สถาบันคลังสมองแห่งชาติ เผยว่าเกณฑ์การ ranking มหาวิทยาลัยโลกมีจุดอ่อน

ศ.ดร.ปิยะวัฒน์  บุญหลง ผู้อำนวยการสถาบันคลังสมองแห่งชาติ
ได้เปิดเผยเกี่ยวกับจุดอ่่อนของเกณฑ์การประเมินเพื่อจัดอันดับ
ของมหาวิทยาลัยโลกเอาไว้ดังนี้

สำหรับประเทศไทยแล้วมีมหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่งที่อยู่แนวหน้าและติดอันดับโลกอยู่แล้ว แต่ก็มีมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งไม่จำเป็นต้องมุ่งไปทางระดับโลก
แต่มุ่งไปในทางที่ว่า ทำอย่างไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและต่อท้องถิ่นของ
ตนเอง ผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมดังกล่าวบอกว่าการจัดอันดับโลกดังกล่าวบอกว่า
การจัดอันดับโลกยึดติดกับงานวิจัย ตลอดจนยึดติดกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจนเกินไป ดังนั้นในระยะ่ต่อไปควรต้องหาตัวชี้วัด ที่ทำให้เห็นความ
สามารถของมหาวิทยาลัยในด้านอื่น ๆ ที่ไม่ใช่การวิจัย เช่นการสอน การผลิตบัณฑิตที่ดี การทำงานของสังคม หรือการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งตัวชี้วัดดังกล่าว มีหลายประเทศทดลองทำอยู่ เพื่อหาคำตอบว่าควรทำอย่างไรถึงจะแม่น
และเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้พัฒนามหาวิทยาลัย ซึ่งข้อมูล
ดังกล่าว ตนมองว่าน่าจะนำมาคุยกันต่อ ว่าจะนำมาใช้กับประเทศไทยได้หรือไ่ม่
ควรจะเลือกตัวชี้วัดไหนเพื่อที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการอุดมศึกษา

 

บทความจากมติชนรายวัน 29 พย.53 "ชี้จัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกมีจุดอ่อน
เหตุยึดวิจัย ไอที /ดันไทยหาตัวชี้วัด"

ผมอ่านถ้อยแถลงของสถาบันคลังสมองแห่งชาติ ซึ่งหลายท่านเป็น
ผู้ทรงคุณวุฒิกำหนดความเป็นไปของการศึกษาในประเทศไทย
เกี่ยวกับการมองตัวเองว่า มหาวิทยาลัยมองตัวเองว่ามีความแตกต่าง
กันมากไม่จำเป็นต้องทำอะไรเหมือน ๆ เช่นใครควรไประดับโลกก็ไปกัน
ใครควรไประดับท้องถิ่นก็ควรไปกัน  เข้าใจว่าสิ่งที่รบกวนใจสำหรับอุดมศึกษา
แล้วเวลาจัดอันดับโลกที่ตนเองไม่ได้เข้าไปร่วมสร้างเกณฑ์ด้วย ทำให้สภาพนี้
มหาวิทยาลัย กลายเป็น object ซึ่งก็จะพ่ายแพ้ตั้งแต่เกณฑ์ประเมินระดับโลก
เกณฑ์พ่ายแพ้น่าจะมีสองอย่าง ก็คืองานวิจัยและเกณฑ์ทางด้านวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี ทำไมเมื่อสร้างเกณฑ์เหล่านี้ขึ้นมาอุดมศึกษาไทยจึงพ่ายก็
เพราะระบบทุนนิยมแข่งขันกันด้วยเิงิน ดังนั้นเกณฑ์ต่าง ๆ จึงสร้างมาตรฐาน
แบบทุนนิยม ซึ่งไม่มีทางแข่งขันกันได้เพราะอย่างไรก็ตามเขานั้นมือยาวกว่า
งบประมาณมากกว่า รากฐานการดูดเอาทรัพยากรของประเทศโลกทีสามไป
ปรับปรุงพื้นฐานของชาติเขาทำให้เขามีพื้นฐานที่ดีกว่า

ทำให้ผมนึกสะท้อนถึงความแตกต่างของโรงเรียนแบบไทย ๆ ที่ต้องประเมิน
มาตรฐานเดียวกัน โรงเรียนชุมชนบ้านหนองอีโคกโรงเรียนขนาดเล็ก ๆ มีครู
อยู่ 2 คน งบประมาณได้นิดเดียว นักเรียนก็มีนิดเดียว ส่วนใหญ่นักเรียน
จบไปก็ต้องการสืบทอดชีวิตเกษตรกรตามบิดา มารดา ผู้ปกครองไม่สามารถ
สนับสนุนการเงินให้กับโรงเรียนเ่ท่าไรนักช่วยไ้ด้แต่ค่าแรงในการพัฒนาโรง
เรียนเป็นคราว ๆ ไป นักเรียนส่วนใหญ่ของโรงเรียนเป็นลูกชาวนายากจน
และต้องรับลูกของแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในหมู่บ้านด้วย ส่วนนักเรียน
ที่เรียนเก่ง ๆ นั้นล้วนแต่ย้ายไปสอบคัดเลือกเข้าเรียนในโรงเรียนอีกโรงเรียน
ด้านท้ายนี้ พอวัดผลสัมฤทธิ์อะไร ๆ ก็ไม่เข้าตากรรมการ มีแต่ครูสองคนที่
พยายามสอนแค่อ่านออกเขียนได้ก็แทบกระอักเลือดตายแล้ว 

 ส่วนอีกโรงเรียนหนึ่งนั้นเป็นโรงเรียนที่ได้รับชื่อว่าเป็นโรงเรียนระดับห้าดาวคือ
โรงเรียนมหานครวิทยาลัย นักเรียนนิยมเข้าเพราะก่อตั้งมานาน นโยบาย
ต่าง ๆ ก็สนับสนุนโรงเรียนขนาดใหญ่เหล่านี้ มีผู้สอนเกินกำหนด ห้องหนึ่ง
สอนสองสามคน มีคุณนายของผู้มีตำแหน่งทั้งหลายมาช่วยราชการโรงเรียนนี้
ห้องสมุดหนึ่งห้องกว้างกว่าโรงเรียนบ้านหนองอีโคกทั้งโรงเรียนเสียอีก
ห้องคอมพิวเตอร์ยังกะวัง  นักเรียนแย่งแข่งขันกันเรียน และต้องสอบคัดเลือก
คนที่หัวดีเข้าไปเรียนทั้งหมด ผู้ปกครองสนับสนุนโรงเรียนนี้ปีละ 30 กว่าล้าน
บาท ท่านผู้เกี่ยวข้องกับการศึกษาชื่นชมโรงเรียนมหานครเพราะมีผลสัมฤทธิ์
ที่ดีกว่าเห็น ๆ เพราะเลือกนักเรียนได้ นักเรียนเมื่อแข่งขันก็ตั้งใจจะทำอาชีพ
ไปทางที่หาเงินได้มากที่สุด ได้แก่เป็นหมอ วิศวะ ฯลฯ

ความเป็นชายขอบของอุดมศึกษาโลก และความเป็นชายขอบของโรงเรียน
ทุรกันดารเหล่านี้ถูกกีดกันออกไปเป็นชายขอบก็เพราะเกณฑ์การวัดค่า
แบบทุนนิยมนีแหละ แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือสิทธิในการโวยวายออกมาดัง ๆ
ของอุดมศึกษา ว่าสามารถสร้างเกณฑ์ให้เข้ากับตนเองได้ เช่นมหาวิทยาลัย
สามารถเลือกได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยชนิดใด ไประดับโลก หรือไปท้องถิ่น
ส่วนโรงเรียนบ้านหนองอีโคกแม้จะเสนอความคิดเห็นอย่างไรว่าโรงเรียน
มีความแตกต่างกัน ก็ไม่มีใครฟัง เพราะคนเหล่านี้เป็นแค่ object เสียง
ของเขาค่อยมาก ๆ และไม่มีเกียรติทางการศึกษาใด ๆ ไปที่ไหนเขาก็รังเกียจ
เพราะผลสัมฤทธิ์ตกต่ำ ไม่มีใครอยากให้งบประมาณ พอให้ไปแล้วไม่มีผลงาน
สู้เอาไปให้มหานครวิทยาลัย ซึ่งผู้เกี่ยวข้องได้ประโยชน์มากกว่าและเขา
คิดว่าโรงเรียนหนองอีโคกควรยุบเสียเพราะอยู่ไปก็ไม่ตอบสนองต่อการพัฒนา
ช่างแตกต่างกันได้ใจจริง ๆ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้ตลอดชีวิต



ความเห็น (5)

เขียนเมื่อ 

มันไม่ใช่ปัญหาหรือจุดอ่อนของเกณฑ์การจัดอันดับอะไรหรอกครับ

ปัญหาจริงๆก็คือมุมมองและวิสัยทัศน์ของเรานี่แหละ !

ขณะที่เขาประกวดสุดยอดรถบรรทุกยอดนิยม (Most Popular Truck)

เราก็พยายามหลับหูหลับตา..เอาซาเล้งเข้าประกวด (เพราะว่ามันใช้บรรทุกของเหมือนกัน)

พอไม่ได้รางวัลก็โวยวายว่าเกณฑ์ไม่เป็นธรรม พยายามให้เขาแก้เกณฑ์ให้สอดคล้องกับคุณสมบัติของซาเล้ง

เพื่ออะไรหรือครับ..ชื่อเสียง..หน้าตา..หรือแค่อยากเทียบชั้น ?

ทุกวันนี้ซาเล้งก็ยังทำหน้าที่ขนส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพในบริบทของมัน

ซึ่งบางทีตรงนั้น Super Truck ก็ทำอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำไปครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

ขอบพระคุณ คุณ The outsider

และ ขอบคุณดอกไม้ ของ คุณยาย ครับ

เขียนเมื่อ 

ศ.ดร.ปิยะวัฒน์ บุญหลง กล่าวเตือนสติได้ยอดเยี่ยมมากครับ

ขอบคุณทุกท่านที่มาคอมเมนท์ครับ