เซอลามัต ปากี ( สวัสดีตอนเช้า ) ในภาษามาเลเซียยามเช้าอากาศเย็นสบาย ๆ หลังนอนพักค้างแรมในวัดวิสุทธิประดิษฐาราม หรือวัดปลายระไม ต. ทุ่งควาย อ. เปิ้นดัง ( ปืนดัง ) รัฐเกดะห์ ( ไทรบุรี ) โดยเฉพาะหมู่นี้ในปัจจุบันมีคนสยามตั้งบ้านเรือนรวมกลุ่มกันมากเป็นอันดับหนึ่งประมาณ 300 กว่าครัวเรือน หลังทานอาหารเช้าแล้วผู้ใหญ่อ่วมก็ขับรถนำพวกเรามุ่งลงใต้ไปวัดเทพบัณฑิต ( ไม้สน ) บ้านไม้สน อ. เปิ้นดัง รัฐเกดะห์ ซึ่งมีผู้ใหญ่วินและชาวบ้านไม้สนรอต้อนรับพวกเราอยู่ภายในวัด วันนี้วันพระจึงมีชาวบ้านมาทำบุญถวายเพลกันเยอะ
กำลังจัดที่สนทนากันตรงนี้
ริมกำแพงวัดยังคงเห็นวิถีเดิม ๆ ของชาวพุทธและมีบ่อน้ำยังใช้อยู่
มีโบสถ์สวยงามวัดนี้เป็นวัดประธานสงฆ์มาเลเซียด้วย บ้านไม้สนมี 2 คุ้ม คือบ้านไม้สนมี 38 ครัวเรือน บ้านไร่ไม้สนมี 48 ครัวเรือน เป็นชาย 539 คน เป็นหญิง 560 คน เป็นแม่หม้าย 28 คน อาชีพทำนา 2 ครั้งใช้รถเหล็กทำนาแล้วขาย ซื้อข้าวกินอาหารทานตอนเที่ยงวันที่นี่มีเหมือนบ้าน ๆ ทางปักใต้ที่พิเศษมาคือเกี่ยวกับเนื้อหมูเถือน เนื่องจากหมู่ป่ามีมาก คนกินมีน้อย...
หลังจากอำลาคนสยามในบ้านไม้สนแล้วเรามุ่งไปทางใต้สุดในเขตรัฐปีนัง ช่วงนี้มีฝนตกหนักตลอดเส้นทางที่ผ่านและเราไปถึงบ้านออละมาดู ชื่อบ้านนี้มาจากเรื่องเล่าว่าอดีตผู้ใหญ่บ้านมีเมียหลายคนวันหนึ่งเมียหลวงพาเมียน้อยของสามีไปลงอาบน้ำในคลองสุไหงออละมาดูข้างวัดนี้ละเป็นวังวนจรเข้ก็เยอะน้ำไหลเชี่ยวแล้วเมียหลวงทำอุบายผลักเมียน้อยตกน้ำเธอจมน้ำตาย มาดูภาษาถิ่นแปลว่า เมียน้อย หรือน้ำผึ้ง
หลังเข้าพบสมภารวัดเป็นชาวพม่าได้จัดที่พักกวาดและถูร่วมกันเพื่ออาศัยนอนค้างแรมคืนนี้
ห่างจากวัดออละมาดูลงเลียบคลองไปทางใต้ยังคงมีหลักแบ่งเขตแดนระหว่างรัฐสยามกับรัฐปีนังที่อังกฤษมายึดและลุกคืบหน้ากินแดนในช่วง ร. 5 และท้ายสุดรัฐสยามต้องเสียดินแดนส่วนนี้ไปในครั้งที่ 13 เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พศ. 2451
นี้คือคลองเข้าใจว่ากั้นเขตแดนรัฐสยามผมยืนถ่ายภาพนี้อยู่ฟากคลองออละมาดูในโบราณใช้คลองนี้ล่องเรือต้นคลองอยู่แถวสะบ้าย้อย นาทวีเมืองสงขลา ปลายคลองลงทะเลรัฐปีนังถือเป็นคลองเขตแดนที่สำคัญในหัวเมืองทางใต้
ถ้าหันกลับหลังเดินตรงไปสัก 50 เมตรก็เจอเสาปูนซีเมนต์ขนาดใหญ่ตรงกลางมีป้ายหินอ่อนสลักอักษรอังกฤษ (บน ) อักษรไทย (กลาง ) และอักษรมลายู ( ล่าง )
เรากำลังเดินตรงไปยังหลักเขตแดนร่องรอยแห่งอดีตที่ยังคงปรากฏอยู่ในปัจจุบัน
ด้านหลังหลักนี้เป็นของปีนังอังกฤษปกครอง ด้านหน้าที่ถ่ายภาพนี้เป็นเขตแดนไทยในอดีตนั้นแล
แดนไทยยังคงอ่านออกใกล้จะลบเลือนไปตามกาลเวลา
พวกเราออกมาจากหลักแดนนั้นมองด้านหน้าตรงไปก็คือเมืองสงขลาประเทศไทยปัจจุบัน
ตลอดเวลาที่เราอยู่ในมาเลเซียปัจจุบันนี้ถือว่าเป็นดินแดนของเอกองค์อัลลอฮ์เห้นวิถีชาวมาเลมีความสุข มีความเจริญทางวัฒนธรรม พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกเยอะมาก ๆ เงิน 1 ริงกิสมาเลเซียก็เท่ากับ 9 บาทกว่า ๆ ของเงินไทยช่วงที่อยู่ใช้แลกเปลี่ยนเงิน...
แง่คิด...อดีตที่ไม่อาจหวนกลับคืนมาได้แล้วเพราะทุกสิ่งล้วนอนิจจัง
มาชมด้วยคนคะ....
สวัสดีครับ คุณมาตายี
ผมไปดูร่องรอยทางประวัติศาสตร์ ได้พบคนสยามหรือญาติผู้ใหญ่ของเราครับ ขณะที่เราเรียกกันว่าคนไทยในทุกวันนี้
หันไปมองย้อนไปดูประวัติศาสตร์คนสยามยังคงเรียกกลุ่มตนเองว่าคนสยามในมาเลเซียดินแดนแห่งความสงบสันติผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามครับผม
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับ คุณยาย
วาว ๆ ดอกไม้สวยสดใส ทำให้จิตใจงดงามตามไปด้วยนะครับผม
ขอบคุณครับ
น่าสนนะคะ อยากไปแล้วซิ
สวัสดีครับ นางสาว จุรีย์พร สุวรรณ
หาวันเวลาว่างแล้วไปได้เลยนะครับ
ช่วงนี้บรรยากาศดีมาก ๆ ผู้คนที่ผ่านพบล้วนมีน้ำใจงาม...
ขอบคุณครับ