คำถาม
เมื่อ Tue, 9 Nov 2010 16:00:15 +0700 คุณศิริมุกดาก็ส่งคำถามผ่าน [email protected] มายัง อ.แหววเพื่อถามคำถามดังนี้
“ขอรบกวนเวลาอาจารย์ซักครู่นะคะ หนูชื่อ ศิริมุกดา พจน์ไตรทิพย์ นะคะอาจารย์ เรียนการจัดการการพัฒนาสังคม อยู่ที่มหาลัยขอนแก่น ตอนนี้กำลังจะทำสารนิพนธ์ค่ะ หนูสนใจประเด็นเกี่ยวกับคนไร้รัฐโดยมีพื้นที่ศึกษาที่จังหวัดเลย แต่มีปัญหา ตรงที่ยังจับประเด็นไม่ได้ค่ะว่าจะไปทิศทางไหนดี อยากขอให้อาจารย์ช่วยแนะนำ ว่าหนูควรมีแนวทางการกำหนดวัตถุประสงค์อย่างไรดีคะ ให้ครอบคลุมกับประเด็นที่จะศึกษา หรือว่าอาจารย์มีแนวทางที่จะแนะนำการทำสารนิพนธุ์เรื่องนี่อย่างไรบ้างคะ ด้วยความเคารพ”
---------
คำตอบ
--------
เรียนคุณศิริมุกดาที่นับถือ
ต้องขอโทษที่ตอบช้า เนื่องจากมีอีเมลล์เข้ามาใน inbox มาก กว่าจะ clear มาถึงเรื่องของคุณ ก็ใช้เวลามากเลยค่ะ หากเป็นเรื่องด่วน ก็อย่าเกรงใจที่จะโทรคุยค่ะ
อ่านอีเมลล์แล้ว ก็เลยไม่แน่ใจว่า อาจตอบช้าไปแล้ว แต่มีเรื่องที่ทางคุณอาจสนใจ จึงขอมีความเห็นดังนี้
แต่คำตอบที่ให้จะเป็นไปในแนวทางเดียวกับที่ตอบคุณวรางคณาซึ่งส่งอีเมลล์ถึง อ.แหวว เมื่อ Tue, 23 Nov 2010 14:44:13 +0700 เพื่อหารือถึงการวิจัยเกี่ยวกับคนไร้รัฐไร้สัญชาติที่อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี
----------------
ในประการแรก
----------------
อ.แหววทราบว่า ในพื้นที่อิสานมีคนไร้รัฐไร้สัญชาติหลายรูปแบบ คนไร้สัญชาติในอิสานเป็นคนเชื้อสายลาวเท่านั้น ซึ่งความเชื่อเช่นนั้นก็ไม่ถูก เพราะมีคนเชื้อสายเวียดนามจำนวนมากที่ตกเป็นคนไร้สัญชาติในอิสาน อาทิ กรณีของนายยุทธนา ผ่ามวันแห่งจังหวัดสกลนคร นอกจากนั้น ยังมีคนเชื้อสายไทยที่ตกหล่นการแจ้งการเกิดอีกจำนวนหนึ่งที่ตกเป็นคนไร้สัญชาติ อาทิ นายอนันต์ หูมแพงแห่งจังหวัดนครพนม
แต่ที่จังหวัดเลย ยังไม่เคยได้เจอคนไร้รัฐไร้สัญชาติตัวเป็นๆ เลยค่ะ
อ.แหววจึงไปดูข้อมูลราษฎรที่ไม่มีสัญชาติไทยที่ได้รับการสำรวจและจัดทำทะเบียนประวัติจนมีชื่อในระบบฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎรของรัฐไทย ณ วันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๒ มีจำนวนถึง ๘๑๕๔ คน จึงยืนยันได้ตามข้อมูลนี้ว่า มีคนไร้รัฐไร้สัญชาติอยู่บ้างในจังหวัดเลยแน่นอน
----------------
ในประการที่สอง
----------------
ข้อมูลของกรมการปกครองที่มีในมือบอกว่า มีคนต่างด้าวที่มีเลขประจำตัว ๑๓ หลักขึ้นต้นด้วยเลข ๓ หรือ ๔ หรือ ๕ หรือ ๘ จำนวนถึง ๑๔๒ คน ซึ่งคนเหล่านี้มีโอกาสที่จะเป็นคนไร้สัญชาติที่มีสถานะบุคคลตามกฎหมายคนเข้าเมืองเป็น “คนต่างด้าวที่มีสิทธิเข้าเมืองและอาศัยอยู่ในลักษณะถาวร เราจะพบว่า บุคคลดังกล่าวถือใบถิ่นที่อยู่ตามกฎหมายคนเข้าเมือง และถือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนคนต่างด้าว อีกทั้งยังมีชื่อในทะเบียนบ้านประเภทคนอยู่ถาวร (ท.ร.๑๔) ตามกฎหมายการทะเบียนราษฎร ซึ่งโดยประสบการณ์ของ อ.แหวว คนต่างด้าวในสถานการณ์นี้มักเป็น “คนไร้สัญชาติ” ที่รัฐไทยยอมรับไว้ในทะเบียนราษฎร ซึ่งตามข้อมูลมีจำนวนถึง ๑๔๒ คน
เท่าที่เคยเห็น คนเหล่านี้มักเป็นคนเชื้อสายจีนหรือเวียดนามหรือชาวเขา แต่ที่จังหวัดเลย จะเป็นคนเชื้อสายอะไรหนอ ?? คุณจะลองวิจัยก็ดีนะคะ
----------------
ในประการที่สาม
----------------
นอกจากนั้น คนต่างด้าวที่อาจไร้สัญชาติอาจได้รับการยอมรับในทะเบียนราษฎรของรัฐไทย ยังมีอีก ๒ พวก กล่าวคือ (๑) คนที่มีเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลักขึ้นต้นด้วยเลข ๖ (๑๒๗๙ คน) หรือ (๒) คนที่มีเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลักขึ้นต้นด้วยเลข ๗ (๖๘ คน)
เท่าที่เคยเห็น คนเหล่านี้มักเป็นคนเชื้อสายจีนหรือเวียดนามหรือชาวเขา แต่ที่จังหวัดเลย จะเป็นคนเชื้อสายอะไรหนอ ?? คุณจะลองวิจัยก็ดีนะคะ
----------------
ในประการที่สี่
----------------
ข้อมูลของกรมการปกครองบอกว่า คนที่มีเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลักขึ้นต้นด้วยเลข ๐๐ หรือที่กรมการปกครองใน พ.ศ.๒๕๔๗ เรียกว่า “คนต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองและอยู่ในระหว่างรอการส่งกลับออกนอกราชอาณาจักรสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกประกาศอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษตามมติคณะรัฐมนตรี” หรือคนทั่วไปในสังคมไทยเรียกว่า “แรงงานต่างด้าว ๓ สัญชาติ” หรือเรียกว่า “คนใน ท.ร.๓๘/๑” ซึ่งข้อมูลระบุว่า มีจำนวน ๖,๐๕๕ คนในจังหวัดเลย
คนเหล่านี้แสดงตนว่า เป็นคนสัญชาติพม่าหรือลาวหรือกัมพูชา แต่ไม่มีเอกสารแสดงตนที่ออกโดยรัฐต้นทาง รัฐไทยจึงได้พยายามที่จะทำ MOU เพื่อผลักดันการพิสูจน์สัญชาติระหว่างคนถือบัตร ๐๐ หรือคนใน ท.ร.๓๘/๑ นี้กับประเทศต้นทาง ในระหว่างที่การพิสูจน์สัญชาติกับประเทศต้นทางไม่แล้วเสร็จ พวกเขาก็คือ คนไร้สัญชาติที่มีสถานะเป็นราษฎรไทยประเภทคนอยู่ชั่วคราว
คนกลุ่มนี้ก็มีคนลงมาทำวิจัยกันมาก
----------------
ในประการที่ห้า
----------------
ข้อมูลของกรมการปกครองบอกว่า คนที่มีเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลักขึ้นต้นด้วยเลข ๐ หรือที่กรมการปกครองเรียกว่า “บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน” กล่าวคือ เป็นบุคคลที่ไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎรของรัฐใดเลยบนโลก โดยข้อ ๖ แห่งปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ค.ศ.๑๙๔๘/พ.ศ.๒๔๙๑ รัฐไทยจึงมีหน้าที่สำรวจและทำทะเบียนประวัติตามกฎหมายการทะเบียนราษฎรไทย กล่าวคือ มาตรา ๓๘ วรรค ๒ แห่ง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.๒๕๓๔ ซึ่งถูกแก้ไขและเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๑ ภายหลังการสำรวจแล้ว คนกลุ่มนี้มีจำนวน ๖๔๑ คนในจังหวัดเลยค่ะ พวกเขาไม่ไร้รัฐแล้วล่ะ พวกเขามีรัฐไทยเป็นเจ้าของตัวบุคคล (Personal State) แต่อาจยังไร้สัญชาติ หากกระบวนการจัดการปัญหาความไร้สัญชาติยังไม่แล้วเสร็จ พวกเขาถูกบันทึกในทะเบียนประวัติที่เรียกว่า “ท.ร.๓๘ ก” ดังนั้น เราจึงเรียกพวกเขาว่า “คนใน ท.ร.๓๘ ก”
คุณศิริมุกดาช่วยไปดูหน่อยก็ดีนะคะ พวกเขาอาจจะเป็นใครสักคนใน ๖ ประเภทดังต่อไปนี้ (๑) ชนกลุ่มน้อยไร้รัฐที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยนานแล้วแต่ยังตกหล่นจากทะเบียนราฎรของรัฐไทย หรือ (๒) คนไร้รัฐในสถาบันการศึกษาไทย หรือ (๓) คนไร้รัฐเพราะไร้รากเหง้าเพื่อกำหนดสิทธิในสัญชาติ หรือ (๔) คนไร้รัฐที่ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมไทย หรือ (๕) คนที่แสดงตนเป็นแรงงานเข้าเมืองผิดกฎหมายจากพม่ากัมพูชาลาวที่ประเทศต้นทางไม่ยอมรับ หรือ (๖) คนไร้รัฐที่ไม่อาจกลับประเทศต้นทางด้วยสาเหตุต่างๆ อาทิ การเสี่ยงภัยความตาย
----------------
ในประการที่หก
----------------
นอกจากจะวิจัยว่า เราพบคนไร้รัฐในประเทศไทยและจัดการอย่างไรในประเทศไทย จนพวกเขามีสถานะเป็น “ราษฎรไทยประเภทคนต่างด้าวไร้สัญชาติ” นักวิจัยในช่วงนี้ยังสนใจศึกษากระบวนการทำงานของหลายองค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับคนไร้รัฐไร้สัญชาติ ที่สำคัญ ก็มี อาทิ (๑) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (๒) คณะทำงานของคุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ (๓) สมัชชาปฏิรูปประเทศไทย เป็นต้น หรือ (๔) คณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ดังนั้น การติดตามเรื่องราวนี้ภายใต้กระทำงานของแต่ละองค์กรที่ว่า จะน่าสนใจเหมือนกันค่ะ
คุณศิริมุกดาไปศึกษาว่า คณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดเลยทำอะไรไปบ้างกับเด็ฏละเยาวชนไร้รัฐไร้สัญชาติซิคะ อ.แหววก็อยากทราบ
----------------
ในประการที่เจ็ด
----------------
อ.แหววแนบเอกสารอันเป็นผลของการวิจัยเกี่ยวกับคนไร้รัฐไร้สัญชาติในอิสานที่พอนึกออกมาให้ศึกษา อาจไม่ครบ แต่อาจช่วยให้เห็นภาพมากขึ้น
http://gotoknow.org/blog/people-management/412082
----------------
ในประการแปด
----------------
มีอะไรให้ช่วยก็บอกมานะคะ หรือนัดมาคุยกันที่ กทม. ก็ได้ค่ะ หรือง่ายที่สุด ก็คุยกันใน FB
----------------
ในประการเก้า
----------------
อ.แหววเปิดวงเสวนาเรื่องคนไร้รัฐไร้สัญชาติในจังหวัดเลยให้คุยใน e-society ด้วยค่ะ
http://www.facebook.com/note.php?created&¬e_id=10150097361658834
ขอบคุณสำหรับข้อมูลมากๆค่ะ
ยินดีค่ะ
ขอโทษด้วยนะคะ คำตอบนี้อาจจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกันนะคะ
แต่ไม่ทราบว่า จขกท. ใช่ลูกสาวโซ้ยเจ็ก ใช่ไหมคะ ส่วนเจ๊ซัง เป็นลูกสาวคนโตซาเจ็ก ถ้ายังไง mail คุยกันได้นะคะ [email protected] ขอบคุณนะคะ