กล่อมนารี
ไปพูดเรื่องเพลงเขมรไทรโยคกับนักดนตรีชายที่โรงเรียนวัดธัมมาราม บอกเขาว่าแค่ประโยคแรก
บรรยายความตามไท้ เสด็จยาตร ยังไทรโยคประพาสพนาสณฑ์ น้องเอย...เจ้าไม่เคยเห็น
ใช้เวลาเกือบสองนาทีแล้ว เขาไปจับเวลาดู ก็เห็นเป็นจริง มาบอกว่าบอกจับเวลาดูแล้ว ก็ต้องยิ้มหัวเราะขำ จริงอย่างที่ลุงบอก ขอบคุณลุงมากๆ เพลงเพราะจริงๆ
ผมมาคิดดูว่าเราได้รู้อะไรกับเพลงไทยเดิมบ้าง เสียงเพลงก็ปรากฏขึ้นในความคิด
สายสมรนอนเถิดพี่จะกล่อม เจ้างามจริงพริ้งพร้อมดังเลขา
เพลงเต็มๆ เขาว่าอย่างนี้ครับ
เพลงกล่อมนารีเถา แต่งโดย อาจารย์ มนตรี ตราโมท
พระแย้มยิ้มพริ้มเพราเย้าหยอก
สัพยอกยียวนสรวลสม
พักตร์เจ้าเศร้าสลดอดบรรทม
พี่จะกล่อมเอวกลมให้นิทรา
สายสมรนอนเถิดพี่จะกล่อม
เจ้างามจริงพริ้งพร้อมดังเลขา
นวลละอองผ่องพักตร์โสภา
ดังจันทราทรงกลดหมดมลทิน
งามเนตรดังเนตรมฤคมาศ
งามชนงวงวาดดังคันศิลป์
อรชรอ้อนแอ้นดังกินริน
หวังถวิลไม่เว้นวายเอย
เพลงนี้เคยร้องมาตั้งแต่เป็นเด็กมัธยมที่โรงเรียนวัดราชาธิวาส โดยคุณครูประชิต คำอุไร เป็นครูดนตรีไทย เป็นคนสอนให้ร้องในชั้นเรียน ชอบกันทุกคน ที่ชอบไม่ใช้เพราะว่าจะไปร้องกล่อมแฟน เพราะตอนนั้นอยู่แค่อยู่ชั้นมอหนึ่ง และโรงเรียนที่เรียนก็เป็นโรงเรียนชายล้วน ไม่มีนักเรียนหญิงให้เห็นสักคน ที่ชอบก็เพราะว่า คุณแม่ของเพื่อนคนหนึ่งชื่อว่า สมรวดี ได้เป็นโอกาสดีที่จะล้อชื่อแม่เพื่อนพร้อมกันทั้งชั้นโดยที่เพื่อนไม่สามารถโกรธตอบได้ ผมรู้จักคุณแม่เพื่อนคนนี้ดี ท่านเป็นอาจารย์สอนในคณะวิทยาศาสตร์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วย้ายไปเป็น รองศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ท่านจบปริญญาโทจากอังกฤษ เคยไปนอนที่บ้านท่านอยู่ครั้งหนึ่งที่บางนา กางเตนส์นอนกันแบบลูกเสืออยู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ก็ดูมีความสุขดีแบบเด็กๆ เพื่อนคนนี้ตอนนี้ต้องเรียกท่านแล้ว เพราะตอนนี้เป็นนายพล เป็นเจ้ากรมอยู่ที่กองทัพเรือ
ผมเคยไปพูดกับคุณครูประชิตว่า คงร้องเพลงไทยไม่ได้หรอก ท่านให้กำลังใจ บอกว่าร้องๆไปเดียวก็เป็นเอง มันก็จริงของท่่าน อีกสี่สิบปีผ่านมา ผมเอาเพลงสุนทราภรณ์ หนึ่งน้อยปอยผม ของครูเอื้อ มาร้องดู ตอนนี้ ลูกสาวบอกว่า พ่อร้องได้เพราะดี อาจจะเป็นเพราะว่าเธอฟังเพลงไทยไม่รู้เรื่อง ฟังแล้วออกมาเป็นภาษาไทยเป็นใช้ได้ ชมได้ดีมากลูกพ่อ
ตอนเย็นๆ พอโรงเรียนเลิกแล้ว พวกเราไม่อยากจะกลับบ้าน ไม่รู้ว่าใครคิดการละเล่นอย่างหนึ่งขึ้นมาซึ่งทุกคนจำถึงความสนุกจนจะตายจากกัน ตึกเรียนที่พวกเราเรียนอยู่ชื่อตึกไชยันต์ เป็นตึกเก่ามากทำด้วยอิฐโปกปูนหนาเป็นฟุตทาสีแดง คล้ายพระราชวังเก่า ตึกนี้สร้างโดย กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย (พระองค์เจ้าไชยันตมงคล) ต้นราชสกุลไชยันต์ ท่านสร้างเสร็จแล้วยกให้เป็นโรงเรียน เป็นตึกสองชั้น ตรงกลางชั้นล่างเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธปางไสยาสน์ทองคำที่สวยงามที่สุดในประเทศไทยเวลาสวดมนต์ในหอประชุม ได้เห็นพระนอน หรือ พระนิพพานทรงญาณ แล้วมีความสุขใจ เพราะท่านงามจริงๆ
ห้องเรียนชั้นมอหนึ่งอยู่ชั้นล่างสุดทางซ้ายมือของตึกไชยันต์ ประตูและหน้าต่างทำด้วยไม้ล้วนๆ หนามาก ไม่มีกระจกเลย เหมือนกับว่าพวกเราอยู่ในอุโบสถ วันหนึ่งมีใครคนหนึ่งคิดเกมส์หนึ่งขึ้นมา ครับเป็นเกมสขว้างรองเท้า กติกามีอยู่ว่า พวกหนึ่งแอบอยู่หน้าห้อง อีกพวกหนึ่งแอบอยู่ข้างหลัง โดยมีโต๊ะเรียนเป็นเกราะกำบัง พวกเราปิดประตู ปิดหน้าต่าง ปิดไฟ โอ้โฮ้ มืดสนิทเลยครับ มองไม่เห็นอะไรเลย แม้แต่ฝ่ามือตัวเอง แล้วแต่ละคนก็บรรจง ถอดรองเท้าที่มีกลิ่นพอสมควร เพราะเป็นเวลาเย็นแล้ว ใช้รองเท้าแทนลูกระเบิด ขว้างสุดแรงไปอีกด้านหนึ่ง เห็นก็ไม่เห็นครับ ถูกหรือไม่ถูกไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าเราอย่าโดนรองเท้าปาถูกก็แล้วกัน พอเสียงเงียบ เพราะแต่ละคนหมดกระสุนแล้ว ก็เปิดประตู ต่างคนต่างเก็บรองเท้าเพื่อจะปากันใหม่ เล่นกันจนจะหมดแรงละครับ เกมส์นี้เด็ดมากๆ ทุกคนจะรอให้โรงรียนเลิกเร็วๆ เล่นกันไม่เบื่อ รู้สึกว่าทุกคนระวังกันมาก เพราะถ้าโดนรองเท้าปาถูกหน้า อาจจะต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ไม่เคยปรากฏว่ามีใครได้รับบาดเจ็บเลย ท่านนายพลก็เล่นกับพวกเราด้วยเหมือนกัน ฝึกไว้ครับ ไว้โจมตีข้างศึก วันหนึ่งพวกเรากำลังเล่นสนุกๆ เหมือน อย่างเคย ประตูหน้าห้องก็เปิดขึ้นมาโดยท่านรองอาจารย์ใหญ่ฝ่ายครูผู้ปกครอง ท่านถามว่าพวกเธอเล่นอะไรกันอยู่ ทุกคนหน้าเสียกันหมด ดีแต่ท่านมีความเมตตา ไม่เอาโทษ พวกเราก็เลยรอดตัวไป แต่เกมส์นั้นก็มีอันต้องสิ้นสุดไปโดยปริยาย เพราะไม่มีใครอยากจะโดนหวาย เพราะทำความผิดเป็นครั้งที่สอง
รอยเท้าปริศนาหน้าแผ่นกระดานดำ
วันหนึ่งมีรอยเท้านิรนามประทับอยู่หน้าชั้นเรียน คุณครูยุพิน ชอบใช้ เป็นคุณครูประจำห้อง ตอนอยู่มอสอง ท่านถามว่าจะมีคนยอมรับมั้ย ถ้าไม่มีคนยอมรับจะตีทั้งชั้น ไม่มีใครกล้ายอมรับครับ เพราะพวกเรากลัวคุณครูยุพินมาก ท่านเรียกผมว่า ไอ้แก่น ท่านถามอยู่นาน แต่ก็ไม่มีใครยอมรับ ผลปรากฎว่าทุกคนโดนไม้เรียวกันคนละที บอกตามตรงเจ็บครับ ผมมาสันนิษฐานว่าคงจะเป็นเพราะพวกเราบางคนไปดูหนัง Enter the Dragon ของบรูซลีมา นึกว่าตัวเองเหาะได้ กระโดดเหาะไปประทับรอยฝ่าเท้าบนกระดานดำ คงจะต้องเป็นพวกตัวสูงๆ พวกผมขนาดกลางๆ เล็กๆ คงไม่มีวิทยายุทธสูงส่งถึงขนาดนั้น เพราะสูงระดับประทับรองเท้าที่กระดานดำ ต้องใช้เวลาฝึกปรือกันนานล่ะครับ

สวัสดีค่ะ