ผมมีความเชื่อว่าเป้าหมายสูงสุดของการศึกษาอยู่ที่การสร้างแรงบันดาลใจ (inspiration)  จึงติดใจมากเมื่อได้อ่านบทบรรณาธิการเรื่อง An Education That Inspires เขียนโดย Bruce Alberts บรรณาธิการใหญ่ของ วารสาร Science ลงในวารสารนี้ฉบับวันที่ ๒๒ ต.ค. ๕๓

          มิติของการสร้างแรงบันดาลใจมีความซับซ้อน แต่ปัจจัยหลักคือการได้ลองทำแบบใช้ความพยายามสุดฤทธิ์ แล้วประสบความสำเร็จอย่างน่าตื่นใจ   จะเกิดความมั่นใจตนเอง ปิติสุขจากการลงมือทำ และความท้าทายที่จะทำอีกในสิ่งที่ยากยิ่งขึ้น

          ผมเชื่อว่าแรงบันดาลใจก่อตัวมาจากความสำเร็จ ที่เกิดจากการลงมือทำสิ่งที่ค่อนข้างจะเป็นไปไม่ได้

          ย้ำคำว่าลงมือทำ

          ดังนั้น Bruce Alberts จึงเสนอให้สร้างแรงบันดาลใจแก่เด็กนักเรียนด้วย STEM Challenges  Award จำนวนมากชนิด   ตามในบทความนี้เขาเสนอเป็นร้อยชนิด   เป้าหมายเพื่อให้นักเรียนและวงการศึกษาให้คุณค่าแก่ผลสัมฤทธิ์แบบใหม่  ผู้แสดงผลสัมฤทธิ์จะได้รับเหรียญตรา (badge) สำหรับประดับเป็นเกียรติยศ  ผลสัมฤทธิ์นี้มาจากการเข้าโครงการในลักษณะโครงงานสร้างความรู้หรือวิจัยเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่จัดโดยหน่วยงานต่างๆ หลากหลายแต่มีระบบตรวจสอบคุณภาพจากองค์กรกลาง

          ผู้จัดโครงงานนี้นอกจากเป็นครูประจำการยังมีอาสาสมัครที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านนั้นๆ ทำหน้าที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิประจำสาขา เพื่อประเมินนักเรียนที่เข้าโครงการ ว่าได้แสดงความรู้ความสามารถตามที่กำหนดไว้ในเกณฑ์การให้เหรียญตราในสาขาและระดับนั้นๆ หรือไม่   เท่ากับเป็นการใช้นักวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆ ที่มีอยู่ในประเทศ (STEM = Science, Technology, Engineering, Mathematics) ในฐานะอาสาสมัครมาช่วยกันพัฒนาการศึกษาของประเทศ   นอกหลักสูตรที่เป็นทางการของวงการศึกษา

          นั่นคือแนวคิดสำหรับสหรัฐอเมริกา  หากไทยจะเอามาใช้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทของเรา   โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษาคุณภาพหรือมาตรฐานของการให้เหรียญตรา   ให้ตรงกับเป้าหมายของการสร้างแรงบันดาลใจ

 

 

วิจารณ์ พานิช
๒๕ ต.ค. ๕๓