ผู้ให้ย่อมได้มากกว่าผู้รับ ดังนั้นอย่ามองข้าม ในระหว่างทางชีวิตที่ดำเนินไป ถ้าไม่เร่งรีบนัก เราจะสามารถเก็บเกี่ยว ผลอิ่มบุญ และความปิติได้เสมอ

เก็บเกี่ยวได้.....ในระหว่างทาง (2)

 ครั้งหนึ่งไม่บ่อยนักที่ได้เข้ากรุงเทพ ลงรถเมล์ เพื่อต่อเรือข้ามฟาก ระหว่างลงจากสะพานลอย มองเห็นยายที่แก่มากคนหนึ่ง นั่งขายของอยู่บนฟุตบาท ตีนสะพาน meeple แวะเดินเข้าไปเพื่อดูว่ายายขายอะไร ก็เห็นสิ่งที่ยายขายเป็นตุ๊กตาพลาสติกของเด็กเล่น มีทั้งค่อนข้างเก่า (น่าจะฝุ่นจับ)และค่อนข้างใหม่  วางบนแผ่นพลาสติกเก่าบางๆ เห็นแล้วก็รู้ทันทีว่าคงไม่ซื้อตุ๊กตานั้นหรอกด้วยเหตุผลทั้งปวงเพราะพ้นวัยเล่นตุ๊กตาแล้ว  และที่สำคัญคือตุ๊กตาเหล่านั้นไม่สวยเลย  แต่ด้วยที่เป็นโรคแพ้คนแก่ และเคยตั้งใจไว้ว่าถ้าพบคนแก่ขายอะไรจะอุดหนุน เพื่อให้มีกำลังใจที่จะสู้ชีวิตต่อไป จริงๆแล้วอยากให้เงินยายมากกว่า  แต่นึกในใจว่ายายอุตสาห์มานั่งขายของอย่างนี้ก็หมายความว่า ยายก็มีศักดิ์ศรี ไม่ชอบได้ของใครฟรีๆ ก็ถามยายว่า

“ตัวละเท่าไหร่คะยาย” ยายมองมาด้วยสายตาที่มีความหวังว่าเราคงจะซื้อนะ

“ ตัวละ 25 บาทจ๊ะ”  คงกะจะให้ต่อราคา 5 บาท ว่าแล้วก็เลยซื้อตุ๊กตายาย 3 ตัว 100 บาท และบอกยายว่าไม่ต้องทอนหรอก  

ยายบอก “ขอบใจนะลูก”  ยายแถมยิ้มที่มีความสุขที่ได้ขาย และแน่นอนไม่ต้องเอาใส่ถุงกอบแกบ เพราะช่วยยายประหยัดและลดขยะพลาสติกด้วย

 งานนี้เลยได้ที่ตั้งใจครบคือ

  • ได้อุดหนุนคนแก่
  • ได้ ส่งเสริมให้มีกำลังใจสู้ชีวิต ภูมิใจในตัวเอง (ดีว่าที่นั่งขอทาน บนสะพานลอย)
  • ได้ให้เงินยาย โดยยายไม่ต้องรู้สึกว่ารับเงินฟรี  และ

  ส่วนเกินที่ meepole ได้คือ  ได้เห็นความสุขของยายจากรอยยิ้มที่ได้ขายและขายได้  นึกถึงเมื่อใดก็อิ่มใจ   และ

ตุ๊กตาที่ซื้อก็เอาไปต่อบุญ โดยเอาไปให้เด็กๆที่มาเก็บขยะหรือเด็กที่นั่งห้อยท้ายมากับแม่พิการที่เข็นรถขายล็อตเตอรี่แถวหน้าหมู่บ้านอีก

 จะเห็นว่าผู้ให้ย่อมได้มากกว่าผู้รับจริงๆ ดังนั้นอย่ามองข้าม ในระหว่างทางชีวิตที่ดำเนินไป ถ้าไม่เร่งรีบนัก เราจะสามารถเก็บเกี่ยว ผลอิ่มบุญ และความปิติได้เสมอ

เชื่อว่าหลายๆคนคงได้เก็บเกี่ยวอะไรดีๆ ในระหว่างทางกันทุกคน ยังไงช่วยกันแลกเลี่ยนประสบการณ์ที่ได้พบมา เพื่อช่วยกันจรรโลงสังคมให้งดงามต่อไป