ความโกรธบวกความเจ็บไม่รออะไรอีกแล้ว แบนอยู่ตรงนั้นนั่นเอง

ตอนที่ 57 

              

           "อโหสิกรรมด้วยจำเป็นต้องฆ่า"

       วันที่ 29 พ.ย. 2553 หลังจากเลิกงานแล้ว มีประชุมของสมาคมฯ ต่อ เมื่อประชุมเสร็จ ก็กลับบ้าน ถึงบ้านประมาณ 22.30 น. เมื่อถึงบ้านก็อาบน้ำอาบท่า เสร็จเสร็จแล้วเตรียมที่จะเข้านอนได้ยินเสียงหมาเห่า ไม่ยอมหยุด ก็เลยลงมาดูว่าหมาเห่าอะไร  ลูกชายที่อยู่ข้างล่างยังไม่นอนบอกว่ามีตะขาบเข้ามาในบ้าน  โดยปกติแล้วก็จะใช้ขวดพลาสติกขาดใหญ่ (ขวดโค๊กขนาด 1.5 ลิตร) ดักหน้าให้เค้าไปแล้วจะนำไปปล่อยลงนอกรั้วข้างคลอง ให้เค้าอยู่ของเค้า แต่ตัวนี้ใหญ่มาก ขนาดใหญ่กว่าขวดเมื่อมีขากางออกมาใหญ่กว่าปากขวดจึงเข้าขวดไม่ได้  ถามลูกชายว่าทำไงดีล่ะ ถ้าเอาขวดกดไว้ให้นิ่งแล้วจับใส่ขวดก็กลัวจะตายเสียก่อน  หรืออีกวิธีก็คือเอาขวดทุกให้ตายไปเลย  ลูกชายบอกบาปกรรม  ผมก็เลยเข้าไปเอาถุงพลาสติกในบ้านมาสวมใส่มือแล้วก็จับ ปากก็พูดว่าที่นี้ไม่ใช่ที่อยู่ของเองน่ะ ไปอยู่ข้างนอก แล้วก็ลงมือจับทันที

           ผลก็คือโดนตะขาบกัดผ่านทะลุถุงที่นิ้วชี้  เมื่อโดนกัดเท่านั้นความโกรธบวกความเจ็บไม่รออะไรอีกแล้ว แบนอยู่ตรงนั้นนั่นเอง โดยเท้าของข้าพเจ้าเอง  เมื่อโดนกัดและจัดการกับตะขาบตัวใหญ่เบ่งตัวนั้นเรียบร้อย ก็อโหสิกรรมที่จำเป็นต้องฆ่า 

           การรักษาในเบื้องต้น ผมใช้แอลกอฮอล์ล้างที่แผล ไม่ถึง 5 นาที ความปวด และบวมเริ่มที่จะมากขึ้น ตอนแรกคิดว่าตะขาบจะมีเหล็กในก็เอากุญแจสมัยเก่าที่มีรูอยู่ตรงกลางมากดเพื่อที่จะให้เหล็กไนออก ก็มีแต่น้ำเหลืองๆ ออกมานิดหน่อย   จึงบอกให้ลูกชายเอารถออกไปส่งโรงพยาบาลบางกรวย ระหว่างทางใช้น้ำแข็งประคบไปตลอดทางให้ชาจะได้ปวดไม่มาก แต่เหมือนกับว่ายิ่งปวดหนักไปใหญ่ ทั้งปวดทั้งชา  เมื่อถึงโรงพยาบาลความปวดทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ  หมอฉัดยาชาหลังมือ 3 เข็ม ที่นิ้วมือ อีก 2 เข็ม เพื่อให้ชาคลายความปวด  แต่ความปวดไม่ได้ทุเลาลงเลย ก่อนไปทานยาแก้วปวดดักไป 2 เม็ด  ไปถึงโรงพยาบาลหมอให้ทานอีก 2 เม็ด  เอาไม่อยู่ครับ หมอต้องฉีดยาที่สะโพกให้อีกเข็ม  คืนนั้นทั้งคืนต้องอยู่ ร.พ. ทั้งคืน นอนไม่ได้เจ็บปวดที่สุด  ในชีวิตไม่เคยจะมีอะไรทำให้เจ็บปวดได้ขนาดนี้ ป่วยหรือผ่าตัดที่ผ่านๆ มาไม่เท่าครั้งนี้ มันเจ็บปวดมากๆ ทรมานที่สุด ตั้งแต่ สี่ทุ่มครึ่งถึง เช้ายังไม่หายปวดต้องฉีดยาแก้ปวดอย่างแรงเพิ่มให้อีกหนึ่งเข็ม พร้อมกับฉีดยากันปาดทะยักอีกหนึ่งเข็ม 

            หลังจากเที่ยงหมอให้ยาแก้ปวดอีก 2 เม็ด บ่าย 2 โมงอาการเริ่มทุเลาแต่ก็ยังปวดอยู่แต่ปวดพอทนได้  จึงบอกหมอว่าถ้าปวดอย่างนี้และต้องให้นอน ร.พ. ต่อ ประกอบกับตอนเย็นมีนัดที่จะต้องเซ็นต์สัญญา  จึงขออนุญาตหมอกลับบ้าน  หมออนุญาตให้กลับ  และให้ยาไปทานหลายถึง มียาแก้อักเสบ ยาแก้บวม ยาแก้ปวด และยาแก้ไข้ 

               รูปภาพมือที่โดนตะขาบกัด ถ่ายเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2553 

              

            เมื่อออกจากโรงพยาบาลก็ตรงไปที่หมู่บ้านชัยวิวัฒน์ 4 หน้าโรงพยาบาลโรคทรวงอกเพื่อมาเซ็นต์สัญญาในการเช่าบ้าน  พอดีไปถึงก่อนคู่สัญญาจึงเข้าไปคุยกับเพื่อนบ้านเก่าที่รู้จักกันและเล่าเรื่องตะขาบให้ฟัง  และให้ดูมือที่โดนตะขาบกัด  เพื่อนบ้านบอกไม่ต้องทานยาที่หมอให้มา ให้ทานยานี้รับรองหายปวดแน่นอน(ซึ่งขณะนั้นก็ยังปวดอยู่) ยาที่ให้ผมทานเป็นยาโบราณ เพื่อนบ้านให้ผมทานทันที 3 เม็ด และฝนเอามาทาตรงที่กัดอีกหนึ่งเม็ด  ชื่อยาหน้าซองเขียนว่ายาแก้สรรพพิษหมอสี   ตามรูปข้างล่างนี้ครับ

                    

              แทบไม่น่าเชื่อ หลังจากที่ทานยาไป ประมาณ สองชั่วโมงอาการปวดลดลงมากแถบจะไม่ปวดแต่ยังมีปวดนิดหน่อย  ก่อนนอนผมทานอีก 3 เม็ด เช้ามาสบายเลยครับไม่มีความเจ็บค้างอยู่เลย เพื่อนบ้านที่ให้ยามาพอดีเค้าเป็นคนจังหวัดแพร่ บอกว่าที่บ้านเคยมีแมลงมีพิษกัด หรือต่อยกินยานี้ไปหาย ไม่ต้องไปโรงพยาบาล  ยานี้มีติดบ้านไว้ดีครับ เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านแบบยาแผนโบราณ ไม่ใช่ว่าแก้ได้แค่ พิษสัตว์เท่านั้น ยังสามารถแก้โรคอื่นได้อีกด้วย เช่นปวดท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อ  หน้ามืดตามัว  และยังแก้อาหารแสล้งอีกด้วย  ผมไม่รู้เหมือนกันว่ากรุงเทพฯ มีขายหรือเปล่า  แต่ที่มีแน่นอนที่จังหวัดแพร่ครับ

              รู้ไว้ใช่ว่าครับ ถ้ารู้ว่ามียาดีอย่างนี้คงไม่ต้องนอนเจ็บปวดตลอดคืน บอกตรงๆ ว่าเกิดมาไม่เคยเจ็บปวดเท่ากับครั้งนี้เลย เกิดจากความสะเพร่า และความประมาทของเราเองแท้ๆ ใจเราคิดเอาเองว่าเค้าคงไม่ทำเราเพราะเราจะช่วยเค้า เพราะเราเคยช่วยพรรคพวกเค้ามาแล้ว อโหสิละกัน...