รายงานการศึกษาผลการใช้คู่มือการสอนทักษะฟัง-พูดภาษาอังกฤษโดยใช้เกมของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนอนุบาลพิษณุโลก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1

ชื่อรายงาน  รายงานการศึกษาผลการใช้คู่มือการสอนทักษะฟัง-พูดภาษาอังกฤษโดย
                 ใช้เกมของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนอนุบาลพิษณุโลก  
                 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1

ผู้รายงาน    นางสุวิมล  แสงบุดดี  ครูวิทยฐานะ ครูชำนาญการ   
                 โรงเรียนอนุบาลพิษณุโลก  
                 สำนักเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1

ปีที่รายงาน  2553

 ---------------------------------------------------------------------------------

 บทคัดย่อ

 

                รายงานการศึกษาผลการใช้คู่มือการสอนทักษะฟัง-พูดภาษาอังกฤษโดยใช้เกมของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนอนุบาลพิษณุโลก  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคู่มือการสอนทักษะฟัง–พูดภาษาอังกฤษโดยใช้เกมของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยการหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ≥ 0.5 และค่าประสิทธิภาพ  (E1/ E2)ได้ตามเกณฑ์ 80/80  เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียนภาษาอังกฤษ โดยใช้คู่มือการสอนทักษะฟัง–พูดภาษาอังกฤษโดยใช้เกมของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  และเปรียบเทียบเจตคติของนักเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียนภาษาอังกฤษ โดยใช้คู่มือการสอนทักษะฟัง–พูดภาษาอังกฤษโดยใช้เกมของนักเรียนชั้น-ประถมศึกษาปีที่ 2  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้จากการสุ่มตัวอย่างโดยการจับฉลาก ได้ห้อง ป.2/3 จำนวน 42 คน ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 โรงเรียนอนุบาลพิษณุโลก เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ คู่มือการสอนทักษะฟัง-พูดภาษาอังกฤษโดยใช้เกมของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนอนุบาลพิษณุโลก  จำนวน 15 แผน  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษ และแบบวัดเจตคติต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษโดยใช้เกม ผลการศึกษา  พบว่า  คู่มือการสอนทักษะฟัง–พูดภาษาอังกฤษโดยใช้เกมของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ได้ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ≥ 0.5 และค่าประสิทธิภาพ  (E1/ E2)ได้ตามเกณฑ์ 80/80  นักเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้เกมมีผลสัมฤทธิ์ในการเรียนทักษะฟัง-พูดภาษาอังกฤษหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และมีเจตคติต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.01