เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้ไปงานสัมมนาวิชาการที่เขาใหญ่ แล้วช่วงเดินทางกลับได้มีโอกาสแวะมหาวิหารสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่งคุณสรพงศ์ ชาตรีเป็นผู้มีจิตศรัทธาจัดซื้อที่ดินและอำนวยการก่อสร้าง ได้เข้าไปไหว้รูปหล่อองค์สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) หน้าตักกว้าง 8 เมตร 1 นิ้ว สูง 13 เมตร หนัก 61 ตัน และปิดทองรูปหล่อของท่านที่อยู่ด้านหน้ารูปหล่อองค์ใหญ่

ระหว่างที่มองหาที่ปิดทองแผ่นเล็กๆสามสี่แผ่นที่มีอยู่ในมือ ก็นึกถึงคำกล่าวที่เรามักพูดถึงกันบ่อยๆที่ว่า "ปิดทองหลังพระ" แต่พอมองดูด้านหลังองค์ท่านจริงๆตอนนี้ก็มีคนปิดจนแทบจะไม่เห็นสีสัมฤทธิ์ด้านล่างแล้ว แต่พอมองไปทั่วๆองค์ท่านก็เห็นว่า มีอีกหลายจุดที่ยังแหว่งวิ่นไม่มีทองติด ก็เลยเลือกเอาไปติดตรงจุดที่เห็นว่ายังไม่มีใครติด
นึกเปรียบเทียบไปถึงบทบาทหน้าที่ของเราในสังคมว่า ถ้าเราไม่ยึดติดกับอะไรๆหรือทำอะไรๆตามๆกันไปอย่างนั้นเอง ไม่จำเป็นที่เราจะต้องทำอะไรตามแบบเดิมๆในสิ่งที่ใครๆก็ทำกันอยู่แล้ว แต่มองดูว่ามีอะไรที่เราควรทำ ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถช่วยเติมเต็มสังคมรอบๆตัวได้ที่ยังไม่มีใครทำ ก็น่าจะช่วยให้สังคมโดยรวมดีขึ้นได้อีกบทบาทหนึ่ง คิดแล้วอยากบันทึกสิ่งที่คิดขึ้นมาได้ฝากไว้ค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณโอ๋
* ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างคุณโอ๋ ก็ทำหน้าที่เติมเต็มให้กับสังคมอยู่แล้วกับงานสำคัญที่ห้องแลปค่ะ
** เห็นรูปที่นี่แล้ว ก็คิดถึงค่ะ ดิฉันเพิ่งไปกราบพระและเดินชมทิวทัศน์ดอกไม้หินอ่อนอันสวยงามที่นี่ กับคนที่ดิฉันรักเมื่อปลายปี 52 นี่เองค่ะ และไปเจอคุณสรพงษ์ และภรรยาที่นี่เช่นกันค่ะ นึกชื่นชมพวกเค้านะคะ ที่พากเพียรทำความดี
เห็นด้วยครับท่าน อาจารย์ โอ๋ ทำในสิ่งที่เราถนัด และ รัก อะ
มาเติมเต็มชีวิตเพื่อสังคมที่น่าอยู่ของเราทุกคนครับ ขอบคุณสำหรับสิ่งดี ๆ ที่มอบให้กับทุก ๆ คนนะครับ พี่โอ๋สบายดีนะครับ คิดถึงจัง
การปิดทองในจุดว่าง
ก็เหมือนการให้กับผู้ด้อยโอกาส