''ชีวิตคืออายุ ชีวิตในปัจจุบันชาติของแต่ละคนอย่างยืนนานที่สุดก็เกินร้อยปีได้ไม่เท่าไร ซึ่งก็ดูราวเป็นอายุที่ไม่ยืนนานมากนัก แม้ไม่นำไปเปรียบเทียบกับชีวิตที่ต้องผ่านมาแล้วในอดีตที่นับปีไม่ได้ และชีวิตที่จะต้องเวียนมาเกิดตายต่อไปอีกในอนาคตที่จะนับชาติไม่ถ้วน นับปีไม่ได้อีกเช่นกัน ที่ปราชญ์ท่านว่า ชีวิตนี้น้อยนักนั้น ท่านมุ่งให้เปรียบชีวิตนี้กับชีวิตในอดีตที่นับชาติไม่ถ้วน และชีวิตในอนาคตที่จะนับชาติไม่ถ้วนอีกเช่นกัน สำหรับผู้ไม่ยิ่งด้วยปัญญา ไม่สามารถพาตนให้รอดพ้นจากทุกข์สิ้นเชิงได้''
( สมเด็จพระญาณสังวร )
วัดบวรนิเวศวิหาร
หลวงปู่เขี่ยม โสรโย มีนามเดิมว่า เคี่ยม นามสกุล ค้อนดี เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 8 เมษายน 2476 ตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 5 ปีระกา ณ บ้านโคกกลาง ตำบลมูลตุ่น อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น เป็นบุตรของนายหนูกอง ค้อนดี และนางเหลี่ยม ค้อนดี มีพี่น้อนร่วมอุทร 4 คน เป็นชาย 3 หญิง 1 ในเรื่องการศึกษา ท่านเข้าเรียนเมื่ออายุ 11 ปี ที่วัดบ่อแก้ว บ้านนาจาน เรียนที่ศาลาวัด เป็นศษลาการเปรียญทำด้วยไม้ จนกระทั่งจบการศึกษาปีที่ 4 ซึ่งเป็นระดับการศึกษาที่สูงที่สุดในสมัยนั้น ท่านก็ช่วยงานทางบ้าน ทำนา ปลูกผัก ใช้ชีวิตแบบเด็กบ้านนอกทั่วไป จนกระทั้งโตเป็นหนุ่มเข้าสู่วัยฉกรรจ์ ด้วยการที่ท่านเป็นบุตรชายคนโต จึงต้องเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลืองานของทางบ้าน ซึ่งมีอาชีพทำไร่ ทำนา เป็นหลัก มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน กตัญญูรู้คุณ เป็นที่ฝากเป็นฝากตายของพ่อแม่และบรรดาญาติมิตรทั้งปวงได้ สมดังคำกล่าวของครูบาอาจารย์ที่พูดถึงท่านว่า พระอาจารย์เขี่ยม พูดน้อย แต่ทำจริง
หลวงปู่เขี่ยมท่านเป็นคนมีอัธยาศัยดี สุขุม เรียบร้อย สุขภาพร่างกายแข็งแรงสมวัย ท่านเป็นคนอยู่ง่าย ไม่ถือตัว มีความกล้าหาญ อดทน อุปนิสัยใจคอเป็นแบบคนบ้านนอก ส่วนมากท่านไม่ค่อยเข้าเมือง โยมบิดาและโยมมารดาของหลวงปู่เป็นผูมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างดี โยมทั้งสองปลูกฝังให้รู้จัดเข้าวัด สวดมนต์ ไหว้พระทำบุญใส่บาตรเป็นประจำมิได้ขาด ครั้นถึงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาก็จะพากันไปสวดมนต์ไหว้พระ รักษาศีล
เวลาที่หลวงปู่เกิดสนใจในหญิงใดก็เกิดความรู้สึกตรงกันข้าม หลวงปู่เคยเล่าให้พระเณรฟังว่า ตอนนั้นเห็นหน้าหญิงสาว จิตใจก็ไปจ่อเห็นแต่ขี้ ตรงขี้มันจะออก เห็นขี้ออกตรงลำไส้ใหญ่ ออกจากก้นของเรา เห็นแต่ความน่าเกลียด ความเหม็นความเน่า ไม่อยากจะเข้าใกล้เป็นอาการที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ นี้ก็เป็นอาการแปลดอย่างหนึ่งสมัยก่อนออกบวช
ครั้งหนึ่งหลวงปู่ขึ้นไปกราบพระมหาเจดีย์ชัยมงคล จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งหลวงปู่ศรี มหาวีโร เป็นผู้สร้าง มีความวิจิตรงดงามเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีรีกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้คนได้สักการะบูชา ท่านจึงนึกถึงชาวอำเภอมัญจาคีรี ด้วยความประสงค์จะให้ชาวบ้านในถิ่นบ้านเกิดของท่านได้กราบไหว้เจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีรีกธาตุ อีดทั้งเพื่อเพิ่มพูนความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาให้มั่งคงในดินแดนอำเภอมัญจาคีรี ท่านจึงดำริกับลูกศิษย์ภึงเรื่องการสร้างเจดีย์ ต่อมาได้วางศิลาฤกษ์ในวันที่ 22 เมษายน 2549 และได้รับพระราชทานพระบรมสารีรีกธาตุจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ให้อัญเชิญมาประดิษฐาน ณ เจดีย์แห่งนี้ ชื่อเจดีย์ว่า "พระธาตุเจดีย์มัญจาคีรีศรีโสรโย" แบ่งออกเป็นสามส่วน คือ ส่วนที่ 1 ฐาน ส่วนที่ 2 เรือนเจดีย์ ส่วนที่ 3 เรือนยอด ส่วนฐานทำเป็นฐานเขียงซ้อนกัน 2 ชั้น แต่ละชั้นมีซุ้มหอระฆัง 4 มุม มีบันไดลง 4 ด้านภายในองค์เจดีย์มีจิตรกรรมฝาผนังเป็นเรื่องราวพุทธประวัติ
พระธาตุเจดีย์มัญจาคีรีศรีโสรโย
ภายในพระธาตุเจดีย์มัญจาคีรีศรีโสรโย
ภายหลังจากที่สร้างพระธาตุเจดีย์ศรีโสรโยได้เพียง 90 % เท่านั้น หลวงปู่เขี่ยม ได้อาพาธโดยที่ท่านมีอาการปวดหลังจึงใช้ลูกประคบมาประคบที่บริเวณหลัง เมื่ออาการทุเลาลงให้ต้มยาลูกประคบเพื่อนำมาฉันจะได้หายปวด ปรากฎว่าถ่ายท้องตลอดทั้งคืน จนกระทั่งถ่ายออกมาเป็นเลือด และเข้ารับการปฐมพยาบาลที่โรงพยาบาลศูนย์ จังหวัดขอนแก่นในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2550 แพทย์ลงความเห็นว่ากระเพาะเป็นแผล แต่กระนั้นท่านยังมีสติรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา และกำชับกับพระที่ดูแลว่า " ให้เอาเรากลับไปที่วัด ถ้าจะตาย ก็ให้เอาเรากลับไปตายที่วัด " เมื่อได้ปรึกษากับแพทย์ผู้รักษา จึงได้รับอนุญาตใหเออกจากโรงพยาบาล
ในเช้าวันพฤหัสบดีที่ 15 มีนาคม 2550 เวลา 08.29 น. หลวงปู่เขี่ยม โสรโย ผู้มีศีลาจารวัตรงดงาม เจริญในธรรมปฎิบัติ สังวรอินทรีย์ และมีอาชีวอันบริสุทธิ์ ได้มรณภาพด้วยอาการสงบ สิริรวมอายุ 73 ปี 11 เดือน 5 วัน 53 พรรษา
เมรุชั่วคราว หลวงปู่เขี่ยม โสรโย
วันที่ 17 ธันวาคม 2553 ขบวนแห่พระสรีระ หลวงปู่เขี่ยม โสรโย มีผู้คนจำนวนมากมาร่วมพิธี รวมถึงศิษย์ยานุศิษย์ของหลวงปู่ที่เดินทางมาจากหลายจังหวัดเพื่อที่จะมาร่วมพิธี
วันที่ 18 ธันวาคม 2553 ได้มีศิษย์ยานุศิษย์จำนวนมากได้มาร่วมพิธีประชุมเพลิงพระสรีระ หลวงปู่เขี่ยม โสรโย จำนวนมาก เมื่อเวลา 16.00 น. ได้มีการประชุมเพลิงจำลองเพื่อให้ลูกศิษย์ลูกหาได้ร่วมประกอบพิธีและวางดอกไม้จันต์ มีผู้คนจำนวนมากร่วมพิธี รวมถึงพนักงานราชการที่มาร่วมพิธี และบุคคลสำคัญอีกจำนวนมาก และพิธีได้แบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงบ่าย และช่วงเย็น
ช่วงบ่าย
พระสมเด็จได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีประชุมเพลิง หลวงปู่เขี่ยม โสรโย
พระสงฆ์จำนวนมากได้มาร่วมพิธีกันอย่างล้นหลาม
ผู้คนที่มาร่วมพิธีในตอนเช้า ที่เดินทางมาจากหลายจังหวัด
ช่วงเย็น
พิธีในตอนเย็น ได้มีการจุดโคมไฟ และจุดพุ่ไฟจำนวน 73 ดวง ซึ่งมีจำนวนเท่ากับอายุของท่าน (หลวงปู่เขี่ยม โสรโย)
แม้หลวงปู่จะจากไปแล้วก็ตาม แต่ธรรมคำสอนและเมตตาธรรมของ หลวงปู่เขี่ยม โสรโย
ยังปรากฎชัดเจนในดวงใจของศิษย์ยานุศิษย์และผู้เคารพท่านอยู่เสมอ
เกจิอาจารย์ อิสาน น่าเสื่อมใสศรัทธา
...เก็บรายละเอียดได้มากดีครับ เสียดายไม่ได้อยู่ตอนกลางคืน ดูจากภาพแล้วสวยงามมาก...งานนี้อิ่มบุญไปตามๆกัน
"บุญท่านไม่ได้ทำ กรรมดีไม่ได้สร้าง จะเอาวาสนาดีมาจากไหน" ร่วมกันทำบุญ ทำกรรมดี แล้ววาสนาดีจะมาเองครับ
รูปมีแต่สวยทั้งนั้นเลย แบ่งลงในไฟล์ บันทึก ให้ด้วยนะจ๊ะ