ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา (๒-๓ ธันวาคม พ.ศ๒๕๕๓) ข้าพเจ้าได้เดินทางไปทำหน้าที่วิทยากรกระบวนการ R2R ที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ม.มหิดล และโรงพยาบาลปทุมธานี ซึ่งใช้เวลาต่อเนื่องกัน เพื่อให้การเดินทางเป็นการเดินทางรวดเดียว ประหยัดค่าใช้จ่ายในการมาสนับสนุนการเดินทางของข้าพเจ้า
การเดินทางแบบต่อเนื่องกันแบบนี้ดำเนินการมาหลายครั้ง... พบว่าการทำเช่นนี้ไม่เป็นผลดีต่อร่างกายตนเองเลย แต่ก็อดทนเอา นึกถึงประโยชน์ของประเทศชาติที่เงินหมดไปแล้ว แต่เรายังมีการใช้จ่ายกันอย่างต่อเนื่อง...
ในหลายๆ ครั้งของการเดินทางได้เกิดการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่คล้ายกันคือ คนหน้างานมีความสนใจต่อการทำ R2R ในส่วนของโรงพยาบาลปทุมธานีข้าพเจ้าไปต่อเนื่องรวดเดียวคนเดียวสามครั้ง แต่ในศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก สลับกับวิทยากรอีกท่าน... ในโรงพยาบาลปทุมธานี ทีมคุณอำนวยที่มาอาสาร่วมกันขับเคลื่อน R2R ทำงานเป็นทีมดีมาก ทุกคนต่างมาด้วยจิตสาธารณะ ไม่มีใครบังคับ ทั้งๆ ที่ครั้งนี้มีการประชุมชนกันหลายงาน โดยเฉพาะชนกันกับเรื่อง KPI แต่ปรากฏว่า ห้องประชุม R2R ของเราคนยังมากันอย่างเต็มที่ และงานมีความต่อเนื่องก้าวหน้าจนหน้าชื่นชม ซึ่งต่างกับศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกที่คนหน้างานหายไปเยอะมาก เราได้นั่งพูดคุยสอบถามกันเสมือนการถอดบทเรียนพบว่า...หลายๆคนอยากมาร่วมแต่ไม่ได้รับความเกื้อหนุนให้ได้เข้ามาอย่างเต็มที่ หากจะว่าไปแล้วทีม R2R - Fa ที่ศูนย์การแพทย์ ทำงานค่อนข้างโดดเดี่ยว เรียกภาษาง่ายๆ ก็ว่าผู้บริหารไม่ได้เล็งเห็นความสำคัญทั้งๆ ที่หากจะว่าไปแล้ว R2R ศิริราชซึ่งเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่สังกัดมหิดล แต่ก็โด่งดังในเรื่องนี้ และประธานขับเคลื่อน R2R ดั่งเช่นอาจารย์หมอวิจารณ์ ก็นั่งเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล...
บรรยากาศการเรียนรู้ R2R ที่ศูนย์การแพทย์นี้ ข้าพเจ้าได้เห็นความมุ่งมั่นและความตั้งใจของคนหน้างานที่อยากจะเข้ามาเรียนรู้ R2R ขนาดว่าวิ่งขึ้นวิ่งลงระหว่างลงไปทำงานประจำของตนเอง และก็วิ่งขึ้นมาร่วมเรียนรู้ด้วยกัน...
ไปที่นี่ทีไร ต้องใช้แรงใจอย่างมาก ทุกครั้งที่เสร็จสิ้นกระบวนการเรียนรู้นั้นแทบหมดแรง... แต่เมื่อได้เห็นความก้าวหน้าของนักวิจัย R2R ก็ทำให้อดทน สรุปได้ว่าการเดินทางไปที่นี่ข้าพเจ้าแทบจะหมดพลัง หากมองในทางกลับกันก็คืออีกประสบการณ์ของการเรียนรู้ตลอดเวลาที่ร่วมเรียนรู้ R2R มาสี่ปี ... ที่นี่ทำให้ข้าพเจ้าได้นั่งใคร่ครวญในการปวารณาตัวของตัวเอง ... แต่ไม่นานก็สลัดความคิดทั้งหมดทิ้งไป และเดินหน้าทำกระบวนการเรียนรู้ R2R ต่อ...
มันมีคำถามที่หลายๆ คนได้ถามและบอกเล่าต่อข้าพเจ้าว่า "ทำ...ทำไม" และทุกคนที่ถามต่อข้าพเจ้าก็จะตอบเองว่า "ไม่รู้ว่าทำไมต้องทำ...แต่ก็ต้องทำ" ข้าพเจ้าก็คงจะเช่นเดียวกันกับทุกคนที่มาถามต่อข้าพเจ้าว่าไม่รู้ว่าทำไมต้องมาทำ แต่...เมื่อได้รู้จึงยังคงทำ
มาถึงวันนี้ข้าพเจ้านั่งอยู่ที่บ้านที่เมืองยโสธร ก็ให้รู้สึกเป็นห่วงนักวิจัย R2R ที่ศูนย์การแพทย์ฯ เห็นความตั้งใจของ R2R - Fa แล้วก็อยากจะแบ่งปันใจไปให้ ให้ก้าวผ่านอุปสรรคและยังก้าวเดินไปได้ในเส้นทางการพัฒนางานประจำด้วยการทำวิจัยนี้...ไม่อยากให้ท้อหรือล้มเลิกไป...
แตกต่างกันกับที่โรงพยาบาลปทุมธานีมากที่นี่...บรรยากาศการเรียนรู้ R2R เป็นบรรยากาศที่มีพลัง มีความสุข จากครั้งแรกจนมาถึงครั้งที่สามนี่เห็นการแตกยอดทางความคิดออกมาเป็นรูปธรรมชัดเจนมาก ผู้บริหารที่นี่ก็ค่อนข้างมีทัศนคติที่ดีต่อการทำ R2R และเปิดไฟเขียวสนับสนุนให้ทำ
ทุกครั้งของการเดินทาง...ข้าพเจ้าจะจบการเดินทางที่โรงพยาบาลปทุมธานีเป็นที่สุดท้าย ... และทำให้หายเหนื่อยได้ดีทีเดียว เพราะได้ซึมซับพลังแห่งความสุขจากที่นี่ได้่เสมอ...
๒-๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓
เห็นอาจารย์กระปุ๋มเดินทางแล้ว คงเหนื่อย ว่าจะเชิญมาที่จันทบุรี ก็เลยเกรงใจทุกที เอาไว้อาจารย์หายเหนื่อยแล้วขอเชิญบ้างนะครับ
ต้องรีบเดินทางค่ะ...
เดี๋ยวจะสิ้นดับร่างกายนี้ก่อนค่ะ...
ขอบพระคุณในความห่วงใยค่ะ...แต่เห็นความขับเคลื่อนของ R2R เครือข่ายตะวันออกแล้วชื่นใจและมีความสุขด้วยจังเลยค่ะ
พักชีวิต แล้วค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ ชอบดอกบัวจัง...ระลึกถึงโรงเรียนพ่อแม่ นะคะ