ลาดชะโดแดนทำหรีด อดีตแหล่งรวมปลา เสาศาลาวัดต้นใหญ่ ภาพยนตร์ไทยมาถ่ายทำ งามล้ำด้วยสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น

ตลาดลาดชะโดก่อตั้งมาเป็นเวลากว่า 100 ปี โดยพัฒนามาจากตลาดน้ำ เดิมชุมชนชาวจีนสร้างเรือนแพทรงไทยค้าขายสองฝั่งคลอง เกิดเป็นรูปแบบตลาดน้ำ ต่อมาได้ใช้พื้นที่ริมน้ำซึ่งเป็นของวัดลาดชะโด สร้างตลาดไม้ใต้ถุนสูงพ้นน้ำเพื่อค้าขาย แล้วขยายเข้าไปสูงฝั่งเรื่อยๆ จำนวนเกือบร้อยคูหา ในอดีตมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก

ด้วยความน่าสนใจและเสน่ห์ของตลาดเก่าแก่แห่งนี้ ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเยี่ยมชมเป็นระยะๆ ทั้งยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์ไทยและละครโทรทัศน์มาถ่ายทำหลายเรื่อง อาทิ “บุญชู” , “รักข้ามคลอง” , “สตางค์” , “ชื่นชอบชวนหาเรื่อง” , “ดงดอกเหมย” , “ความสุขของกะทิ” เป็นต้น

 

วัตถุล้ำค่า วังมัจฉามากมี

ของดีทำจากปลา ในนามีข้าว

 

 

มีอีกคำขวัญค่ะ

 

“ลาดชะโดแดนทำหรีด อดีตแหล่งรวมปลา

เสาศาลาวัดต้นใหญ่ ภาพยนตร์ไทยมาถ่ายทำ

งามล้ำด้วยสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น

 

ตลาดลาดชะโดยังคงสภาพความเก่าแก่และมนต์ขลังอยู่ อย่างไม่เสื่อมคลาย ซึ่งในลาดชะโด  มีมุม ที่ใครต้องการความสงบ ต้องการสมาธิในการทำงาน น่าไปนั่งมากๆ มันเงียบ เย็น และได้บรรยากาศ ถ้าคุณเบื่อที่จะนั่งอยู่บ้าน ลองแวะมาที่ลาดชะโดกันนะคะ ที่นี่มีกิจกรรมไว้บริการนักท่องเที่ยว อาทิ

  • นั่งเรือชมวิถีชีวิตริมคลองลาดชะโด จากท่าน้ำคันทรีโฮม ไปตลาดลาดชะโด
  • ชมร้านขายยาแผนโบราณสภาพเดิมๆ
  • สัมผัสการนวดฝ่าเท้าริมคลอง
  • ก๋วยเตี๋ยวเรือริมคลอง (มีคนคอนเฟิร์มว่าอร่อยมาก)
  • ดูของเก่าจากอดีตในตลาดลาดชะโด
  • ชมการสาธิตการยกยอหาปลาของชาวบ้านริมน้ำ
  • พายเรือชมวังมัจฉาธรรมชาติ อาทิ ปลาชะโด ปลากราย ปลาหางแพน ปลาเทโพ ปลาสวาย
  • นั่งเรือชมบ้านทรงไทยริมน้ำ และรังนกกระจาบ
  • ชมสถานที่เคยใช้ถ่ายทำภาพยนต์
  • ชมอาคารเรียนไม้ ที่ยาวที่สุดในโลก (ยาวมากๆคะ เป็นอาคารรูปตัว E และยังได้รับความอนุเคราะห์จากทางโรงเรียนอนุญาตให้จัดตั้งเป็น กศน.ตำบล บนอาคารเรียนไม้นี้ด้วยนะคะ)
  • ศาลาการเปรียญอายุ 100 กว่าปีของวัดลาดชะโด (ใหญ่มาก เสาทำจากไม้ตะเคียน)
  • ชมพิพิธภัณฑ์ชาวนาลาดชะโด
  • นิทรรศการภาพเก่าเล่าอดีต
  • สถานีตำรวจ

 

                        

            

ภาพวัดลาดชะโด และศาลาการเปรียญที่ใหญ่มาก เสาทำด้วยไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ จากขนาดของศาลา บ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีตของที่นี่ได้เป็นอย่างดี และสังเกตุที่ลำโพงขยายเสียงของวัด จะใช้ทั้งหมด 4 ด้าน ด้านละ 7 ตัว ทำให้ได้ยินไปทั่ว ในวันพระผู้คนจะแห่แหนมากันจนแน่ศาลาเลยทีเดียว

             

การเดินทางของผู้คนสมัยก่อนจะใช้เรือเป็นยานพาหนะ ใต้ถุนสูงเพราะพอถึงเดือน กันยา – ตุลา ช่วงที่น้ำมา จะทำให้ระดับน้ำสูงมาก เพื่อกันน้ำท่วมจึงต้องทำให้สูงเกินกว่าระดับน้ำให้เยอะๆ ถ้าน้ำขึ้นสูงจะกลายเป็นตลาดกลางน้ำ

              

บรรยากาศภายในตลาดลาดชะโด มีสินค้าพื้นบ้าน ที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น มีพิพิธภัณฑ์ประมงพื้นบ้าน ที่เก็บรวบรวมอุปกรณ์การจับปลา และการทำนาของชาวบ้านไว้ และ มีร้านขายพวงหลีด ที่เป็นเจ้าแรกในประเทศที่ทำพวงหลีดจากผ้าเช็ดตัว

             

และส่งท้ายโรงเรียนวัดลาดชะโด เป็นโรงเรียนที่มีอาคารไม้ลักษณะเด่น รูปตัว E และมีความยาวที่สุดในประเทศไทย ดูจากภาพด้านล่างสุดแล้วจะทราบว่า ที่ว่ายาว มันยาวแค่ไหน สะพานไม้เก่าที่หน้าโรงเรียน ไปยังอีกฝั่งซึ่งเป็นสถานีตำรวจ ซึ่งโรงพักนี้ก็ยังอยู่ในสภาพเดิมๆ ทุกประการ ถ้าคุณลืมภาพของโรงพักสมัยก่อนเป็นอย่างไร แวะมาที่นี่ได้นะคะ