ยินดีต้อนรับกลุ่มเรียนรู้หลัก ทฤษฎีและปฏิบัติการบริหารการศึกษา ศูนย์ฯบึงกาฬ สู่บรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อันมีคุณค่า


สมาชิกมาเพิ่มเติม ๒ ท่าน คือ คุณรุ่งฤดี ศรีชาติ และคุณเพียงเกษ เอกพันธ์
ชี้แจงประมวลการสอนใน
http://gotoknow.org/blog/disakuladmin/407677
งานเดี่ยวและงานกลุ่ม ส่งวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๓ ทาง Blog หรือ E mail
นิภาพรมารายงานตัวค่ะ ถ่ายรูปให้สวยกว่านี้ได้ไหมคะ
เก็กสวยเต้มที่เลยนะคะ/น้องนัฐ
รายงานตัวครับอาจารย์
อัคราช แพงแก้ว นักศึกษามหาบัณฑิตบริหารหารศึกษา รุ่น 3 บึงกาฬ ครับผม
สวัสดีครับทุกท่าน
รายงานตัวคะ
รายงานตัวคะฝากตัวด้วยนะคะ
รายงานตัวคะ
ลองทดสอบระบบดูว่าสามารถทำได้เองใหม ในเวลาที่ไม่มีอาจารย์คอยช่วย
สวัสดีค่ะอาจารย์ มารายงานตัวนะคะ
สวัสดีครับทุกท่าน จะนำเข้าแพลนเน็ตครับ
วิเคราะห์บทความเรื่อง พลวัตรการเปลี่ยนแปลงในเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก ของ William S. Cohen
จากการศึกษาของ William S. Cohen พบว่าปัจจัยที่ทำให้การลงทุนหรือเงินทุนใหลเข้าสู่ประเทศใดประเทศหนึ่งนั้นมาจาก 3 องค์ประกอบหลัก คือ
1. ความมีเสถียรภาพและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน (Stability and Security)
2. ความมีอิสระและกลไกตลาดเสรี (Free Mind and Free Market)
3. หลักกฏหมายที่เอื้อให้เกิดการแข่งขัน (Rules of Law) เอื้อให้เกิดความโปร่งใส (Transparency) ,ความซื่อสัตย์ (Honesty)
สำหรับการวิเคราะห์โดยใช้หลักภูมิรัฐศาสตร์โลกนั้นมีอยู่ 3 ปัจจัยที่สำคัญซึ่งทำให้เกิดแรงขับดันเหตุการณ์ต่างๆในโลกมีดังต่อไปนี้
1.Shaping หรือการปรับสภาพแวดล้อมต่างๆ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองให้เหมาะสมเพื่อให้เกิดการลงทุน
2. Response หรือการตอบโต้ โดยส่วนใหญ่แล้วการตอบโต้จะมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา (Flexible)
3. Prepare หรือการเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งการเตรียมพร้อมอยู่เสมอมีอยู่ 3 มาตรการ ได้แก่
-Deter หรือการคานอำนาจซึ่งกันและกัน
-Defeat หรือการปราบปรามให้คู่กรณียอมแพ้
-Defence หรือการป้องกันตนเอง
วิเคราะห์บทความเรื่อง พลวัตรการเปลี่ยนแปลงในเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก ของ William S. Cohen
จากการศึกษาของ William S. Cohen พบว่าปัจจัยที่ทำให้การลงทุนหรือเงินทุนใหลเข้าสู่ประเทศใดประเทศหนึ่งนั้นมาจาก 3 องค์ประกอบหลัก คือ
1. ความมีเสถียรภาพและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน (Stability and Security)
2. ความมีอิสระและกลไกตลาดเสรี (Free Mind and Free Market)
3. หลักกฏหมายที่เอื้อให้เกิดการแข่งขัน (Rules of Law) เอื้อให้เกิดความโปร่งใส (Transparency) ,ความซื่อสัตย์ (Honesty)
สำหรับการวิเคราะห์โดยใช้หลักภูมิรัฐศาสตร์โลกนั้นมีอยู่ 3 ปัจจัยที่สำคัญซึ่งทำให้เกิดแรงขับดันเหตุการณ์ต่างๆในโลกมีดังต่อไปนี้
1.Shaping หรือการปรับสภาพแวดล้อมต่างๆ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองให้เหมาะสมเพื่อให้เกิดการลงทุน
2. Response หรือการตอบโต้ โดยส่วนใหญ่แล้วการตอบโต้จะมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา (Flexible)
3. Prepare หรือการเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งการเตรียมพร้อมอยู่เสมอมีอยู่ 3 มาตรการ ได้แก่
-Deter หรือการคานอำนาจซึ่งกันและกัน
-Defeat หรือการปราบปรามให้คู่กรณียอมแพ้
-Defence หรือการป้องกันตนเอง
สวัสดี อาจารย์และเพื่อนเรียนบริหารศูนย์บึงกาฬทุกๆท่าน สมพงษ์ ทองภู มารายงานตัวพร้อมกับสมัครเป็นสมาชิกครับผม
สรุปบทความบริหารการศึกษา
องค์ประกอบของโรงเรียนที่ดี (Eleven factors for effective schools ) รองศาสตราจารย์สุเทพ พงศ์ศรีวัฒน์ สถาบันราชภัฏเชียงราย
องค์ประกอบ 11 ประการ ของโรงเรียนที่ดี (Eleven factors for effective schools)
1. มีผู้นำมืออาชีพ (Professional leadership) -รอบรู้และยึดมั่นในวัตถุประสงค์ -ใช้วิธีการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทุกด้าน
-เป็นผู้นำวิชาชีพที่ทรงความรู้และคุณธรรม
2. มีวิสัยทัศน์และเป้าหมายร่วม (Shared vision and goals) -มีวัตถุประสงค์เดียวกันของทุกฝ่าย -มุ่งมั่น คงเส้นคงวาในการทำงานอย่างเชิงรุก -เน้นทำงานแบบกัลยาณมิตรและการร่วมมือร่วมใจกัน (Collegiality and collaboration)
3. มีสภาพแวดล้อมของการเรียนรู้ที่ดี (A learning environment) -มีบรรยากาศน่าอยู่ น่าเรียนรู้และประเทืองปัญญา
-มีบรรยากาศของการทำงานที่ดี
4. มุ่งเน้นการสอนและการเรียนรู้ (Concentration on teaching and learning) -กำหนดเวลาเรียนต่อปีสูงและใช้เวลาอย่างมีคุณภาพ -เน้นงานด้านวิชาการ -เน้นผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน
5. ทำการสอนอย่างมีจุดมุ่งหมาย (Purposeful teaching) -เป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูงด้านการสอน/ การเรียนรู้
-มีวัตถุประสงค์ที่แจ่มชัด -วัตถุประสงค์ของการสอนที่ยืดหยุ่นได้ดี -จัดรูปแบบของบทเรียนได้ดี
6. มีการตั้งความคาดหวังไว้สูง (High expectations) -คาดหวังสูงในทุกเรื่อง -มีการสื่อสารความคาดหวังให้ทุกคนทราบ
-สร้างความท้าทายทางปัญญาแก่นักเรียน ครูและบุคลากร
7. ใช้การเสริมแรงเชิงบวก (Positive reinforcement) -ยึดหลักความยุติธรรมและชัดเจนตรวจสอบได้ -มีระบบข้อมูลย้อนกลับให้ทราบผล
8. มีการติดตามความก้าวหน้า (Monitoring progress) -ติดตาม / ตรวจสอบความก้าวหน้าและผลการเรียนของนักเรียนอย่างสม่ำเสมอ -ตรวจสอบ / ประเมินผลงานของโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ
9. นักเรียนตระหนักในสิทธิและหน้าที่รับผิดชอบของตนเอง (Pupil rights and responsibilities) -พัฒนานักเรียนให้รู้จักการเคารพตนเอง(Self-esteem) -สร้างนักเรียนให้เป็นผู้รู้หน้าที่และความรับผิดชอบ -นักเรียนสามารถควบคุมตนเองและการทำงานอิสระด้วยตนเอง
10. มีความรู้สึกรับผิดชอบร่วมกันระหว่างบ้านและโรงเรียน (Home-school partnership) -ผู้ปกครองเอาใจใส่และเข้ามามีส่วนร่วมส่งเสริมสนับสนุน ต่อการเรียนรู้ของนักเรียน
11. เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ (A learning organization) -กระตุ้นการเรียนรู้ตลอดเวลาของสมาชิกทุกคนของโรงเรียน ทุกคนทำตัวเป็นผู้เรียน (Learners) -ใช้โรงเรียนเป็นฐานการพัฒนาครู อาจารย์ -ทำให้โรงเรียนเองเป็นองค์กรที่ปรับตัวและเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลาเช่นกัน
ที่มา : ปรับปรุงจาก Simons et. al. 1995 : 3, In Law, S. & Olover Direk, G. Educational Leadership and Learning. p. 149.
การนำไปใช้
ยึดตามองค์ประกอบของโรงเรียนที่ดี ๑๑ ประการ นำมาปรับปรุ่งโรงเรียนเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ เริ่มตั้งแต่ผู้บริหาร สภาพแวดล้อม ตัวบุคลากร ตัวผู้เรียน ผู้ปกครองและชุมชนร่วมมือกัน เพื่อสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของผู้บริหารตัวบุคลากร ตัวผู้เรียน ผู้ปกครองและชุมชน เพื่อพัฒนางานในด้านการบริหารไปสู่ความเป็นสากล
รายงานตัวค่ะอาจารย์ ช่วยนำบล็อกเข้าแพลนเน็ตด้วยค่ะ
สวัดดีครับอาจารย์ เพิ่งมาครับ
สวัสดีครับทุกท่าน