เปลี่ยนแปลงจากเด็กลูกหลานประชาชนธรรมดา ๆ มาเป็นอนุชนปฏิวัติซึ่งมีเป้าหมายที่จะเติบโตขึ้นไปรับใช้ประชาชนและการปฏิวัติ และนี่คือโรงเรียนอนุชนบนดอยยาว ที่ไม่ใช่เพียงแต่สอนนักเรียนให้อ่านออกเขียนได้เท่านั้น

7. เป้าหมายของอนุชนปฏิวัติ

 

                เรื่องราวทั้งหมดนี้ไม่ใช้สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ หากเด็ก ๆ ไม่ได้ผ่านกระบวนการฝึกฝนต่อสู้ทางความคิด และพัฒนาความคิดทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราได้ใช้เวลาในตอนกลางคืนประมาณคืนละ ๑ ชั่วโมงก่อนเข้านอน ทำกิจกรรมที่เรียกกันง่าย ๆ ว่ากิจกรรมรวมหมู่  นั่นคือทุกคืนหลังอาหารเย็นประมาณ  ไม่เกิน ๒ ทุ่ม ทุกคนจะร่วมกันทำกิจกรรมต่าง ๆ สลับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ดังนี้ หนึ่ง กิจกรรมประเภทสาระบันเทิง เช่น การร้องเพลง คุยข่าว เล่าสถานการณ์แล้ว ตั้งประเด็นอภิปรายเสดงความคิดเห็นร่วมกัน กิจกรรมนี้เพื่อติดตามข่าวสารเหตุการณ์ การต่อสู้เคลื่อนไหวทั้งในและนอกฐานที่มั่นเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ สร้างความเชื่อมั่นต่อการปฏิวัติภายใต้การนำของพรรคฯ  สอง การสรุปผลการเรียน สรุปการทำงานใช้แรงงานของตัวเองและหมู่พร้อมทั้งการวิจารณ์และวิจารณ์ตนเอง กิจกรรมนี้ มีความหมายต่อการพัฒนาตัวเองของเด็กทุกคนมาก เพราะนอกจากเป็นการสรุปถึงผล ความคืบหน้าด้านการเรียนและผลการทำงานที่เห็นเป็นรูปธรรมแล้ว ยังเน้นให้เด็กได้ฝึกการสำรวจลึกเข้าไปในความคิดของตัวเอง หาข้อดีหรือจุดแข็งและข้อด้อยหรือจุดอ่อนของตนเองจากความคิดและการปฏิบัติของตนเองผ่านการเรียนและการทำงานต่างร่วมกันแต่ละวัน  แล้วต้องกล้าที่จะพูดมันออกมาเพื่อให้คนอื่น ๆ ได้รับรู้ ขณะเดียวกันก็เปิดใจรับฟังความคิดเห็นของกันและกันเพื่อนำมาส่งเสริมข้อดี ขจัดจุดอ่อนพัฒนาปรับปรุงตัวเองให้ก้าวหน้าเข็มแข็งขึ้น พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความยากลำบาก ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ได้อย่างไม่ท้อถอย  สาม กิจกรรมการเล่าเรื่อง นิทาน ตำนานและประสบการณ์สู่กันฟัง       เป็นกิจกรรมเพื่อสร้างความบันเทิงเริงใจที่สอดคล้องกับความต้องการตามวัยของเด็ก ๆ และยังเป็นการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมที่ผสมผสานการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในเรื่องของศิลปวัฒนธรรมทั้งของคนในเมืองและชาวม้ง โดยเป็นการผลัดเปลี่ยนกันเล่าเรื่องทั้งครูและเด็ก ๆ ทำให้เด็กมีความรับรู้ที่กว้างขึ้น เข้าใจความเหมือนและแตกต่างทางวัฒนธรรมมากขึ้น  สี่ กิจกรรมการแสดงหรือบันเทิงรอบกองไฟ กิจกรรมนี้เป็นที่ชื่นชอบของเด็ก ๆ เป็นพิเศษ เพราะทุกคนได้มีส่วนร่วมและสนุกสนานอย่างเต็มที่ ทั้งในฐานะผู้ชมและผู้แสดง การแสดงมีทั้งแบบแสดงหมู่ แสดงคู่และเดี่ยว ในรูปแบบของระบำรำฟ้อนประกอบเพลง ( เพลงที่ล้วนมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความทุกข์ยากของประชาชน การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม การปฏิวัติ ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย) การแสดงละคร การร้องเพลงหมู่ การร้องเพลงเดี่ยวและไห่กือเชี๊ยะ (คือการขับร้องลำนำเพลงม้ง/อันนี้ต้องมาเป็นคู่ทีเดียวเชียว เพราะคนร้องไม่ว่าจะขับร้องได้เก่งกาจไพเราะขนาดไหนก็ต้องมีคนมายืนเป็นเพื่อนอยู่ข้าง ๆ เพื่อสร้างความอุ่นใจและป้องกันความอายหน้า- ไม่ได้พิมพ์ผิดค่ะ อายหน้าก็คือเขินอายนั่นแหละ ) เนื้อหาการแสดงของเด็ก ๆ ล้วนสะท้อนถึงความคิดจิตใจของเขาที่มีต่อประชาชน, ฐานที่มั่น ,พรรคฯและการปฏิวัติ ที่ได้กลั่นกรองผ่านการเรียนรู้ที่โรงเรียนแห่งนี้  การแสดงบันเทิงรอบกองไฟจึงเป็นเสมือนกระจกเงาบานใหญ่ ที่สะท้อนให้เห็นภาพความคิดของเด็ก ๆ ที่เปลี่ยนแปลงแตกต่างไปจากเมื่อแรกที่มาเข้าโรงเรียน เปลี่ยนแปลงจากเด็กลูกหลานประชาชนธรรมดา ๆ มาเป็นอนุชนปฏิวัติซึ่งมีเป้าหมายที่จะเติบโตขึ้นไปรับใช้ประชาชนและการปฏิวัติ และนี่คือโรงเรียนอนุชนบนดอยยาว ที่ไม่ใช่เพียงแต่สอนนักเรียนให้อ่านออกเขียนได้เท่านั้น