เมื่อวันที่ ๒๐ ต.ค. ๕๓ สภามหาวิทยาลัยมหิดลได้มีมติเชิงนโยบายให้มหาวิทยาลัยมหิดลงดเว้นการรับเงินสนับสนุนหรือการสนับสนุนอื่นจากกิจการที่ก่อผลเสียต่อสุขภาพ ได้แก่ธุรกิจบุหรี่ สุรา และอาวุธ รวมทั้งกิจการที่ล่อแหลมต่อความเสื่อมเสียศีลธรรมในสังคม
สภาฯ ได้มอบให้ฝ่ายบริหารไปยกร่างแนวปฏิบัติ หรือข้อห้าม/ข้อพึงระวัง ในเรื่องนี้ เพื่อประโยชน์ของสังคม และแสดงความเป็นผู้ชี้นำสังคมในเรื่องนี้ของมหาวิทยาลัยมหิดล โดยไม่หย่อนไม่ตึงเกินไป คือยึดทางสายกลาง แต่ไม่ละเลยความรับผิดชอบในฐานะ “ปัญญาแห่งแผ่นดิน”
เรื่องนี้มีรายละเอียดมากมาย ที่โต้แย้งหรือมีความเห็นแตกต่างกันได้ เช่น
• การรับของบริจาค เช่นน้ำดื่มมีตรา สำหรับใช้ในงาน โดยผู้บริจาคไม่โฆษณา ไม่ขอติดโลโก้ใดๆ เลย ควรทำหรือไม่
• การรับเงินสนับสนุนทุนแก่นักศึกษา หรือทุนวิจัย จากบริษัทธุรกิจเหล่านี้ โดยระบุบริษัทผู้ให้ทุน ควรทำหรือไม่
• การรับทุนสนับสนุนการทำวิจัยจากธุรกิจ ๓ ประเภทข้างบน ในโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เช่น การสูบบุหรี่มีผลทำให้สมาธิในการอ่านหนังสือดีขึ้นหรือไม่ โดยรับทุนสนับสนุนจากบริษัทบุหรี่ ควรทำหรือไม่
• การรับ “ทุนวิจัย” จากแหล่งใดแหล่งหนึ่ง โดยมีเงื่อนไขว่า ผู้วิจัยไม่มีสิทธิ์เอาผลไปเผยแพร่ สิทธิในการเผยแพร่เป็นของผู้ให้ทุนเท่านั้น ควรทำหรือไม่
เรียน อาจารย์หมอวิจารย์
อยากให้มหาวิทยาลัยมีนโยบายบังคับใช้กฏหมายเกี่ยวกับเหล้า บุหรี่ ในมหาวิทยาลัย ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ คือ
1.ประกาศเขตปลอดบุหรี่ในมหาวิทยาลัยให้ชัดเจน เช่น โรงอาหาร สนามกีฬา ฯลฯ
2.ห้ามขาย-ห้ามดื่มในสถานศึกษา สถานที่ราชการ พบเห็นแจ้งตำรวจจับได้ทันที ฝ่าฝืนจำคุกไม่เกิน 6 เดือน
ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาตรา 27,31,39,42)
ผมเป็นบุคลากรคนหนึ่งของมหิดล ศาลายาครับ
ผมเห็นด้วยกับความคิดเห็นที่ 1
และเห็นว่ามหาวิทยาลัยควรจัดระเบียบ หรือเสนอให้จังหวัดจัดระเบียบร้านค้าบริเวรข้างมหิดล ศาลายาด้วย
เพราะมีร้านจำหน่ายแอลกอฮอล์มากมายบริเวรมหาวิทยาลัย
มีลูกศิษย์หลายคนที่แฮงค์และมาเรียนไม่ตรงเวลา ทั้งที่เป็นเด็กคณะSIด้วยซ้ำ
รู้สึกเป็นห่วงอนาคตของชาติอย่างมากครับ