จะไปนั่งฟังผลการตรวจของหมอด้วยกันเดี๋ยวนี้เลย
ยังเช้าอยู่เลย สำหรับเช้าวันนี้ ยังไม่ได้อาบน้ำแต่งตัวไปทำงานด้วย ผู้เขียนได้ยินเสียงโทรศัพท์ ที่เป็นของ อสม.คนหนึ่ง ที่ทำงานร่วมกันมาตลอด นึกแปลกใจว่า พี่เขาจะแจ้งปรึกษา ให้เราไปช่วยใครอีกละมัง เหมือนที่เคยทำกันมา
ผู้เขียนคาดผิด เรื่องกลายเป็นว่า พี่เขากำลังจะมาตรวจโรคที่โรงพยาบาลใกล้บ้านผู้เขียนเสียเอง เนื่องจากคลำพบก้อนเท่าหัวนิ้วมือ บริเวณรักแร้ พี่เขาโทรมาบอกว่าขอปรึกษาว่าจะไปตรวจที่ไหนดี แต่วันนี้ มาที่โรงพยาบาลที่รักษากันประจำอยู่แล้ว ผู้เขียนก็สนับสนุนไปว่า วันนี้ มาถึงที่นี่ ก็ต้องตรวจไปก่อน จากนั้นพี่เขาก็รำพึงว่า สามีเสียชีวิตไปได้ปีเศษ ต่อมาลูกชายก็ยังเส้นเลือดในสมองแตก เพิ่งจะเดินได้ แล้วนี่ตัวเอง ก็จะมาเจ็บป่วยอีก ผู้เขียน ฟังไป ก็ได้ให้คำปรึกษาเต็มรูปแบบ ที่ร่ำเรียนมาแล้ว ทั้งเห็นอกเห็นใจ ปลอบโยน ให้กำลังใจ แต่พี่เขากลับมีข้อปัญหาไปเรื่อยๆ การสนทนาของเราก็เนิ่นนานออกไป และดูเหมือนไม่อยากจะวางโทรศัพท์เลย
ในชั่วขณะหนึ่ง บังเกิดความคิดขึ้นมาว่า หรือพี่เขากำลังว้าเหว่ อ้างว้าง และรู้สึกโดดเดี่ยวเต็มที่ อาจต้องการเพื่อนสักคนได้พูดคุยด้วย จึงโทรมาหาผู้เขียน ด้วยความคุ้นเคย ระหว่างรอพบแพทย์ ยิ่งพูดคุยแต่มันก็ไม่ได้ทำให้เสียงเศร้าสร้อยของพี่เขาดีขึ้นเลย
ท้ายสุดพี่เขาว่า คงรอให้หมอตัดสิน จะเป็นอะไรอีกก็ยังไม่รู้ เป็นอะไรก็เป็น จะได้เตรียมตัว ห่วงแต่ทางบ้านและงานที่ค้างเท่านั้น แล้วก็กล่าวว่า เกรงใจคุณหมอจัง ทำท่าเหมือนจะสรุปจบ แต่ก็ไม่จบเสียที ดูอ้ยอิ่งหาเรื่องสนทนาไปอีก
ผู้เขียนเข้าใจแล้ว ว่าพี่เขาคงต้องการใครสักคน ที่มากกว่าการพูดคุยเท่านั้น ดังนั้นผู้เขียนจึง บอกพี่เขาไป ด้วยเสียงที่มั่นเหมาะว่า "รอหมอสักครู่นะ ขอแต่งตัวก่อน จะไปนั่งฟังผลการตรวจของหมอด้วยกันเดี๋ยวนี้เลย"
เท่านั้นเอง พี่เขามีน้ำเสียงดีใจ และถามซ้ำว่า หมอจะมาจริงๆหรือ แล้วก็ขอบคุณซ้ำไปซ้ำมา จากนั้นรีบวางโทรศัพท์ เหมือนคนได้สิ่งที่ต้องใจแล้ว
ครึ่งวันผ่านไป ผู้เขียนอยู่เป็นเพื่อนพี่เขา นั่งคุยเรื่องราวต่างๆให้สบายใจ เดินไปเอาฟิล์ม เอกซเรย์ด้วยกัน เข้าไปในห้อง ฟังหมอวินิจฉัย และสรุปได้ว่า ก้อนนั้น น่าจะเป็นถุงไขมัน หรือก้อนเนื้อ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเต้านม ถ้าจะเอาออก ก็จะผ่าตัดให้ แต่ถ้ามันไม่รบกวนส่วนต่างๆ ก็ไม่ต้องผ่าก็ได้
ที่มาแต่เช้า พี่เขาคงตั้งใจมารับฟังข่าวร้าย ว่าอาจเป็นก้อนมะเร็งเต้านม แต่เมื่อผลออกมาดังนี้ ก็ดูจะโล่งใจ ยังไม่ทันจะรับยาเสร็จ พี่เขาก็บอกว่า หมอไปทำงานเถอะ ไม่มีอะไรแล้ว ดูพี่เขาเข้มแข็งเหมือนเคย และเราทั้งสอง ต่างก็เดินทางเข้าสู่เขาคันทรง

บางครั้ง บางเวลาที่อ่อนแอ.....
.......เขาก็คงอยากจะมีใครสักคน
และ
..คนคนนั้น...
อาจเป็นเราก็ได้นะคะ
พี่รุ่งคะ มองเห็นภาพเวลาผู้ป่วยไปรพ. ยิ่งไปคนเดียวแบบดูเศร้าสร้อย หงอยเหงา ยิ่งอยู่ในช่วงลุ้นๆ รอผล ยิ่งไปกันใหญ่นะคะ แม้อาจอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย หรือมีเสียงดนตรีขับกล่อม ก็ยังไม่คลาย กำลังใจจากเพื่อนและคนที่รัก เท่านั้นเยียวยา ขอบคุณค่ะพี่ :)
บางครั้ง บางเวลาที่อ่อนแอ.....
.......เขาก็คงอยากจะมีใครสักคน
และ
..คนคนนั้น...
อาจเป็นเราก็ได้นะคะ
....เป็นเรื่องที่น่ายินดี อย่างน้อยเราก็มีค่าในสายตาผู้คน
แม้เพียงหนึ่งคนก็ตาม
หากเรามีค่าสำหรับใครสักคน ชีวิตตนนั้นย่อมมีสุขครับ
สวัสดีค่ะคุณpoo
ถูกต้องเลยค่ะ
ในยามคับขัน มันโดดเดี่ยวจริงๆ
คุณพี่เขาคงรู้สึกอย่างนั้น
พอบอกจะไปนั่งเป็นเพื่อนฟังผลด้วยกัน
ดูน้ำเสียงเขามีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
ขอบคุณที่คุณpoo เข้าใจผู้คนได้ลึกซึ้งนักนะคะ
สวัสดีค่ะคุณ ครูเอ
ผลลัพธ์แรกเลยก็คือ
เรานั่นแหละรู้สึกมีคุณค่าขึ้นมาทันที
การให้ก่อน ย่อมได้รับความชื่นใจก่อนเสมอค่ะ
แปลกนะคะ เวลาอ่อนแอ ต้องการเพียงเพื่อนจริงๆ
มาร่วมรับรู้สักหน่อยเท่านั้นเอง
ขอบคุณมากค่ะ สบายดีนะคะ คิดถึงเสมอ
กราบสวัสดีค่ะอาจารย์หมอJJ
หนูเข้าใจและาบซึ้งดั่งที่อาจารย์หมอว่าแล้วค่ะ
วันนั้นทั้งวัน หนูเองก็มีความสุข อมยิ้มทั้งวัน
ดีใจที่พี่เขาไม่มีอะไรด้วยค่ะ
คุณค่าของเพื่อน เป็นเช่นนี้เองค่ะ
สวัสดีค่ะคนนอนดึกน้องครูแป๋ม
ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ
กำลังใจ ยิ่งให้ก็ยิ่งได้
พี่เคยพูดคุยกับคนๆหนึ่ง
เข้าใจว่าเขาคงมีอุดมการณ์ในการทำงาน
เพราะมาออกหน่วยเคลื่อนที่
แต่พูดไป ชื่นชมไป
กลับปรากฏว่า เขามาแทนคนอื่น
แล้วก็พูดกับพี่ว่า
"อุดมการณ์กินไม่ได้หรอกพี่
มีอุดมการณ์อยู่คนเดียว ก็ทำอะไรไม่สำเร็จหรอก"
นั่น ฟังแล้วสงสารเขาจังเลย
การทำงานที่ไม่มีอุดมการณ์
มักทำให้คนๆนั้นไม่เคารพวิชาชีพด้วย
ขอให้กำลังใจ ครูอุดมการณ์คนเก่งนะคะ
พี่รุ่งอยู่ตรงนี้
ยืนปรบมือให้เสมอค่ะ