งานวันแรกเพิ่งเสร็จมาหยกๆ ผมกลับมาที่โรงแรมตอน ๒ ทุ่ม ต้องรีบบันทึกความประทับใจ ก่อนที่ความรู้สึกจะจาง ต้องเก็บไว้เป็นบันทึกถ้อยคำ ป้องกันความเลือนรางตามกาลเวลา
งาน 6th QS-APPLE นี้มหาวิทยาลัยมหิดลร่วมเป็นเจ้าภาพ เดิมกำหนดจัดที่กรุงเทพ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อเดือนเมษา-พฤษภา ท่านอธิการบดีปิยะสกล สกลสัตยาทร ก็ตัดสินใจย้ายไปจัดที่สิงคโปร์ ที่ Suntec Singapore International Convention & Exhibition Centre วันที่ ๑๗ – ๑๙ พ.ย. ๕๓
บันทึกนี้ เป็นการบันทึกเหตุการณ์ของวันแรก ที่ทีมมหาวิทยาลัยมหิดล สร้างความประทับใจให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุม ๘๐๐ คนอย่างน่าภาคภูมิใจ ในลักษณะ “ยกประเทศไทยมารับรองแขกที่สิงคโปร์” โดยผมรู้สึกว่า ไม่ใช่แค่คนในสังกัดมหาวิทยาลัยมหิดลเท่านั้นที่ภาคภูมิใจ แต่คนไทยจากทุกมหาวิทยาลัยต่างก็ได้รับความชื่นชมจากเพื่อนร่วมการประชุมจากชาติอื่นอีก ๔๓ ประเทศ อย่างถ้วนหน้า
ความประทับใจเริ่มจาก ช่วง Keynote speech ของท่านเลขาธิการ สกอ. ดร. สุเมธ แย้มนุ่น ซึ่งพูดได้ดีมาก ระบุการดำเนินการสร้างความเป็นนานาชาติของอุดมศึกษาไทยหลากหลายมาตรการ เช่น ประกาศใช้ TQF เพื่อเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกต่อ student mobility และการสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยเข้าไปทำงานรับใช้สังคม ในโครงการหนึ่งจังหวัดหนึ่งมหาวิทยาลัย โดยจะสร้าง PLOT เป็นเครื่องมือเผยแพร่แลกเปลี่ยนผลงานวิชาการแนวรับใช้สังคมไทย
ต่อด้วย Opening Plenary Presentation ของ ศ. ดร. ยงยุทธ ยุทธวงศ์ เรื่อง If universities had not existed … ที่ให้ทั้งความรู้ ความลึกซึ้งของความคิด ความสนุกสนาน และจบลงด้วยบทสรุปเป็นกลอนภาษาอังกฤษที่ลึกซึ้งไพเราะ
They rate the banks,
But rank the brains,
One holds our money, the other our university,
Re-invent!
Or both go down the drain.
ความประทับใจช่วงที่ ๒ จากการแสดงดนตรี โดยวง Mahidol University Pop Orchestra ที่ขนกันมา ๔๔ คน ล้นเวทีที่เล็กไปหน่อย เล่นเพลงที่แต่งสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ นักดนตรีและนักร้องเป็นทั้งนักเรียนมัธยม และนักศึกษาของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ เล่นได้ดีเยี่ยมจนผู้ฟังลุกขึ้นยืนปรบมือเป็นเกียรติเป็นเวลานาน
ความประทับใจช่วงที่ ๓ เมื่อบริษัท QS ประกาศรางวัลความริเริ่มสร้างสรรค์ มหิดลก็ได้ทั้งรางวัลที่ ๑ ด้านวีดิทัศน์ และได้รางวัลใหญ่ที่สุดคือวีดิทัศน์แนะนำสถาบันยอดเยี่ยม วิดีทัศน์นี้จัดทำโดย รศ. ดร. สุกรี เจริญสุข มีแต่ภาพกับดนตรี ไม่มีเสียงคนเลย ถือว่าสร้างสรรค์สุดสุด
ตอนเลี้ยงอาหารค่ำ นักดนตรีของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ แตกเป็นวงละ ๔ คน เล่นกล่อมแขกตามจุดต่างๆ ในงาน และยังมีมโนราประยุกต์ แต่งเครื่องมโนราแต่รำแบบเต้นด้วยเพลงสากลสมัยใหม่ เรียกความสนใจได้ดี และท่านเอกอัครราชทูตไทยมากล่าวต้อนรับแขกด้วย
สร้างความประทับใจในความสามัคคี ช่วยกันคนละไม้คนละมือของคนไทย ในการแสดง Thai hospitality ยามที่ต้องย้ายการประชุมมาที่สิงคโปร์
ที่จริงความประทับใจในส่วนสาระ สำหรับผมเป็นความประทับใจข้อแรก ถือเป็นช่วงที่ ๐ คือก่อนมีพิธีเปิดในตอนเย็น เราก็ได้ฟัง Plenary ช่วงเช้า และเข้าร่วมการประชุมห้องย่อยในช่วงสายและบ่าย ประกอบกับการอ่านเอกสารเกี่ยวกับบริษัท QS ก็ประทับใจการทำธุรกิจของเขา รวมทั้งการจัดประชุม QS-APPLE (Asia-Pacific Professional Leaders in Education Conference and Exhibition) ที่เขาทำธุรกิจกับโลกาภิวัตน์ ที่อุดมศึกษาต้องทั้งตามและนำโลกาภิวัตน์ QS เขาทำธุรกิจจากความจำเป็นนี้ ซึ่งมองในมุมหนึ่งเขาช่วยจัดกระบวนการให้มหาวิทยาลัยที่ทำหน้าที่แบบโดดเดี่ยวด้วยตนเองได้ยาก แต่ถ้าร่วมมือกับ QS เข้าร่วมงาน QS-APPLE ก็จะตามทันง่ายขึ้น
ผมประทับใจในกิจกรรมของมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่มานำเสนอ ได้เห็นความริเริ่มสร้างสรรค์เพื่อหนุน mobility ของนักศึกษาและอาจารย์ ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นความริเริ่มสร้างสรรค์ระดับสาขาวิขา ระดับมหาวิทยาลัย และระดับประเทศ ในระดับประเทศผมชื่นชมออสเตรเลียมากที่สุด และประเทศที่มีความได้เปรียบในลักษณะที่เป็นสังคมตะวันออกผสมผสานตะวันตกมาเป็นร้อยปี คือฮ่องกง กับสิงคโปร์
มหาวิทยาลัยในกลุ่มคาทอลิคดูจะก้าวหน้ามาก อาจจะเพราะเขามีเครือข่ายศาสนาทั่วโลกอยู่แล้วเป็นความเข้มแข็งส่วนหนึ่ง นี่คือประโยชน์ของศาสนา และผมได้รับทราบว่ามหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองของไทย ก็มี นศ. ต่างประเทศเข้ามาเรียนมากเช่นเดียวกัน
คนที่มาพูด จะพูดตรงกันหมดว่าการที่ นศ. ได้ไปเรียนในต่างประเทศระยะหนึ่ง สิ่งที่ได้มากที่สุดคือ soft skills ที่เป็นความเข้าใจสังคมอื่น วัฒนธรรมหรือศาสนาอื่น การอยู่ร่วมทำงานร่วมกับคนในต่างวัฒนธรรม ทำให้มีความอดทนอดกลั้น เข้าใจคนอื่น รู้จักปรับตัว ฯลฯ
คำหลักก็คือ โลกาภิวัตน์ หรือความเป็นนานาชาติของอุดมศึกษาในหลากหลายมิติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องมีการจัดการในระดับมหาวิทยาลัย และต้องมีการสนับสนุน และมีนโยบาย ในระดับประเทศ ดังกรณีประเทศญี่ปุ่น เวลานี้มี นศ. ต่างประเทศเรียนอยู่ในญี่ปุ่น ๑๒๐,๐๐๐ คน รัฐบาลญี่ปุ่นมีนโยบายเพิ่มเป็น ๓ แสนในปี ค.ศ. 2020
ประเทศต้องมีนโยบายส่งเสริมทั้ง internationalization ของ นศ. และ อาจารย์มหาวิทยาลัย แบบ outbound และ inbound
วิจารณ์ พานิช
๑๗ พ.ย. ๕๓ ปรับปรุง ๑๘ พ.ย. ๕๓
โรงแรม มารินา แมนดาริน สิงคโปร์
|
วงดนตรีของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์บรรเลงในพิธีเปิดงาน สร้างความประทับใจได้ยอดเยี่ยม
|
|
ศ. ดร. มรว. ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์ รับรางวัลหลายรอบ ที่มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับ
|
|
บทสรุปเป็นกวีนิพนธ์ของ ศ. ดร. ยงยุทธ ยุทธวงศ์
|
|
บริเวณจัดนิทรรศการ
|



