หลายคนช่วยงานในโรงครัวด้านหลัง หลายคนทำขนมกล้วย

ย้อนรอยวัดกาญจนบุรีเก่า-5

โสภณ เปียสนิท

...........................

 

                                       ชาวบ้านรอบวัดเริ่มเดินทางเข้ามาที่วัดมากขึ้นเรื่อยๆ หลายคนช่วยงานในโรงครัวด้านหลัง หลายคนทำขนมกล้วยทอดบ้าง ข้าวเม่าทอดบ้าง ข้าวต้มมัดบ้าง เพื่อต้อนรับแขก นกเอี้ยงสาลิกากลุ่มใหญ่ร่อนลงใกล้ลานต้นมะม่วงท้ายศาลา เดินหาเศษอาหารแถมถกเถียงและวิวาทกันในบางครา “มีเจ้าอาวาสมาหลายองค์ซิครับ” ผมเอ่ยชวนลุงสนทนาต่อ “ก่อนหน้านั้นไม่รู้ รู้แต่ว่ายุคหลังมานี่มี 4 องค์” “ก่อนหน้านั้นเป็นอย่างไร” “ที่ตรงนี้เคยเป็นเมืองหลวง ราวปี 2374 รัชกาลที่3 ย้ายเมืองกาญจน์ไปที่ เมืองกาญจน์ใหม่โดยสร้างประตูเมืองกาญจน์ไว้เป็นหลักฐาน”

 

                                           นึกภาพตามคำบรรยายของลุง เห็นภาพลำน้ำแควใหญ่ไหลล่อง นานๆ เรือเล็กเรือใหญ่ล่องผ่านไปมาใครจะรู้ว่าริมตลิ่งมีวัดโบราณทรุดโทรมแทรกอยู่ใต้ป่าใหญ่น่าสะพรึงกลัว “แสดงว่าวัดเคยรกร้างอยู่นาน” ผมเดาเอาตามสถานการณ์ “ใช่ ต้นไม้ขึ้นปกคลุมรกครึ้ม” “นานไหมครับ” ลุงทำท่านึกนิ่งไตร่ตรอง “ไม่มีใครจำปี พศ. ได้ จำได้แต่ว่า ปีหนึ่ง “หลวงตากลับ” เดินธุดงค์บุกป่าฝ่าเขาลำเนาไพรหาที่วิเวกปฏิบัติธรรมตามหลักแห่งธุดงควัตรกำจัดกิเลสมาถึงที่นี่ ปักกลดใต้ร่มไม้ใหญ่ ญาติโยมทำบุญตักบาตรแล้วเกิดศรัทธานิมนต์ท่านพักอยู่ต่อไป ชาวบ้านจึงช่วยกันต่อแพให้ท่านพักจำพรรษาที่ท่าน้ำหน้าวัด”

 

                                         ผมเกิดความสงสัย “ทำไมไม่พักข้างบน” “อาจเป็นเพราะ อยู่บนแพป้องกันอันตรายได้ง่าย ภัยจากสัตว์ร้าย ภัยจากคนที่มาขโมยขุดหาสมบัติ อีกอย่างการเดินทางสมัยโน้นใช้เรือเป็นหลัก” ผมเห็นคล้อยตามข้อคิดเห็นของลุง “หลวงตากลับจึงกลายเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก” “ใช่ ปีหลังๆ มาชาวบ้านช่วยกันสร้างกุฏิและนิมนต์ท่านมาอยู่ข้างๆ โบสถ์นั่น” ลุงชี้มือไปที่พระอุโบสถหลังเก่าแก่

 

                                              “เจ้าอาวาสองค์ต่อมาเล่าครับ” ผมถามให้ลุงเล่าต่อเพราะอยากรู้ “หลังสิ้นหลวงตากลับ พระอาจารย์จวน รับตำแหน่งต่อมา องค์นี้มีประวัติน่าสนใจ” ลุงหยอดน้ำจิ้มให้ผมสนใจยิ่งขึ้น “อย่างไรครับ” ลุงไม่ตอบแต่กลับถามแทน “เอ็งเคยได้ยินเรื่องระฆังใหญ่วัดท่าเสาไหม” ผมเร่งรีบทบทวนความทรงจำเก่า “เคยได้ยินว่ามีระฆังใหญ่อยู่ลูกหนึ่งตีดังไปถึงสุพรรณบุรี” “เออ..ข้าก็ได้ยินแบบนั้นเหมือนกัน” “แล้วอย่างไร” “มันเป็นตำนานปาก เล่ากันต่อมาว่าระฆังนี้ใหญ่มาก เฉพาะตรงหูมีขนาด 3 กำ” “โห ใหญ่ขนาดนั้น” “พระอาจารย์จวนเคยจ้างคนจากทุ่งสมอ 30 คนช่วยกันขุดหาระฆัง 1 เดือนเต็มไม่พบอะไรเลย” “แล้วสระระฆังหลังวัดโน่น” “ไม่มี ไม่พบอะไร พบว่าดินแถวนั้นแข็งเป็นหินเลย” “อ้าว...” ผมปรับตัวไม่ทัน