หนังสือพิมพ์ไทมส์แห่งอินเดีย (Times of India) ฉบับวันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ. 2010 ได้ลงข่าวว่าสภาการรับเข้าศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ (Graduate Management Admission Council - GMAC) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในสหรัฐอเมริกาที่รับผิดชอบการจัดสอบเข้าศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ (Graduate Management Admission Test - GMAT) และได้รับการยอมรับจากสถานศึกษาชั้นนำทั่วโลก ได้ทำการสำรวจประเทศที่มีผู้นิยมเดินทางไปศึกษาต่อด้านการจัดการและบริหารธุรกิจมากที่สุดในโลก ปรากฏว่าอันดับ 1 ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อันดับ 2 สหราชอาณาจักรและอันดับ 3 แคนาดา ซึ่งทั้ง 3 อันดับนี้ ไม่แปลกใจเท่าใดนักเพราะเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่ทุกคนใฝ่ฝันอยากไปเรียนต่อกันทั้งนั้น แต่ที่น่าประหลาดใจ ก็คืออันดับที่ 4 ซึ่งได้แก่ อินเดีย ซึ่งก็หมายความว่าอินเดียเป็นประเทศที่มีคนอยากไปเรียนด้านการบริหารและจัดการธุรกิจมากเป็นอันดับ 4 ของโลก
ก่อนหน้านี้ เมื่อต้นปี ก็มีข่าวที่ทำให้วงการการศึกษาด้านบริหารและจัดการธุรกิจอินเดียได้ดีใจเพราะโรงเรียนธุรกิจอินเดียที่เมืองไฮเดอราบาด (Indian School of Business, Hyderabad) ได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับที่ 12 จาก 100 อันดับของโลกโดยหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ กรุงลอนดอน (Financial Times - London) ซึ่งนับว่าดียอดเยี่ยมมาก สำหรับประเทศในเอเชีย
โรงเรียน ISB เป็นโรงเรียนนานาชาติ มีหลักสูตรบัณฑิตวิทยาลัยและปริญญาเอกและหลักสูตรสำหรับผู้บริหารธุรกิจ ก่อตั้งในปี 1995 โดยกลุ่มนักธุรกิจชั้นนำ 500 แห่งร่วมกับรัฐ Andhra Pradesh โดยมีนาย Rajat Gupta อดีต Managing Director of McKinsey & Company Worldwide และนาย Nara Chandrababu Naidu มุขมนตรี Chief Minister ของรัฐ Andhra Pradesh เป็นผู้มีบทบาทสำคัญ มาตรฐานของ ISB เด่นชัดมากเมื่อเป็น partners กับโรงเรียนบริหารธุรกิจดังๆ ของโลกได้แก่
Wharton School of Business Kellogg School of Management London Business School และ MIT Sloan School of Management
หลักสูตรเข้มข้น 1 ปีของ ISB ได้รับการยอมรับว่ามีมาตรฐานสูง และเป็นหนึ่งใน the Global Business School Network
ความนิยมในการเดินทางไปศึกษาต่อด้านการจัดการและบริหารธุรกิจในอินเดียมีองค์ประกอบหลายประการ จากการที่เคยเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ จึงได้รับการวางรากฐานระบบการศึกษาในแบบอังกฤษ ความมุ่งมั่นในการพัฒนาการศึกษาของรัฐบาลอินเดียตั้งแต่ได้รับเอกราชก็มีส่วนสำคัญ รวมทั้งการที่สถาบันการศึกษาด้านการจัดการของอินเดียพัฒนาตนเองอย่างชาญฉลาด อาทิ สถาบันการจัดการแห่งอินเดีย (Indian Institutes of Management - IIMs) ชื่อมีเสียงอันเก่าแก่ และมีระบบรับคะแนนสอบ GMAT ในการสมัครเข้าศึกษาต่อหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตสำหรับนักบริหาร (executive MBA programmes) นอกจากนี้ ปัจจัยที่น่าจะสำคัญก็คือค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพในอินเดียที่ถูกกว่าในประเทศตะวันตกมากมีส่วนช่วยดึงดูดให้นักศึกษาต่างชาตินิยมเดินทางไปศึกษาต่อในอินเดียมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะนักศึกษาด้านการจัดการและบริหารธุรกิจซึ่งมองว่าการศึกษาต่อในอินเดียเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
ในส่วนของนักศึกษาอินเดียที่ไปเรียนในต่างประเทศ แม้ว่าสหรัฐอเมริกาจะเป็นประเทศในฝันของนักศึกษาอินเดียที่ปรารถนาจะไปเรียนกันมาช้านาน แต่ในปัจจุบันมิได้มีเพียงสหรัฐอเมริกาเท่านั้นแต่ขยายไปยังประเทศแคนาดาด้วย ในปี 2010 คนอินเดียเป็นนักศึกษาต่างชาติที่ไปเรียนสาขาบริหารจัดการ MBA มากที่สุดในแคนาดา คิดเป็นร้อยละ 78 ของนักศึกษาภาคปรกติทีเดียว ในขณะที่ ในประชาคมยุโรปเช่นกันมีการปรับจัดหลักสูตรต่างๆ ถึงร้อยละ 44 เพื่อที่จะให้นักศึกษาต่างชาติไปเรียนได้
จึงกล่าวได้ว่าอินเดียในปัจจุบันมิได้เป็นประเทศที่ล้าหลังหรือมีแต่คนยากจนเท่านั้น..อีกต่อไป แต่เป็นประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วด้วยศักยภาพในด้านต่างๆ ที่สำคัญคือคนชั้นกลางรุ่นใหม่ที่มีมากถึง 400 ล้านคน บวกกับคนอินเดียที่ไปตั้งรกรากในต่างประเทศอีก 25 ล้านคน ทำให้แม้แต่ประธานาธบิดีโอบามาแห่งสหรัฐฯ ต้องกล่าวชื่นชมอินเดียด้วยความจริงใจว่าอินเดียเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนที่สำคัญของสหรัฐฯและของโลกในทศวรรตที่ 21
นักศึกษาไทยที่มุ่งมั่นจะไปเรียนต่อบริหารและจัดการธุรกิจในสหรัฐอเมริกา หรือยุโรป ที่แพงแสนแพง ควรเริ่มมองอินเดียเป็นอีกทางเลือกหนึ่งได้แล้ว
สวัสดีค่ะท่านเอกฯ
อินเดีย มีเรื่องเหลือเชื่อ หลายสิ่งอย่างนะคะ สมชื่อ Incredible India! จริงๆ
เพิ่งทราบว่าด้านบริหารก็เจ๋งนะคะ นายฮีโร่ปูจบ IIT,Roorkee ยังเก่งมากๆ ค่ะ
นับเป็นก้าวเริ่มของการศึกษาศตวรรษใหม่ ๒๑ นี้เลยทีเดียวนะคะ ขอบคุณค่ะ
คุณ poo ครับ
ผมยังคงเจอกับสิ่งเหลือเชื่อตลอดเวลาที่อยู่ที่อินเดีย ถ้าไม่มีอคตินัก ก็เป็นเรื่องที่ได้ความรู้ดีครับ
เลยนำเอาลิงค์โรงเรียน ISB มาฝากครับ http://www.isb.edu/isb/index.shtml เผื่อใครจะลองไปเรียนต่อ
แวะมาเยี่ยมชมครับ
อินเดียเป็นประเทศที่รวบรวม สหวิทยาการไว้เยอะจริง ครับ
นับถือ ๆ
สาเหตุที่อินเดียสามารถครองอันดับต้น ๆ ทางด้านการศึกษาและไอทีได้
ก็เพราะว่า การสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษในการแสวงหาความรู้ได้
สิ่งใดใหม่ ๆ ก็สามารถเรียนรู้จากหนังสือ หรือทางอินเตอร์เนต ทำให้
สามารถแข่งขันกันได้
คุณต้นกล้า
ประธานาธิบดีโอบามามาเยือนอินเดียเมื่อต้นเดือน พย. ที่ผ่านมา และได้กล่าวคำปราศัยที่รัฐสภาอินเดีย แม้จะเป็นการพูดในนามนักการเมืองนักบริหาร แต่สิ่งที่พูดถึงอินเดียในด้านดี ก็มาจากข้อเท็จจริงที่น่ารับฟังครับ
นาย วัฒนา คุณประดิษฐ์ ครับ
คนอินเดียมีความมุ่งมั่นสูงด้วยครับ
คนอินเดียมีพัฒนาการด้านการปลูกอ้อย ด้วยครับ
ติดตามต่อได้ใน..
http://gotoknow.org/blog/supersup300/404326
คุณต้นกล้า ครับ
ขอบคุณครับ ความรู้ไม่มีพรมแดนครับ
สวัสดีค่ะท่าน
จากการได้เยือนอินเดียมาหมาดๆ หนูนับถืออินเดียจริงๆ ค่ะ เค้าเป็นประเทศที่มีวิทยาศาตร์บริสุทธิ์อยู่เยอะค่ะ เค้าคิดค้นประดิษฐ์ อะไรต่อมิอะไรเยอะแยะไปหมด แต่เค้ายังขาดการประยุกต์หรือนวัตกรรมอยู่ค่ะ ถ้าเค้ามีสิ่งนี้เยอะๆ ประเทศนี้จะน่ากลัวมากในอนาคต
หนู Koy
นับว่าหนูไปอินเดียไม่สูญเปล่า แต่ได้"ความรู้"กลับมา
สิ่งที่อินเดียมีคือ"คน" คนชั้นกลางรุ่นใหม่ 3-400 ล้านคน ที่จะมาพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาความรู้ต่างๆ รวมทั้งนวตกรรมใหม่ๆ ที่หนูมองเห็นด้วย
ถ้าเรามองการแข่งขันเป็นการพัฒนา ก็ไม่น่ามองอินเดียน่ากลัว เพราะเราก็สามารถแข่งขันกับอินเดียได้ ถ้ามุ่งมั่นจริง