วันจันทร์ 15/11/53
ในที่สุดก็ถึงวันจัดกิจกรรมกลุ่มไหมพรมบำบัด
ซึ่งในปีนี้มีวิทยากรจิตสาธารณะคนดังจากเวบ gotoknow "ยายคิม" มาร่วมกิจกรรมกลุ่มด้วย
บรรยายกิจกรรมด้วยรูปดีกว่านะคะ
ผ้าพันคอหูกระต่ายสีชมพูหวานๆนี้ พี่คิมนำมาฝากหนึ่งเพื่อเป็นตัวอย่างในการทำกลุ่มครั้งนี้ จากบันทึกของพี่คิม => บันทึกนี้ค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ
วันนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมากกว่าที่ลงชื่อไว้ค่ะ ผู้มาเข้าร่วมกิจกรรมมีทั้งผู้ป่วยมะเร็ง ญาติ หมอ พยาบาล นักรังสี การเงิน ผู้ช่วยเหลือคนไข้ แม่บ้าน รวมแล้วประมาณ 40 ราย บางท่านอาจยังไม่เคยจับเข็มโครเชต์มาก่อน จนถึงบางท่านถักเป็นอาชีพก็มีค่ะ ทำให้เราจำเป็นต้องแบ่งกลุ่มย่อยออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ไม่เคยถักมาก่อน กลุ่มที่พอเป็นแล้วสนใจถักผ้าพันคอ และกลุ่มสนใจถักหมวก
เมื่อแจกอุปกรณ์กันเรียบร้อย เราก็เริ่มกันเลยค่ะ โดยมีพี่คิมช่วยเป็น leader กลุ่มถักผ้าพันคอ และผู้ที่หัดทำใหม่ๆ หนึ่งช่วยดูกลุ่มที่สนใจถักหมวกค่ะ
หมอตุ้มตั้งใจเรียนรู้มากๆๆๆ
พี่คิมกำลังสอนเทคนิคการถักผ้าพันคอหูกระต่ายค่ะ
คุณยายสนใจถักหมวกไหมพรมมากๆค่ะ กำลังเริ่มแถวแรก
น้องแขกอยู่ตรงกลางวงเลยค่ะ (จำได้ป่าวคะพยาบาลพรีเซ็นเตอร์กิจกรรมนี้ของเรา)
พี่เปิ้ล(เสื้อม่วง ที่นั่งบนโซฟา) ภรรยาคุณหมอสมคิด หัวหน้ากลุ่มงานรังสีรักษา บอกว่าคุณหมอสมคิดบอกให้มา เพราะอยากได้ผ้าพันคอด้วยค่ะ วี๊ดวิ้วววว (งานนี้มีแอบหวานนิดๆ)
งานนี้พี่นางได้พาพี่ที่ดูแลงานมะเร็งมาจากโรงพยาบาลหนองคาย มาเป็นเครือข่ายด้วยค่ะ (ได้ยินว่าผลงาน หมวกไหมพรมของพี่นางใบที่เห็นในภาพนี้ใกล้สำเร็จแล้วด้วยใช่ป่าวคะ อิอิ) ขอบคุณพี่นางด้วยนะคะที่เดินทางมาจากหนองคาย
เวลาผ่านไป ไวเหมือนโกหก อิอิ แป๊บเดียวก็สี่โมงเย็นแล้วค่ะ หนึ่งเลยปิดกลุ่มในวันนี้ก่อน และนัดผู้ป่วยมาสรุปการทำกลุ่มในวันอังคาร 16/11/53
ภาพแถวล่าง ผู้ป่วยกลุ่มนี้เพิ่งเคยจับเข็มโคร์เชต์ครั้งแรกค่ะ ในช่วงแรกก็พยายามถักหมวกหรือผ้าพันคอตามแบบที่มี หนึ่งเลยสอนถักดอกไม้น่ารักๆ งานเสร็จเร็วทันใจ ผู้ป่วยรู้สึกภูมิใจในผลงานชิ้นแรก (ถึงจะไม่ได้หมวกหรือผ้าพันคอ แต่หนึ่งถือว่าประสบความสำเร็จที่สุดค่ะ อิอิ)
จากการสรุปการทำกลุ่มในวันต่อมา ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้แสดงความคิดเห็นว่าได้อะไรจากการทำกลุ่ม
สิ่งที่ได้จากการทำกลุ่มไหมพรมบำบัด
1. ได้ความรู้
2. ทำให้ผ่อนคลาย ไม่เครียดกับโรคที่เป็น ไม่คิดมาก มีสมาธิมากขึ้น รู้สึกสนุก และมีเป้าหมาย มุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จ
3. ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ (ในช่วงเวลาที่ต้องนอนโรงพยาบาลรอฉายแสง)
4. ได้รู้จักผู้ป่วยคนอื่นๆมากขึ้น มีสัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่
5. มีความสุข มีรอยยิ้ม
6. ได้หมวก ผ้าพันคอ และดอกไม้
รวมภาพผลงานผู้ป่วยในวันที่ 16/11/53
เช้าวันที่ 16/11/53 หมอตุ้มรีบเดินมาหาหนึ่งพร้อมผลงานชิ้นแรก ผ้าพันคอที่ทำต่อจากการทำกลุ่มไหมพรมบำบัด เพียงแค่คืนเดียวหมอตุ้มสามารถทำได้ผืนใหญ่ขนาดนี้แล้วค่ะ สุดยอดเลยค่าหมอตุ้ม
น้องแขกบอกว่าผ้าพันคอหูกระต่ายชิ้นนี้จะถักให้เสร็จเอาไว้เป็นของขวัญให้ผู้ป่วยจับฉลากในวันงานปีใหม่ของแผนกค่ะ ขอบคุณนะคะน้องแขก
สำหรับตัวหนึ่งเอง
หนึ่งได้เรียนรู้ทั้งการถักไหมพรมในแบบที่ไม่เคยทำ ได้มีเป้าหมายในการหาข้อมูลที่เป็น evidence สำหรับการทำกิจกรรมกลุ่มไหมพรมบำบัด ได้ความรู้เพิ่มเติมมากมาย ได้ประสบการณ์ในการประสานงาน ได้รับความร่วมมือในการทำกิจกรรมจากผู้บริหาร จากสมาชิกในศูนย์มะเร็งอุดรธานี และนอกจากนั้นคือหนึ่งได้มิตรภาพจากกัลยาณมิตรทั้งจากพี่นาง และ พี่คิม ซึ่งกับพี่คิมนั้นยังไม่เคยพบกันมาก่อน แต่ที่หนึ่งได้รับนั้นมากมายจริงๆค่ะ หนึ่งได้เรียนรู้การทำงานแบบจิตสาธารณะจากพี่คิม ซึ่งหนึ่งรู้สึกประทับใจพี่คิมมากๆที่เสียสละเวลาส่วนตัว ค่าใช้จ่าย และต้องเดินทางมาไกล มาด้วยหัวใจของจิตสาธารณะอย่างแท้จริง ขอบคุณพี่คิม และพี่นางมากๆจริงๆค่ะ สุดท้ายที่หนึ่งได้ในการจัดกลุ่มไหมพรมบำบัดนี้ขาดไม่ได้จริงๆค่ะ คือรอยยิ้มและความสุขที่เกิดขึ้นของผู้ป่วย ญาติ และเจ้าหน้าที่
ถึงงานนี้จะเหนื่อยมากหน่อย แต่ได้รับกำลังใจเต็มเปี่ยมจริงๆค่ะ

งานนี้ต้องขอขอบคุณ

- เจ้าหน้าที่ศูนย์มะเร็งอุดรธานีทุกท่านที่ให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรม

- พี่คิม ที่เดินทางมาจากแดนไกล ด้วยหัวใจแห่งจิตสาธารณะจริงๆ

- พี่นางและพี่พยาบาลจากโรงพยาบาลหนองคายที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมด้วยค่ะ

- ที่ลืมไม่ได้คือผู้ป่วยและญาติทุกท่านที่เข้าร่วมกิจกรรมค่ะ

- ขอบคุณทุกๆท่านที่เข้ามาอ่าน แสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และให้กำลังใจ