หลังจากพักผ่อนเล็กน้อยที่โรงแรมแล้วประมาณบ่ายสองโมง ก็เริ่มต้นที่นี่ค่ะ Tourist information อยู่หน้าสถานี Waverley ที่เรามาถึงเมื่อตะกี้นี่เองแหละ เข้าไปต่อคิวเพื่อจะได้ขอ Bus map ก็วันนี้เรามีตั๋ว day bus นี่นา บ้านเมืองของเขาสวยเหมือนเมืองในเทพนิยาย ตึกรามสิ่งก่อสร้างใหญ่ๆ ตั้งอยู่บนภูเขา พื้นถนนก็จะสูงๆ ต่ำๆ ภายใต้บรรยากาศหนาวๆ และหนาวมากตอนฝนตก ก็ที่นี่แหละค่ะที่เราเจอฝนกันจังๆ จนต้องควักร่มในเป้ออกมาใช้


จากนั้นก็ไปต่อกันที่ Royal Museum & Museum of Scotland ด้านในก็มีของให้ดูมากมากค่ะ ที่ดังๆ ก็จะเป็นรถแข่งอันนี้ และก็หมากรุกที่ทำจากหินแบบนี้ค่ะ เราเดินดูของใน museum กันประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ออกมาเดินเล่นกันตามท้องถนนสัมผัสชีวิตชาว Edinburgh


เดินมาเจอ St giles’ cathedral ด้านในสวยงามมากค่ะ ห้ามถ่ายรูปเหมือนเคย มีอนุสาวรีย์อยู่หน้า cathedral เหมือนหลายๆ ที่ใน London เดินไปอีกนิดก็เจอชาว scott มาเปาปี่ scott ให้ชมค่ะ ก็มีคนเข้าไปขอถ่ายรูปกับเค้าด้วย แต่เราไม่ถ่ายคู่กับเค้าค่ะ ยืนซึมซับบรรยากาศเฉยๆ

ช่องทางเดินระหว่างตึกที่พบได้ทั่วไปค่ะ เป็นทางเล็กๆ ให้เดินลอดตึกไปอีกซอยหนึ่งได้

อนุสาวรีย์บ๊อบบี้ สุนัขยอดกตัญญูค่ะ ตอนที่ยังไม่ได้ไปก็คิดว่าตัวเค้าน่าจะใหญ่ มองเห็นได้แต่ไกล แต่จริงๆ ไม่เลยค่ะขนาดตัวของเค้าเล็กนิดเดียว เกือบจะเดินชนอยู่แล้ว ยังมองไม่เห็นเลยค่ะ แถวๆ นั้นก็จะมี Bobby’s bar ให้บริการอยู่ด้วย จากนั้นก็เดินชมเมืองต่อ นี่เป็นนาฬิกาดอกไม้ค่ะ สวยงามมาก มองขึ้นไปเห็น Edinburgh castle อยู่บนเนินแบบนี้
ส่วนนี่เป็นฝรั่งเมาค่ะ นอนกันที่ข้างๆ สวนสาธารณะเหมือนบ้านเราเลย

เดินมาต่อกันที่ scott monument สามารถเข้าไปชมด้านใน และด้านบนได้แต่เสียเงินค่ะ
ส่วนที่นี่เป็น St Andrew square garden มีอนุสาวรีย์สูงใหญ่เหมือนหลายๆ ที่เช่นกัน

อนุสาวรีย์ของฝรั่ง มักจะมีนกมาเกาะที่หัวคนเสมอ ไม่รู้เป็นไง
เริ่มเย็นย่ำแล้วเราก็เดินมาทางนี้ค่ะ จะมีสุสานทหารก็คือ Old calton cemetery ก็เดินเข้าไปดูพร้อมกับทำความเคารพค่ะ จากนั้นก็เดินต่อมายังที่นี่เลย Calton Hill แค่ทางเดินขึ้นไปก็หนาวแล้วค่ะ แต่ยังน้อยกว่าเดินขึ้นดอยสุเทพหน่อย พอขึ้นไปก็เจอแบบนี้เลย สวยงามมากค่ะ แต่ลมแรงมากขอบอก...



ส่วนนี่เป็นวิวที่ถ่ายลงมาจาก Calton Hill
ลงมาจาก Calton Hill ก็เย็นมากแล้วค่ะ ท้องเริ่มร้องแล้วก็เลยหาอาหารกัน เดินดูของที่ระลึกซึ่งก็ไม่พ้นตุ๊กตารูปคนใส่กระโปรงเป่าปี่สก็อต เดินไปเดินมาฝนตกอีก เพิ่มความหนาวเย็นให้กับอากาศเข้าไปใหญ่ ซักพักก็เลยกลับโรงแรมเพื่อพักเอาแรงสำหรับวันพรุ่งนี้ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ Eginburgh Castle นั่นเองค่ะ
มาแล้วบรรยากาศตอนเช้าของเมือง

เรามารอเข้าปราสาทกันตั้งแต่ยังไม่เปิด คนก็มารอกันบ้างเหมือนกัน ตอนเข้าไปต้องเข้าไปซื้อตั๋วก่อนราคาคนละ 28 ปอนด์ ตอนที่ซื้อตั๋วเค้าจะถามว่าเรามาจากประเทศไหน เพราะเค้าจะมี map แจกให้เป็นภาษานั้นๆ พอเราบอกว่า Thailand เค้าก็บอกว่างั้นเอา map เป็นภาษาอังกฤษก็แล้วกันเน๊าะ ก็คงต้องงั้นแหละค่ะ
ปืนใหญ่นี่จะยิงทุกๆ บ่ายโมง


ดูปราสาทจนหนำใจแล้วก็เดินกลับออกมา ก็จะมีคนแต่งตัวมาให้เราถ่ายรูปด้วย คนนี้เค้าแต่งเป็น Brave Heart ล่ะ จากนั้นเราก็นั่งรถเมล์กลับโรงแรม อ้อ พูดถึงรถเมล์ที่ Edinburgh เค้าจะไม่มีเงินทอนนะคะ คนจะต้องเตรียมเงินมาให้พอดี ถ้าซื้อ day bus ก็วันละ 3 ปอนด์ต่อคนค่ะ วิธีซื้อก็เดินขึ้นไปแล้วบอกกับคนขับว่าซื้อ day bus ยื่นเงินไปที่ช่องรับเงิน คนขับเขาก็จะกดตั๋วออกมาให้เรา เป็นกระดาษแบบ thermal เหมือนกระดาษ fax บ้านเราค่ะ อีกเดี๋ยวเราจะต้องเดินทางต่อไปยังเมือง Manchester โดยรถไฟที่เราจองไว้แล้วตั้งแต่ 3 เดือนก่อน คงจะต้องลาเมืองในฝันแล้วค่ะ บ๊าย บาย Edinburgh พบกันต่อที่ Manchester ในบันทึกหน้าค่ะ