ชื่อเรื่องวิจัย
การพัฒนาแบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวประกอบจังหวะกายบริหารแม่ไม้มวยไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
ชื่อผู้วิจัย
นายประมวล อุ่นคำ ตำแหน่ง ครูชำนาญการ
หน่วยงาน
โรงเรียนบ้านระกา (สำนักงานสลากกินแบ่งสงเคราะห์74) อำเภอเมืองสุรินทร์สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1
ปีที่วิจัย 2552
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวประกอบจังหวะกายบริหารแม่ไม้มวยไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องการเคลื่อนไหว กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านระกา (สำนักงานสลากกินแบ่งสงเคราะห์ 74) ก่อนและหลังการใช้แบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวประกอบจังหวะกายบริหารแม่ไม้มวยไทย 3) เพื่อพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวประกอบจังหวะกายบริหารแม่ไม้มวยไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ต่อการเรียนหน่วยที่ 1 เรื่อง การเคลื่อนไหว กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โดยใช้แบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวประกอบจังหวะกายบริหารแม่ไม้มวยไทยหลังการจัดการเรียนรู้
กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านระกา(สำนักงานสลากกินแบ่งสงเคราะห์ 74) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์เขต 1 ปีการศึกษา 2551 จำนวน 12 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ประกอบด้วย แบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวประกอบจังหวะกายบริหารแม่ไม้มวยไทย จำนวน 10 ชุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อที่มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.74 และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนซึ่งผ่านการทดสอบหาค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่น ซึ่งได้ค่าความเชื่อมั่น 0.87 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าเฉลี่ย การเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนใช้การทดสอบค่าที (t – test)
ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
1. แบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวประกอบจังหวะกายบริหารแม่ไม้มวยไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5โรงเรียนบ้านระกา (สำนักงานสลากกินแบ่งสงเคราะห์74) อำเภอเมืองสุรินทร์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์เขต 1 ปีการศึกษา 2551 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.67/82.92 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ 80/80 แสดงว่าแบบฝึกทักษะมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์
2. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการใช้แบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวประกอบจังหวะกายบริหารแม่ไม้มวยไทย พบว่า คะแนนทดสอบก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ย 7.92 คิดเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ 39.58 และคะแนนทดสอบหลังเรียนมีค่าเฉลี่ย 16.58 คิดเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ 82.92 ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 แสดงว่าแบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวประกอบจังหวะกายบริหารแม่ไม้มวยไทยทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น
3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านระกา (สำนักงานสลากกินแบ่งสงเคราะห์ 74) อำเภอเมืองสุรินทร์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 มีทักษะการเคลื่อนไหวประกอบจังหวะกายบริหารแม่ไม้มวยไทย อยู่ในระดับ ดี
4. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านระกา (สำนักงานสลากกินแบ่งสงเคราะห์74) อำเภอเมืองสุรินทร์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุรินทร์ เขต 1 มีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการเคลื่อนไหวประกอบจังหวะกายบริหารแม่ไม้มวยไทยอยู่ในระดับมาก คือมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.29