การตัดชำมะนาว การตัดชำโดยใช้ขุยมะพร้าว ใช้ขุยมะพร้าวในการปักชำ การปักชำ

การตัดชำมะนาว(ของฝากจากศูนย์วิจัยและพัฒนาไม้ผลเขตร้อน สถาบันวิจัยและพัฒนา กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน)

สวัสดัครับทุกๆท่าน จากการที่มีเกษตรกรต้องการขยายพันธุ์พืชโดยวิธีการต่างๆเพื่อเพิ่มผลผลิตมีหลายท่านที่ประสบผลสำเร็จ ที่ยังมีปัญหาก็มีอยู่ วันนี้ผมจึงมีทางเลือกหนึ่งในการขยายพันธุ์พืชโดยวิธีการตัดชำหรือปักชำครับ เป็นวิธีที่จะว่าง่ายก็ง่ายจะว่ายากก็ยาก แต่ผมว่าไม่ยากครับถ้าเราทราบหลักการ เมื่อนำไปปฏิบัติโอกาสรอดของกิ่งพันธุ์มีสูงทีเดียว ลองดูกันนะครับ

                                  อุปกรณ์ก็มี

                        

1.กิ่งพันธุ์พืช ในที่นี้ผมใช้กิ่งมะนาวครับเพราะผมปลูกอยู่เลือกเอาที่ใบเขียวเข้มๆเลยอายุ
   กิ่งประมาณ 45 วันขึ้นไปแต่อย่าให้แก่มากนะครับ
2.กรรไกรตัดกิ่งไม้ไม่มีไม่เป็นไรเอาคัตเตอร์แทน
3.คัตเตอร์
4.สเตร็ปโตมัยซินเพื่อป้องกันกิ่งพันธุ์จากโรคแคงเกอร์ไม่มีก็ไม่เป็นไร
5.น้ำยาเร่งรากใช้ NAA ใช้ IBA ก็ได้ตามที่มี
6.ถุงน้ำจิ้มไก่ ขนาดประมาณ 3 คูณ 5 นิ้ว ใส่ขุยมะพร้าวที่แช่น้ำแล้วบีบน้ำออกพอ 
   หมาดๆครับอย่าให้แฉะเพราะจะออกรากยาก เผลอๆกิ่งพันธุ์เน่าซะก่อน
7.เชือกพลาสติกสำหรับมัดถุง

                              เริ่มกันเลย

1.นำกิ่งพันธุ์ยาวประมาณ 6-8 นิ้ว มาเล็มเอาหนามออกให้หมดและเอาใบออกบางส่วนให้เหลือไว้ 4-6 ใบก็พอ

                   

                   

2.ใช้คัตเตอร์ปาดโคนกิ่งเป็นรูปปากฉลามและกรีดให้เกิดรอยแผลในแนวตั้งที่ปลายโคน
   ประมาณ 0.5 ซ.ม.3-4 รอยเว้นช่วงห่างหน่อยนะครับ

                   

4.แช่กิ่งพันธุ์ในน้ำผสมสารสเตร็ปโตมัยซิน สัดส่วนประมาณ 500 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร 
   ประมาณครึ่งชั่วโมงหรือมากกว่าแต่ไม่ควรเกิน 2 ชั่วโมง

                   

5.จุ่มกิ่งพันธุ์ในน้ำผสมน้ำยาเร่งรากซะหน่อย ใช้เทคนิคการจุ่มเร็วของอาจารย์สามารถก็ดี
   ครับ (ผสมตามสัดส่วนข้างกล่อง)

                           

5.นำถุงขุยมะพร้าวมาผ่าครึ่งในแนวตั้งเหมือนกับเราจะนำไปหุ้มกิ่งตอน

                 

6.นำกิ่งพันธุ์มาวางให้โคนกิ่งอยู่กลางๆถุงหน่อย

                

5.มัดด้วยเชือกกะให้อยู่เหนือโคนแผลเล็กน้อย เป็นการยึดกิ่งกับถุงให้แน่นไม่หลวมไปใน
   ตัวด้วย

                 

                                         ตามภาพเลยเลยครับ อันนี้เสร็จและ

                

               

 

6.นำกิ่งพันธุ์ไปใส่ในถุงพลาสติกใส อ้อผมลืมไป ให้เตรียมภาชนะทรงกระบอกขนาดพอดี
   ถุงเพื่อใส่กิ่งพันธุ์ด้วยครับ เป็นการบังคับให้กิ่งอยู่ในแนวตั้งไม่ล้มทับกัน และจะได้รับแสง
   เพื่อสร้างอาหารด้วย

                

                

7.พรมน้ำในถุงให้ชุ่มมัดปากถุงแล้วนำไปแขวนในที่ร่มมีแดดรำไรประมาณ 20-30 วันก็
  เห็นรากขาวๆแล้วครับ แล้วที่ต้องใส่ถุงนี่ก็เพื่อทำให้ความชื้นไม่ระเหยไปในอากาศ กิ่ง
  พันธุ์ก็จะลดการคายน้ำลง โอกาสรอดสูงขึ้น ผมทำแล้วมีรากประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์  
  เลยทีเดียว ที่ต้องแขวนนี่เพื่อไม่ให้ถุงกดทับกิ่งพันธุ์ช้ำตายซะก่อน กิ่งไม้จะใช้อากาศ
  ในถุงหายใจจนเหลือน้อยจนเกือบเป็นสูญญากาศ เลยต้องใช้แรงโน้มถ่วงช่วยครับบาง
  ท่านอาจใช้ไม้ค้ำภายในถุงเลยก็ได้ครับแต่ผมชอบแบบนี้มากกว่า

                

8.เมื่อออกรากแล้วก่อนปลูกก็กรีดตามยาวของก้นถุงแบะออกตามแนวแผลถลกถุงจาก
   ส่วนล่างขึ้นมา ก็ง่ายๆครับแล้วนำลงปลูกเลยเป็นอันเสร็จ

                

                

                

                

                

           รากน้อยไปหน่อยเอามาเป็นแบบคงไม่ว่ากัน จะให้ดีควรรอให้รากออกมากกว่านี้
           หน่อยครับ

                                

เรียบร้อยครับ ผมหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับหลายๆท่านนะครับ ที่ทำแบบนี้มีประโยชน์หลายอย่าง ทั้งประหยัดกิ่งพันธุ์ โอกาสรอดมีสูง การขนส่งก็สะดวกดีด้วย

        ผมต้องขอขอบคุณ
ข้อมูลและคำแนะนำต่างๆจากท่าน อาจารย์ รศ.ดร. รวี เสรฐภักดี อาจารย์ สามารถ เศรษฐวิทยา และคณาจารย์แห่งศูนย์วิจัยและพัฒนาไม้ผลเขตร้อน สถาบันวิจัยและพัฒนากำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ทุกๆท่านเป็นอย่างมากครับ