อ้อมกอดชุมชน ตอน 2

ทวีคูณ   เมื่อไม่มีเงินทองก็ไม่มีน้องมีพี่ ลูกหญิงชายที่มีก็ห่างหายเหมือนตายจากแม้แต่ภรรยาที่เป็นคู่ชีวิตก็แยกจากไป เหลือไว้เพียงลูกชายปัญญาอ่อนให้ดูแล”

        ตานวลย้ายถิ่นฐานไปทำมาหากินหลายแห่ง   แต่ก็ไม่มีที่ดินและบ้านเป็นของตนเอง ไม่รู้ว่าจะไปพึ่งพาใครที่ไหน ในที่สุดเมื่อสามปีก่อน   ตานวลจึงย้ายกลับมาที่ชุมชนโพนสูงแห่งนี้เหมือนเดิม...  

“มาขออาศัยบ้านเขาอยู่ ไม่มีบ้านหรอกครับ ไม่ทราบว่าเขาจะไล่ออกวันไหนถ้ามีบ้านตนเองอยู่คงจะดี จะทำเองก็ไม่รู้จะเอาเงินมาจากไหน เก็บขยะขาย ก็พอได้ซื้อกินวันๆเท่านั้น บางวันก็ไม่ได้   สุขภาพไม่ดีไปไกลไม่ได้ ห่วงลูกก็ห่วง ถ้าผมเป็นอะไรไปลูกก็ไม่รู้จะอยู่อย่างไร รู้สึกท้อแท้น้อยใจในชีวิตบ่อยๆ”    

ระหว่างที่เล่าถึงความทุกข์ยากของตนเอง   ตานวลมีสีหน้าและแววตาเศร้าหมอง  เวลาพูดก็จะหยุดเป็นพักๆเพราะมีอาการเหนื่อยจากการหายใจลำบาก  ฉันรู้สึกเห็นใจตานวลมาก  ส่วนเรื่องสวัสดิการผู้สูงอายุ และของน้องบอล ที่ควรจะได้รับ ตานวลก็บอกว่า

“ยังไม่ได้รับหรอกครับ แต่ผู้ใหญ่บ้านบอกว่าจะแจ้ง อบต.ให้ และน้องบอลมีสมุดพิการแล้วแต่ยังไม่ได้อะไร ”

  หลังจากคุยกันครั้งนั้นฉันได้นำข้อมูลตานวลและลูกชายส่งต่อถึงกรรมการหมู่บ้าน เพื่อหาทางช่วยเหลือ เวทีประชาคมมีข้อโต้แย้งถกเถียงรุนแรง และมีความเห็นที่แตกต่างจนหาทางออกไม่ได้ ความทุกข์ยากของตานวลจึงถูกปล่อยให้ลอยนวลต่อไป....

        เวลาล่วงเลยไปพร้อมกับวัยที่ร่วงโรย อาการโรคก็รุมเร้า เรี่ยวแรงลดน้อยถอยลงไม่สามารถทำงานดูแลสวนได้ อีกทั้งยังไม่สามารถไปเก็บขยะหารายได้เหมือนเก่า  จึงเป็นเหตุให้ต้องขโมย กล้วย มะละกอในสวนไว้กิน เมื่อเรื่องได้ยินถึงเจ้าของบ้านจึงทำให้ตานวลถูกไล่ออกจากบ้านตั้งแต่นั้นมา...

       แล้วในที่สุดเรื่องราวความทุกข์ยากของตานวลได้ถูกนำเสนอในเวทีประชาคมของหมู่บ้านอีกครั้ง แต่ก็ยังมีเสียงถกเถียงโต้แย้งจากความเห็นที่แตกต่างคนแล้วคนเล่า...

 “ใครๆก็อดอยากลำบากเหมือนกัน...ไม่รู้เป็นใครมาจากไหน...ญาติพี่น้องก็ไม่ใช่...ช่วยแล้วจะได้อะไร...”

       แต่ด้วยทุนเดิมของคนในชุมชนที่ต่างก็รักผูกพันกันดุจเครือญาติ  อ่อนโยน โอบอ้อมและพร้อมที่จะแบ่งปันแก่กันและกันเมื่อมีโอกาส อีกทั้งยังรู้สึกว่าใครที่เข้ามาอยู่ในชุมชนนี้เปรียบประหนึ่งลูกหลานที่สืบสายจากปู่ตาเดียวกัน อย่างน้อยที่สุดในขั้นต้น “ข้าวก้นบาตร”   จึงเป็นทางออกเรื่องปากท้องประจำวัน   โดยการสนับสนุนของหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดประจำหมู่บ้าน     

       และด้วยอุปนิสัยเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใครเวลาผ่านไปจึงทำให้ชาวบ้านรู้สึกเห็นอกเห็นใจในตัวตานวลและลูกชายมากขึ้น   ชาวชุมชนจึงได้มีมติให้ใช้ที่ดินสาธารณในหมู่บ้านเป็นที่ตั้งหลักแหล่ง   พร้อมกับบ้านหลังเล็ก ที่ชุมชนมีมติจะร่วมกันสร้าง....(ติดตามต่อ ตอน3)