รายงานวิชา การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ รหัส 1026102
นางสาวนพพร น้อยหมื่นไวย รหัส 53D0103107 เลขที่ 7
วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices)
ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน
1. ความเป็นมา
โดยธรรมชาติของนักเรียนในโรงเรียนชลประทานสงเคราะห์ มีความแตกต่างกันทั้งนี้เนื่องจากนักเรียนมาจากสภาพครอบครัวที่แตกต่างกัน มีฐานะทางเศรษฐกิจที่ไม่เท่ากัน มีสภาพแวดล้อมและสังคม ทำให้แต่ละคนมีความแตกต่างกัน โรงเรียนเห็นว่าการให้การช่วยเหลือนักเรียนมีความสำคัญที่จะต้องจัดให้ตรงกับสภาพปัญหาของแต่ละคนแต่ละกลุ่มซึ่งโรงเรียนจำเป็นต้องมีระบบและมีกระบวนการดำเนินงานในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่เป็นวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนจะช่วยเสริมเติมเต็มให้กับนักเรียนทั้งด้านร่างกาย อารมณ์/พฤติกรรม สังคม/เศรษฐกิจ และสติปัญญา เพื่อส่งเสริม พัฒนา ป้องกัน และแก้ไขปัญหาแก่นักเรียนให้พัฒนาเต็มศักยภาพ สร้างความมั่นคงให้นักเรียนทุกคนมีครูบุคคลอื่น ๆ ที่คอยดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด
2. วัตถุประสงค์
1. เพื่อส่งเสริมพัฒนา ป้องกัน และแก้ไขปัญหาแก่นักเรียนให้พัฒนาเต็มศักยภาพมีจิตใจที่เข้มแข็ง มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์
2. เพื่อพัฒนาวิธีการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practices) ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนชลประทานสงเคราะห์
3. หลักการ/แนวคิด/ทฤษฎี ที่นำมาใช้เป็นแนวคิดหลักในการพัฒนา
ใช้หลักการจากแนวทางการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ(2547) และคู่มือระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต1 (2551)
4. กระบวนการ/วิธีการพัฒนาสู่วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ
จากการถอดบทเรียนโดยการใช้รูปแบบการจัดการความรู้ (Knowledge Management)5 ขั้นตอน คือ การกำหนดเป้าหมาย การวิเคราะห์ปัจจัย การเจียรนัยความรู้ การนำสู่การปฏิบัติ และการวัดประเมินผล ได้กระบวนการใหม่ ซึ่งเป็นขั้นตอนในระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน 5 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 ศึกษา เป็นการศึกษานักเรียนเป็นรายบุคคลทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์/พฤติกรรมสังคม/เศรษฐกิจ และสติปัญญา
ขั้นตอนที่ 2 คัดกรอง เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการศึกษานักเรียนรายบุคคลนำมาจัดกลุ่มที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน โดยจัดกลุ่มเด็กทางด้านร่างกาย จัดกลุ่มเด็กทางด้านอารมณ์/พฤติกรรมจัดกลุ่มเด็กทางด้านสังคม/เศรษฐกิจ จัดกลุ่มเด็กทางด้านสติปัญญา
ขั้นตอนที่ 3 มองปัญหา เป็นการวิเคราะห์หาปัญหาในแต่ละกลุ่ม เพื่อวางแนวทางในการช่วยเหลือต่อไป
ขั้นตอนที่ 4 นำพาช่วยเหลือ เป็นการส่งเสริม พัฒนา ป้องกัน แก้ไขปัญหา และการคุ้มครองสิทธิตามสภาพปัญหาที่พบในเด็กกลุ่มต่าง ๆ หรือ แม้แต่เป็นปัญหารายบุคคล เช่น ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์/พฤติกรรม ด้านสังคม/เศรษฐกิจ ด้านสติปัญญา จัดคลินิกเด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ จัดศูนย์พัฒนากลุ่มเด็กปกติ จัดศูนย์ความเป็นเลิศ
ขั้นตอนที่ 5 สร้างเครือข่าย เป็นการสร้างระบบการเชื่อมโยงเพื่อช่วยเหลือสนับสนุนการดำเนินงานในระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน เครือข่ายผู้ปกครองนักเรียน เครือข่ายชุมชน เครือข่ายผู้ร่วมพัฒนาเครือข่ายกองทุนสนับสนุน
5. ผลที่ได้รับจากการนำวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศไปใช้ จากการดำเนินการตามแนวทางระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน 5 ขั้นตอนคือ ศึกษา คัดกรอง มองปัญหา นำพาช่วยเหลือ และสร้างเครือข่าย สามารถช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนชลประทานสงเคราะห์ ชั้นอนุบาล 1–2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–6 จำนวน 718 คนปีการศึกษา 2551 ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์/พฤติกรรม ด้านสังคม/เศรษฐกิจ ด้านสติปัญญา
6. กระบวนการ ทบทวน กลั่นกรอง ตรวจสอบ
การพัฒนาวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนใช้รูปแบบการจัดการความรู้ (Knowledge Management) ที่โรงเรียนชลประทานสงเคราะห์ได้พัฒนาขึ้นมีขั้นตอนของกระบวนการจัดการความรู้เพื่อพัฒนางานสู่(Best Practices)5 ขั้นตอนคือ
ขั้นตอนที่ 1 กำหนดเป้าหมาย การกำหนดเป้าหมาย เป็นขั้นตอนการวิเคราะห์ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ว่ามีความสอดคล้องกับกลยุทธ์และนโยบายในระดับกระทรวงศึกษาธิการ ระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ว่ามีความสอดคล้องพอที่จะพัฒนาเรื่องนี้ต่อไปหรือไม่ ผลการดำเนินการพบว่า มีความสอดคล้องในทุกระดับ
ขั้นตอนที่ 2 วิเคราะห์ปัจจัย การวิเคราะห์ปัจจัย เป็นการวิเคราะห์ปัจจัยสนับสนุนที่จะส่งผลให้งานบรรลุผลสำเร็จประกอบด้วย การวิเคราะห์วัฒนธรรมการทำงาน วิเคราะห์ภาวะผู้นำ วิเคราะห์โครงสร้าง วิเคราะห์ประสบการณ์ของโรงเรียน วิเคราะห์เทคโนโลยี วิเคราะห์บุคลากร วิเคราะห์นโยบาย วิเคราะห์งบประมาณ วิเคราะห์การสนับสนุนจากชุมชน และวิเคราะห์นโยบายของโรงเรียน ว่ามีระดับการสนับสนุนมากพอที่จะดำเนินการต่อไปได้หรือไม่ ผลการดำเนินการพบว่าปัจจัยต่างๆมีระดับการสนับสนุนอยู่ในระดับดีมาก
ขั้นตอนที่ 3 เจียรนัยความรู้ การเจียรนัยความรู้ เป็นการพัฒนาวิธีปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practices) ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยกระบวนการ 3 ขั้นตอน คือ การวิเคราะห์ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเดิมที่ทำอยู่ การศึกษาเอกสารและแนวคิดเพิ่มเติม และการศึกษาดูงาน เปรียบเทียบ และสังเคราะห์วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ผลการดำเนินการทั้ง 3 ขั้นตอน ได้วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices)ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน 5 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษา ขั้นตอนที่ 2 คัดกรอง ขั้นตอนที่ 3 มองปัญหา ขั้นตอนที่ 4 นำพาช่วยเหลือ ขั้นตอนที่ 5 สร้างเครือข่าย
ขั้นตอนที่ 4 นำสู่การปฏิบัติ การนำสู่การปฏิบัติ เป็นการปรับกระบวนการวิธีการทำงานที่ทำอยู่ให้เป็นไปตามวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในขั้นตอนนี้จะมีการจัดการความรู้ในรูปของชุมชนนักปฏิบัติเพื่อปรึกษาหารือปรับวิธีการปฏิบัติในระดับกิจกรรมทุกวันจันทร์ เวลา 14.30 น. ถึงเวลา 15.30 น.
ขั้นตอนที่ 5 วัดและประเมินผล วัดและประเมินผลเป็นการประเมินความพึงพอใจของการใช้วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และประเมินผลการช่วยเหลือนักเรียนทั้ง 4 ด้าน คือ การช่วยเหลือด้านร่างกาย การช่วยเหลือด้านอารมณ์/พฤติกรรม การช่วยเหลือด้านสังคม/เศรษฐกิจ และการช่วยเหลือด้านสติปัญญา ตามวงจรเดมมิ่ง PDCA
7. รูปแบบ/วิธีการประชาสัมพันธ์เผยแพร่
จัดนิทรรศการแสดงผลงาน เป็นโรงเรียนต้นแบบระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของกลุ่มโรงเรียนสุรนารี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 1 และกลุ่มโรงเรียนที่สนใจ
ความภูมิใจในวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ
วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนชลประทานสงเคราะห์ ได้รับรางวัลระดับเหรียญทอง และเป็นโรงเรียนต้นแบบระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของกลุ่มโรงเรียนสุรนารี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 1