มีเรื่องดีๆมาเล่า

บันทึกจุดอ่อนมามากแล้วบันทึกหน้านี้มีเรื่องดีๆมาเล่า

เป็นการนำสิ่งดีที่พบมาร้อยเรียงเสมือนเป็นโรงเรียนเดียว

โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนขยายโอกาสที่เปิดตั้งแต่ก่อนประถมถึงม.3             

 เมื่อเข้าโครงการ

1.ผู้บริหารประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับครูทุกคน เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ไม่ว่ากัน ปรับปรุงไปพัฒนาไป ทำความเข้าใจกันไป ความจริงก่อนเข้าโครงการก็ประชุมไปแล้ว ทุกคนเห็นด้วยว่าควรเข้าโครงการ 2.คณะผู้บริหารวางแผน กำหนดกิจกรรมตลอดปีเพื่อพัฒนาโรงเรียน ใช้คู่มือเป็นแนวทางในการนิเทศและกำหนดกิจกรรมการพัฒนา : เน้นการบริหารจัดการสนับสนุนการเรียนการ  สอน การพัฒนาการเรียนการสอน และการเตรียมการประเมิน

    มาดูเรื่องการพัฒนาการเรียนการสอน ให้ครูทุกได้ทบทวนว่าจะปรับปรุงและพัฒนาอะไร บ้าง

 คำถาม"ในการจัดการเรียนการสอน ท่านเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างเพื่อการเป็นต้นแบบ " เช่นเปลี่ยนตัวเองให้เข้าใกล้ สร้างความคุ้นเคย และใช้Computer มากขึ้น เอาใจใส่ดูแลนักเรียนมากขึ้น

มาดูครูที่รับผิดชอบก่อนประถมศึกษา

  การพัฒนา ครูสำรวจกิจกรรมที่ทำตามหลักสูตรปกติ กิจกรรมตามตารางตั้งแต่เช้า เอาใจใส่กับห้องเรียน มุมทั้ง 6 สื่ออุปกรณ์ ที่นอน ที่รับประทานอาหารพร้อมอุปกรณ์ ห้องสุขา ดูแลทุกอย่างให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้ สะอาด ปลอดภัย (ขอติดมุ้งลวดเพราะโรงเรียนมีต้นไม้มาก) ภายในสีสันสดใส หน้าห้อง กว้างขวาง สดใส มีสนามเด็กเล่นที่เหมาะสม เพียงพอ สะอาด ปลอดภัย ในวันประเมินได้แสดงคุณภาพของ ห้องเรียน ที่รับประทานอาหาร สุขา หน้าห้อง สนามเด็กเล่น ที่มีความพร้อมให้บริการ  สมกับที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ปกครอง

ครูสาธิตการสอนตามปกติ เช่นจัดกิจกรรมตามมุมโปรดของนักเรียน และเล่านิทานซึ่งได้แสดงการเล่านิทานอย่างถูกต้องตามหลักการสอนเล่านิทานในระดับประถมวัย   เพื่อให้กรรมการสบายใจว่าโรงเรียนนี้ครูมีความสามารถ มีทักษะการสอน แต่งกายเหมาะสม สะอาด เรียบร้อย สดใสแต่ดูรัดกุมเน้นความกระฉับกระเฉง พูดจาไพเราะ อบอุ่น สามารถเป็นต้นแบบได้ เปิดโอกาสให้กรรมการได้ทดสอบพัฒนาการนักเรีย 

เพื่อเป็นการยืนยันว่าได้จัดการเรียนการสอนตามแนวทางการพัฒนานักเรียนระดับประถมวัย อย่างถูกต้องและต่อเนื่อง (ไม่มีการเสนอการแสดงของนักเรียนที่เน้นการแต่งกาย แต่งหน้าเหมือนนักแสดง)

( ภาพจากโรงเรียนบ้านปากชม เลย1)

       มาดูมุมของขยายโอกาสบ้าง แรกๆผู้บริหารและทีมงานก็หนักใจเกรงจะไม่สามารถพัฒนาคุณภาพด้านวิชาการได้เท่ากับโรงเรียนมัธยม แต่เมื่อมาคิดทบทวน กลับเป็นเรื่องที่ดีและสบายใจ เพราะเราเป็นโรงเรียนในฝันโรงเรียนที่เปิดโอกาสให้เด็กในชนบทได้เรียนในโรงเรียนดีๆที่อยู่ใกล้บ้าน เมื่อเด็กๆมาอยู่กับเราแล้ว เขาต้องได้เรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ อาจไม่เก่งทางวิชาการโดยตรงแต่มีอีกมากที่เขาต้องไดเรียนรู้ 

          จุดเด่นโรงเรียนเราเมื่อเข้ามาแล้วต้องมีอะไรดีๆออกไปไม่ใช่เฉพาะจบตามหลักสูตร ดังนั้นจึงมีการประชุมวางแผนพัฒนานักเรียนและศึกษาคู่มือ โดยสรุปแล้ว "เราจะใช้เวลาเพิ่มศักยภาพให้นักเรียน ม.1-3 ในเรื่องต่อไปนี้"

               1.ความสามารถในการใช้ computerทุกคนโดยตั้งเป้าหมายว่า 1) ระดับพื้นฐานทุกคนสามารถใช้โปรแกรมพื้นฐานนำเสนองานได้ สืบค้นข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เรียนรู้ตามระบบe-learning ใช้โปรแกรมพื้นฐานออกแบบงาน และ สร้างงานได้ 2) นักเรียนกลุ่มที่มีความสามารถสูงกว่าเพื่อนๆในระดับเดียวกัน ก็เป็นผู้ช่วยครู เรียนการซ่อมและดูแล Computer สร้างสรรค์ผลงานฯลฯ

       วิธีการพัฒนา 1.1 ทางตรง มีครูสอนและต้องทุ่มเทเวลาการสอน ให้มีการประกวดแข่งขันให้รางวัล ส่งไปโรงเรียนพี่เลี้ยงช่วยฝึก ให้เป็นผู้ช่วยครู ช่วยแนะนำเพื่อนๆ แนะนำน้องประถม แนะนำคุณครูที่รักจะพัฒนาด้านComputer สนับสนุนให้มีรายได้ระหว่างเรียน 1.2 ทางอ้อมนักเรียนที่ได้รับมอบหมายงานไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการนักเรียน ห้องพยาบาล สหกรณ์ ห้องสมุด Minicompany ฝึกใช้ Computer ในการหา/จัดทำข้อมูล และนำเสนอข้อมูล นำเสนอผลงานโดยใช้ความสามารถด้าน Computer (ผ่านการเรียนรู้จากการทำงาน ตามกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต) ตั้งเป็นกลุ่มซ่อม Com ดูแล Com วันที่ประเมินจึงเห็นคุณภาพด้านComputerของนักเรียน           ม.ต้น อย่างน่าชื่นใจ

        2. สร้างนักเรียนผู้นำในการพัฒนาทักษะชีวิต(ตามแบบประเมินด้านที่4 ) ผู้นำด้านสุขภาพอนามัย (ตามแบบประเมินด้านที่5) โดยการ ส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้ตามความถนัดเช่นกีฬา ศิลปะ ดนตรี-นาฎศิลป งานคหกรรม

       เรียนรู้ผ่านกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตหรือสนามบูรณาการ เช่น เรียนรู้งานสหกรณ์ กิจกรรมminicompany

      เรียนรู้ผ่านกิจกรรมคณะกรรมการนักเรียนอย่างจริงจัง ฝึกความเป็นผู้นำ รับผิดชอบการดูแลความสะอาด สุขภาพอนามัย ความปลอดภัยภายในโรงเรียน กิจกรรมด้านจิตสาธารณะ เป็นผู้นำจัดแข่งขันทางวิชาการ และความสามารถด้านต่างๆ

      หมายเหตุ1. กิจกรรมสนามบูรณาการหมายถึงกิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาทักษะชีวิตโดยโรงเรียนจำลองกิจกรรมในสังคมมาไว้ในโรงเรียนให้นักเรียนได้เรียนรู้กระบวนการทำงาน การอยู่ร่วมในสังคม อย่างเป็นระบบครบวงจร เช่น กิจกรรมสหกรณ์ คณะกรรมการนักเรียน/สภานักเรียน  Minicompany เป็นต้น 

     3. เมื่อถึงวันประเมินโรงเรียนสามารถสะท้อนคุณภาพนักเรียนขยายโอกาสที่นอกเหนือจากคุณภาพทางวิชาการอย่างหลากหลาย  (ติดตามตอนต่อไปค่ะ)