างไท(แต่ไม่ได้ชมช้างหรอกนะ เพราะมันเช้ามาก ไม่ถึงเวลาชม) แต่ทุกคนก็สนุกกับการถ่ายภาพกับสถานที่ เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วสำหรับคณะโรงเรียนบ้านคลองแคว ออกเดินทางกันต่อ บ้างก็พัก บ้างก็ร้องเพลงตามวัยของตัวเอง ระหว่างทางก็จอดตามปั้มน้ำมันเพื่อทำธุระส่วนตัว จนประมาณเวลา บ่ายโมงก็หยุดพักรับประทานอาหารที่บ้านพี่ชลอ (พี่ไก่) อัดกันเต็มที่ ลาปหมู น้ำพริกปลาร้า รวมไปถึงต้มยำไก่เนื้อ จากนั้นมุ่งเข้าสู่เขาใหญ่ในเวลา 20.30 น. ถึงเวลาเปลี่ยนเป็นรถกระบะของเขาใหญ่บ้าง นั่งรถกินลมชมบรรยากาศตอนกลางคืน มีลมพัดเย็นสบายมากระหว่างทางก็นั่งชมดาวไปพลาง ๆ สนุกมาก ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 30 นาที ก็ถึงที่หมายตอนนี้แหละที่พักสุดแสนจะโรแมนติกสำหรับคนที่เดินทางพร้อมกับครอบครัว คือการนอนเต้นท์ สนุกมากกับบรรยากาศที่หาได้ยากสำหรับบางคนที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน จากนั้นทุกคนก็ทำภารกิจส่วนตัวพร้อมที่จะเข้านอน เพื่อได้ตื่นตอนเช้าชมบรรยากาศที่ผาเดียวดาย
เวลา 05.00 น. ของวันอังคารที่ 7 ธันวาคม 2553 ขึ้นรถของเขาใหญ่เพื่อชมผาเดียวดายเป็นบรรยากาศที่หาดูได้อยากมาก มีลมพัดแรงมาก แต่คุ้มค่ากับการเดินทาง จากนั้นเดินทางต่อ ณ จุดสูงสุดของภาคกลาง สูง 4,233 ฟุต (เราเรียกกันว่าจุดน้างกาลาโต้) และจุดนี้มีกาแฟบริการ(ขาย) ทุกคนก็ดื่มกาแฟในตอนเช้ากันที่นี่ ใช้เวลาชมประมาณ 2 ชั่วโมง ก็เดินทางกลับเพื่อเก็บสัมภาระจากเต้นท์ เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางต่อเข้าสู่ กทม. กรุงเทพมานคร ก่อนที่จะเดินทางสู่กรุงเทพมหานครแวะชมสถานที่ต่าง ๆ เช่น ชมน้ำตกเหวสุวัต ต่อด้วยผากล้วยไม้ เหมือนเคยกับการเก็บภาพ จากนั้นออกเดินทางต่อเพื่อเปลี่ยนรถเป็นรถปากพนังทราวเวล เพื่อเดินทางสู่ที่พักในตัวกรุงเทพมหานคร ก่อนเข้าที่พักทางคณะก็ได้เดินชอปปิ้งที่ตลาดประตูน้ำ เพื่อเลือกซื้อเสื้อผ้าตามรสนิยมของตัวเอง
จากนั้นเข้าที่พักที่โรงแรม ทีดี เฟรส เพื่อทำภารกิจส่วนตัว เวลา 17.00 น. ทุกคนพร้อมกันที่รถเพื่อรับประทานอาหารเย็นบนเรือน River Press เวลา 18.30 น. ทึกคนเริ่มก้าวเท้าขึ้นเรือเพื่อชมบรรยากาศสองริมฝั่งแม่น้ำและแสงไฟที่สว่างทั้งสองฝั่ง โดยใช้เวลาทั้งรับประทานอาหาร ชมความงามสองฝั่งริมแม่น้ำ ประมาณ 3 ชั่วโมง ระหว่างชมก็มีอุปสรรคเล็กน้อยคือฝนตกลงมา ทำให้คณะที่นั่งรับประทานอาหารบนดาดฟ้าต้องลุกหนีมายืนหลบฝนอยู่ชั้นล่างของเรือ (ถึงแม้ฝนจะตกแต่ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับคณะบ้านคลองแควของเราเพราะรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว) หลังจากนั้นประมาณ 15 นาทีฝนก็ให้โอกาสเราได้ชมบรรยากาศสองฝั่งแม่น้ำอีกครั้ง เมื่อถึงเวลา 23.30 น. ทุกคนขึ้นฝั่งพร้อมที่จะขึ้นรถกลับที่พักเพื่อเก็บแรงไว้ในวันรุ้งขึ้น แต่มีบางกลุ่มออกสนุกสนานตามปกติ
ตื่นเช้าของวันที่ 8 ธันวาคม 2553 ทุกคนพร้อมกันที่ห้องอาหารของโรงแรม เก็บพลังเข้าท้องกันอย่างเต็มที่เพื่อต่อสู่กับการเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทาง คือ จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ระหว่างทางทางคณะบ้านคลองแควเข้าศึกษาดูงาน ณ โรงเรียนวัดสระกะเทียม จังหวัดนครปฐม ซึ่งมีท่านผู้อำนวยการเป็นอดีตอาจารย์ผู้สอนในโรงเรียนบ้านคลองแควของเรามาก่อน ก่อนที่จะศึกษาดูงานของโรงเรียน ท่านผู้อำนวยการโรงเรียนได้นำคณะเข้าชมวัดสระกะเทียมเพื่อนมัสการ